ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง...ตลาดหุ้นไทยปี 2564

ตลาดหุ้นไทยยังไม่ไปไหนสักทีหลังจากที่ทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ไปเมื่อต้นปี 2561 ที่ระดับ 1,848 จุด และก็เป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่ SET ดูจะมีทิศทางย่อลงเรื่อย ๆ ทำเอานักลงทุนไทยจำนวนมากอยู่ในภาวะ “ติดหุ้น” ขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีกลับทำจุดสูงสุดใหม่ให้เห็นเรื่อย ๆ เกิดมาเป็นคำถามที่มีบ่อยครั้งว่าเราควรจะยอมตัดขาดทุนหุ้นไทยบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อแบ่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศหรือไม่ ? ส่วนตัวผมคิดว่าควรต้องยอม อย่างน้อยก็บางส่วน ดัวยเหตุผลตามนี้ครับ

ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง...ตลาดหุ้นไทยปี 2564

รูป ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ณ กันยายน 2563 | ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย

ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง

ล่าสุดในเดือนกันยายน 2563 แบงค์ชาติได้ออกมาลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยเหลือเพียง 3.6% ในปีหน้า 2564 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัว 5% ขณะที่เศรษฐกิจโลกนั้นทาง World Bank คาดว่าจะฟื้นตัวได้ประมาณ 5 – 6%

ขณะที่หลายประเทศอย่างสหรัฐฯ หรือในยุโรป เลือกที่จะไม่ปิดประเทศทำให้อัตราการระบาดของโควิดนั้นลุกลามอย่างมาก แต่เศรษฐกิจกลับเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และดูเหมือนผู้คนจะเริ่มชินชากับเจ้าโรคระบาดตัวนี้มากขึ้น อย่างในยุโรปนั้น การที่นักฟุตบอลติดเชื้อโควิด เริ่มจะดูเป็นเรื่องปกติขึ้นไปทุกที

กลับมาที่บ้านเรานั้นก็ต้องขอชื่นชมว่าควบคุมการระบาดของโรคได้เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันกลับกลายเป็นว่าคนไทยตอนนี้รับไม่ได้แล้วที่จะให้มีการเปิดประเทศ เพราะรับไม่ได้ที่จะให้มีการติดเชื้อในบ้านเรา แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือการหายไปของนักท่องเที่ยวสามสิบล้านคน การค้าขาย การทำธุรกิจหยุดชะงัก เพราะคนไม่อยากเข้ามากักตัว 14 วัน

สภาวะแบบนี้ในบ้านเราคงจะเกิดขึ้นไปอีกนาน เพราะการระบาดของโรคก็ยังไม่หมดไป วัคซีนก็ยังไม่สำเร็จ หรือต่อให้สำเร็จก็คงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผลิต และแจกจ่ายได้ทั่วโลก ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าปีหน้า 2564 จะเป็นปีที่ประเทศไทยฟื้นตัวได้ยากกว่าหลาย ๆ ประเทศ เข้าสู่ภาวะ “ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง”

เมื่อไหร่ SET จะกลับไป 1800

ถ้า SET จะกลับไป 1,800 ได้อย่างน้อยต้องมีสัญญาณว่า EPS ของ SET มีแนวโน้มกลับไปเติบโตต่อเนื่องได้อีกครั้ง

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

ในช่วงต้นปี 2561 ช่วงที่ SET ทำจุดสูงสุดเดิมไว้นั้น ระดับ EPS 4 ไตรมาสย้อนหลังของ SET อยู่ที่ประมาณ 100 และนักวิเคราะห์คาดว่าสิ้นปี 2561 นั้น EPS ของทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 110 ซึ่งตลาดในเวลานั้นให้ระดับ Forward P/E ที่ประมาณ 17 เท่าจึงทำให้ตลาดทำจุดสูงสุดคือ 110 x 17 ซึ่งทะลุระดับ 1,800 จุดได้สำเร็จ

ปรากฏว่า EPS ตลาดหุ้นไทยออกมาจริงที่ 96 ในปี 2561 และ 87 ในปี 2562 และน่าต่ำกว่า 60 ในปี 2563 นี้ ซึ่งเท่ากับว่า ณ วันนี้ที่ระดับดัชนีหุ้นไทยที่ 1,200 จุดต้น ๆ นั้นตลาดเทรดที่ระดับ Forward P/E สูงกว่า 20 เท่า แพงกว่าสมัยที่ดัชนีทะลุ 1,800 เสียอีก

สิ่งสำคัญคืออนาคตข้างหน้า เมื่อดูจาก Bloomberg Consensus ตอนนี้มองว่า EPS ของตลาดหุ้นไทยจะโต 35% ไปที่ 78 ในปี 2564 และจะโตอีก 23% ไปสู่ 95 ในปี 2565 เท่ากับว่าแม้จะอีกสองปีข้างหน้านักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ระดับ EPS ของตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (ปี 2561) อยู่เลย

นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เขียนมองว่า เมื่อ EPS ไม่ไปไหน ตลาดหุ้นจะ New High ก็ยาก และที่สำคัญคือเมื่อดูจากการคาดการณ์เศรษฐกิจของแบงค์ชาติ ภาคการท่องเที่ยว การย้ายฐานการผลิตออกจากไทย และการปิดประเทศที่ดูจะไม่สิ้นสุดง่าย ๆ แล้ว การที่กำไรจะฟื้นได้ 35% และ 23% ที่ตลาดคาดการณ์ก็ยังดูท้าทายเหลือเกินที่จะเป็นไปได้

เราน่าจะเจออีก 1 – 2 ปีที่เหนื่อยต่อไปสำหรับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจไทย สำหรับนักลงทุนที่กระจุกเงินลงทุนอยู่ที่หุ้นไทยอย่างเดียวก็ถึงเวลาที่จะหัดกระจายเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศบ้างได้แล้วครับ

FundTalk รายงาน

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน