Investor’s Crowdsourcing: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักลงทุน

เมื่อกระบวนการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนในโลกเปลี่ยนไป จากแต่ก่อนที่การตัดสินใจลงทุนหลัก ๆ มาจากข้อมูลของ Sell Side หรือบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

โดยนักวิเคราะห์เป็นผู้ออกรายงานบทวิเคราะห์ต่าง ๆ มาให้นักลงทุนได้อ่านกัน แต่ในปัจจุบันข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนนั้นมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เหล่า Buy Side หรือนักลงทุนด้วยกันเองออกมาแชร์ข้อมูลกันทั้งใน Social Media และเวบบอร์ดต่าง ๆ รวมไปถึง Platform ที่ใช้สำหรับเป็นที่รวมความคิดเห็นของนักในโลกออนไลน์ ซึ่งกลไกนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนขอเรียกว่า Investor’s Crowdsourcing

Crowdsourcing คืออะไร

Crowdsourcing นั้นเกิดมาจากการผสมกันระหว่างคำสองคำก็คือ crowd + sourcing โดยคำว่า crowd แปลว่า มวลชนจำนวนมาก และ sourcing แปลว่า แหล่งที่มา และเมื่อเอามารวมกันแล้วก็หมายความว่า เป็นการทำงานที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มคนจำนวนมาก ประโยชน์ที่สำคัญของ Crowdsourcing คือ ทำให้แต่ละคนสามารถเห็นคำตอบที่หลากหลาย เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และนำไปสู่กระบวนการใหม่ของการ “ตัดสินใจ” ในที่สุด (นิยามจาก vharkarn.com)

ในปัจจุบัน Crowdsourcing เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในโลกของนักลงทุน คือการที่เหล่านักลงทุนหยิบเอาข้อมูลมาแชร์กัน และนำไปสู่การตัดสินใจลงทุน ซึ่งเห็นกันอยู่ทั่วไปใน Social Media โดยมีนักลงทุนที่เป็นผู้ใช้ facebook page, facebook group, twitter กันอย่างกว้างขวางทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเหล่านักลงทุนต่างก็นำมุมมองการลงทุนมาแชร์กันอย่างกว้างขวาง

Investor’s Crowdsourcing Platform

ปัจจุบันมี Platform ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น tradingview, eToro, Seeking Alpha ที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักลงทุนในโลกที่เข้ามาแชร์ความคิดเห็นและมุมมองการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์ม Investor’s crowdsourcing ที่สามารถทำการซื้อขายได้เลยนั้นจะเรียกว่าเป็น Social Trading Platform ซึ่งหมายถึงการเป็นแพลตฟอร์มที่รวมไอเดียจากคนจำนวนมาก และสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ในตัว

Tradingview

แพลตฟอร์มสัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งในปี 2011 เจ้านี้ล่าสุดเป็นเวบไซต์ที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่าเวบไซต์อย่าง CNBC, Wallstreet Journal, Reuters ไปแล้วนั่นหมายความว่านักลงทุนในปัจจุบันมีพฤติกรรมที่หาข้อมูลผ่าน Crowdsourcing มากกว่าการอ่านข่าวจาก Platform ของสื่อไปแล้ว โดยล่าสุด Tradingview เองก็ได้เปิดตัวในประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย Tradingview จะเป็น Investment Crowdsourcing Platform ที่เน้นการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงเทคนิคเป็นหลักซึ่งมีนักลงทุนทั่วโลกที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกแล้วกว่า 3 ล้านคน และมีการลากกราฟเทคนิคมาแชร์กันแล้วกว่า 10 ล้านไอเดีย (Tradingview ได้ทำการระดมทุนไปแล้วกว่า 40 ล้านเหรียญฯ)

eToro

แพลตฟอร์มสัญชาติอิสราเอลที่ก่อตั้งในปี 2007 โดย eToro จัดเป็น Social Trading Platform ที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก โดยความเป็น Social Trading Platform หมายถึงการที่นักลงทุนทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้บน eToro เลย โดยบน eToro เป็นทั้ง Investor’s Crowdsourcing Platform ที่รวมไอเดียของนักลงทุน และเป็น Influencer Platform ที่ให้กูรูสายเทรดสามารถโชว์พอร์ต และผลประกอบการให้เหล่านักลงทุนสามารถเทรดตาม (copy trade) ได้อีกด้วย โดย eToro ได้เปิดตัวแล้วในประเทศไทยเช่นกัน (eToro ได้ทำการระดมทุนไปแล้วกว่า 200 ล้านเหรียญฯ)

Seeking Alpha 

แพลตฟอร์มสัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งในปี 2004 ที่เป็นที่รวมข้อมูลจากทั้งนักลงทุน นักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ ผู้วางแผนการลงทุน เกือบ 2 หมื่นชีวิตที่เข้ามาแชร์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจการลงทุนในรูปแบบ Research Crowdsourcing ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 10 ล้านคนในแต่ละเดือน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ก็เริ่มมีนักลงทุนไทยที่ไปร่วมแชร์ข้อมูลแล้วเช่นกัน (Seeking Alpha ได้ทำการระดมทุนไปแล้วกว่า 7 ล้านเหรียญฯ ปัจจุบันไม่ต้องการระดมทุนเพิ่มแล้ว)

ความท้าทายของ Investor’s Crowdsourcing สำหรับประเทศไทย

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล คนไทยใช้เวลาบนโลกดิจิทัลมากกว่าเวลานอน และเวลาทำงาน กลไกการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ผู้เขียนมองว่า Crowdsourcing คือกลไกหลักที่นักลงทุนจะใช้ในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผู้เล่นในตลาดต่างก็ต้องปรับตัว ทั้งฝั่งบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องเริ่มแชร์ข้อมูลผ่านกลไก Crowdsourcing และเริ่มสร้างแพลตฟอร์ที่ทำการซื้อขายได้บนโลกของ Crowdsourcing ที่เรียกกันว่า Social Trading Platform หน่วยงานกำกับดูแลในบ้านเราปัจจุบันได้ตระหนักถึงการเกิดขึ้นของแนวโน้มนี้แล้ว และต้องหาเครื่องมือที่ทันสมัยในการกำกับดูแล Investor’s Crowdsourcing รวมถึงออกเกณฑ์การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ สุดท้ายแล้วผู้เขียนเชื่อว่ากลไก Crowdsourcing ที่นำมาเล่าในวันนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ตลาดทุนบ้านเรามีความลึกมากขึ้น เพราะความรู้เรื่องการลงทุนจะเข้าถึงคนไทยมากขึ้น โดยในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้เราน่าจะได้เห็นฐานของจำนวนนักลงทุนไทยในหลักทรัพย์ต่าง ๆ เติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้นจากกระแส Investor’s Crowdsourcing เป็นอย่างแน่นอนครับ

ที่มาบทความ: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/645750

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์