The Contrarian Investor กองทุนจีน

“กล้าเมื่อคนอื่นกลัว กลัวเมื่อคนอื่นกล้า” น่าจะเป็นคำจำกัดความนักลงทุนแบบ The Contrarian Investor ได้เป็นอย่างดี ด้วยการแสวงหาสินทรัพย์พื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลงมามาก

กลยุทธ์การลงทุนของสาย Contrarian จึงมักจะสวนกระแสตลาด ทำให้การตัดสินใจแต่ละครั้งต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานอย่างถ่องแท้ และรักษาวินัยการลงทุนให้มาก

ภาพของตลาดหุ้นจีนในขณะนี้ ว่าไปแล้วก็เข้าเค้าแนวคิด Contrarian มากทีเดียว เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ผิดหวังจากตลาด ด้วยราคาที่ลงมาเยอะในช่วง 1-2 ปีนี้ วิ่งเป็น Sideway down ไม่ไปไหนสักที และคนจำนวนมากยังคงกลัวต่ออนาคตข้างหน้าของจีน 

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Valuation หุ้นจีนอยู่ในโซนถูกมาก ยังมี Upside ให้ลุ้นต่อยาว ๆ

จุดที่ทำให้ The Contrarian Investor มองข้ามจีนไปไม่ได้ นั่นคือ Valuation ของตลาดหุ้นจีนที่ยังคงถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับหุ้นโลก และถูกกว่าตัวเองในอดีต ซึ่งถูกแบบนี้มานานแล้วด้วย! 

เมื่อพิจารณาในแง่ของ Relative PE กับหุ้นโลก (MSCI ACWI – MSCI All Countries World Index) พบว่า CSI 300 และ MSCI China อยู่แถวโซนประมาณ -1 S.D. คือเทรดในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับหุ้นโลกในปัจจุบัน

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 19/06/2023

มามองกันที่ P/E Ratio กันบ้าง พบว่า Forward PE 12M ของตลาดหุ้นจีนอยู่ประมาณ 12x ต่ำกว่าตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ที่ 21x และต่ำกว่าหุ้นไทยที่อยู่ 17x

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 19/06/2023

หรือแม้แต่จะมองไปที่ Earning Yield Gap ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่าง Earning Yield ของตลาดหุ้น เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว พบว่าดัชนี CSI 300 อยู่ที่ 4.55% ส่วนดัชนี MSCI China อยู่ที่ 5.86%

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: Bloomberg, FINNOMENA FUNDS as of 19/06/2023

ปัจจัยข้างต้นสะท้อนว่าจังหวะเวลานี้ Valuation ของหุ้นจีนมีความน่าสนใจ และน่าสนใจในการเข้าลงทุน

แต่การตัดสินใจลงทุน คงมองแค่มิติเดียวไม่ได้ แม้ว่าราคาจะถูกแค่ไหน แต่ถ้าไม่มี Upside ให้โตไปข้างหน้า แบบนี้ก็คงไม่ใช่! ดังนั้นจึงควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้านด้วยครับ

จีนครึ่งแรกไม่เป็นตามที่หวัง 

ก่อนจะมองไปที่ทิศทางในอนาคต อยากจะพาทุกคนย้อนกลับมาดูกันว่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ตลาดหุ้นจีนผ่านอะไรมาบ้าง 

ภาพรวมตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งปีแรก ถือว่า underperform หุ้นโลก และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนติดลบ โดยดัชนี China A-Share -0.8% ขณะที่ดัชนี China H-Share -4.4% 

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: Bloomberg, FINNOMENA FUNDS as of 30/06/2023

ถามว่าเพราะอะไรหุ้นจีนถึงไม่ทะยานดังที่ตลาดคาดหวังไว้ในตอนแรก สาเหตุหลัก ๆ มาจากกระสุนที่ไม่แรงพอของรัฐบาลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนผิดหวังต่อท่าทีดังกล่าว 

การปรับตัวลงและวิ่งเป็น Sideway ของตลาดหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมา จึงเกิดจาก sentiment เชิงลบต่อความคาดหวังและความเชื่อมั่นเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่าจะเป็นเรื่องปัจจัยพื้นฐานหรือปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งจีนเองมีศักยภาพที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

สำหรับ Q2/2023 ตัวเลข GDP จีน GDP ขยายตัว 6.3% (YoY) และเมื่อเทียบรายไตรมาส (QoQ) ขยายตัว 0.8% เท่ากับว่าเศรษฐกิจจีนยังเติบโตเหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดย Bloomberg Consensus ประมาณการว่า GDP จีนจะเติบโต 5.5% ในปี 2023 

จีนครึ่งหลังลุ้นกลับมาได้

คำถามก็คือทำไมผมยังเชื่อมั่นว่าจีนวันฟ้าหม่นกำลังจะผ่านพ้นไป จีนวันสดใสนกำลังจะฟื้นคืนมาอีกครั้ง 

หลักฐานแรก… โทนเสียงจากการประชุม Politburo เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งสัญญาณถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ทั้งการฟื้นฟูภาคอสังหาฯ การแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น และพูดถึงการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกมากขึ้น โดยใช้คำว่า counter-cyclical แปลว่าหากเศรษฐกิจอ่อนแอ จะใช้นโยบายทั้งการคลังและการเงินเพื่อพยุงเต็มที่

มุมมองการลงทุนประจำเดือนสิงหาคม

หลักฐานที่สอง… นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นจีน หลังช่วงที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันต่างชาติเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนเป็นสัดส่วนน้อย แต่หลังการประชุม Politburo เป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนหันมาซื้อหุ้นจีนเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดข้อมูลในการซื้อขายหุ้นจีนผ่าน Stock Connect Northbound ก็เป็นการซื้อสุทธิมากสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2021 

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: Bloomberg, Macrobond as of 31/07/2023

หากความกังวลด้านนโยบายบรรเทาลง ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทยอยดีขึ้นตามคาด เท่ากับว่าแรงกดดันในตลาดหุ้นจีนน่าจะลดลงไปได้พอสมควร

ตลาดหุ้นจีนครึ่งปีหลังอาจจะเป็นหนังคนละม้วนกับครึ่งปีแรกเลยก็ได้ เพราะเศรษฐกิจและโลกการลงทุนมักเป็นวัฏจักร “มีขึ้นก็ต้องมีลง เมื่อลงถึงจุดถึงก็จะกลับมา” ซึ่งจีนเองก็มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และแข็งแกร่งพอที่จะรีบาวน์ได้ โดยปัจจัยหลักที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้น่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ทั้งการเงินการคลังจากทางรัฐบาลจีนที่ยังคงมีกระสุนสำรองอยู่อีกมาก

แนะนำกองทุนหุ้นจีน K-CHINA-A(A)

ใครยังไม่มีหุ้นจีนในพอร์ตเลย มองว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะเข้าทยอยสะสม หรือใครที่เก็บสะสมไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้ แต่อยู่ในโซนราคาที่แพงกว่าปัจจุบัน ก็สามารถใช้ช่วงจังหวะนี้เข้าถัวเฉลี่ยกองทุนหุ้นจีนที่ Valuation อยู่ในระดับน่าสนใจได้เช่นกัน หากคุณยังเชื่อมั่นในศักยภาพการฟื้นตัวระยะยาวของมหาอำนาจฝั่งโลกตะวันออก

กองทุนหุ้นจีนที่ FINNOMENA FUNDS Investment Team แนะนำภายใต้กรอบ MEVT Call ซึ่งมองทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค โดยเป็นมุมมองการลงทุนในระยะกลาง 6-12 เดือน คือ K-CHINA-A(A) กองจีน All China ลงทุนผ่านกองทุนแม่ JPMorgan Funds – China Fund ด้วยกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นแบบ bottom-up เน้นลงทุนในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของรัฐบาลจีน

หุ้น Top Holding ของ K-CHINA-A(A) จึงนำโดยกลุ่ม Consumer Discretionary, Communication Services และ Information Technology ได้แก่ Tencent, Alibaba, Meituan, NetEase, JD.com, Trip.com, Pinduoduo‎ ผสมผสานกับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น Ping An Insurance, China Merchants Bank และ China Resources Mixc เป็นต้น

The Contrarian Investor กองทุนจีน

Source: FINNOMENA FUNDS as of 08/08/2023

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 

สรุปแล้วผมมองว่าจุดนี้ยังเป็นเวลาที่สามารถทยอยสะสมกองทุนหุ้นจีนได้อยู่ เพราะตลาดที่ราคาย่อตัวลงมาในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังดีอยู่ เราควรมองเป็น “โอกาสเก็บของถูก” มากกว่าจะเป็น “วิกฤตที่ควรหลีกเลี่ยง” 

Jet – The Contrarian Investor


แหล่งข้อมูล

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศจีน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงบางส่วน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ