แจ้งเตือน

รายชื่อกองทุนรวม IPO ปี 2564

รวมรายชื่อกองทุนรวมที่ IPO ปี 2564 โดยทาง FINNOMENA จะอัปเดตเรื่อย ๆ เมื่อมีกองทุน IPO ใหม่ในแต่ละเดือน

*หมายเหตุ: ในระหว่าง IPO ลูกค้าสามารถโทรเข้ามาทำรายการซื้อกองทุนรวมกับทาง FINNOMENA ที่เบอร์ 02-026-5100  ได้ก่อนเวลา 14.00 ของแต่ละวันทำการ

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนตุลาคม 2564

กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ BaillieGifford Worldwide US Equity Growth Fund, Class B Acc (USD) (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Baillie Gifford Worldwide Funds PLC โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุน ในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของทางการ (Regulated Market) เป็นหลักซึ่งมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายและอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ กองทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีรายได้หรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ จดทะเบียนซื้อขายหรือจัดจําหน่ายใน Regulated Market ทั่วโลก

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้เพื่อการออม: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ BaillieGifford Worldwide US Equity Growth Fund, Class B Acc (USD) (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Baillie Gifford Worldwide Funds PLC โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุน ในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของทางการ (Regulated Market) เป็นหลักซึ่งมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายและอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ กองทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีรายได้หรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ จดทะเบียนซื้อขายหรือจัดจําหน่ายใน Regulated Market ทั่วโลก

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรี ESG Climate Tech เพื่อการเลี้ยงชีพ: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ DWS Invest ESG Climate Tech, Class USD TFC (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท DWS Investment S.A. โดยเฉลี่ยในรอบปี บัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน DWS Invest ESG Climate Tech (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและ/หรือ หลักทรัพย์อื่นๆ ของบริษัททั่วโลกที่มีธรุกิจหลักเกี่ยวกับการควบคุมหรือลดการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลกหรือผลกระทบอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนําเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่ช่วยในการลดมลพิษโดยการสร้างพลังงานสะอาด การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงบริษัทที่มีธุรกิจ เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ น้ำ เกษตรกรรม การป้องกันภัยพิบัติ และเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการดําเนินกิจการ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG ซึ่งได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Corporate Governance)

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรี ESG Climate Tech เพื่อการออม: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ DWS Invest ESG Climate Tech, Class USD TFC (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท DWS Investment S.A. โดยเฉลี่ยในรอบปี บัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน DWS Invest ESG Climate Tech (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและ/หรือ หลักทรัพย์อื่นๆ ของบริษัททั่วโลกที่มีธรุกิจหลักเกี่ยวกับการควบคุมหรือลดการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลกหรือผลกระทบอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนําเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่ช่วยในการลดมลพิษโดยการสร้างพลังงานสะอาด การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงบริษัทที่มีธุรกิจ เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ น้ำ เกษตรกรรม การป้องกันภัยพิบัติ และเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการดําเนินกิจการ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG ซึ่งได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Corporate Governance)

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรีเน็กซ์เจเนเรชั่นอินฟราสตรัคเจอร์เพื่อการเลี้ยงชีพ: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของ กองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund, Class IB USD (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Credit Suisse Fund Management S.A. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่มีลักษณะในทํานองเดียวกันกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่มีกิจการเกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรีเน็กซ์เจเนเรชั่นอินฟราสตรัคเจอร์เพื่อการออม: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของ กองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund, Class IB USD (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Credit Suisse Fund Management S.A. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่มีลักษณะในทํานองเดียวกันกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่มีกิจการเกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลโกรทเพื่อการเลี้ยงชีพ: จะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ต่างประเทศชื่อ Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund, Class B USD Acc (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Baillie Gifford Worldwide Funds PLC โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund (กองทุนหลัก): มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก ซึ่งเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกำกับดูแลโดยทางการ (Regulated Market)

ช่วงเวลา IPO: 4-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Goldman Sachs Japan Equity Partners Portfolio (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Shares (Acc.) สกุลเงินเยน (JPY) กองทุนหลักบริหารโดย Goldman Sachs Asset Management Fund Services Limited จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS

กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารทุนหรือตราสารทุน ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Transferable Securities) และกองทุน ซึ่งมีการลงทุน ในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่นหรือบริษัทที่มีรายได้จากประเทศญี่ปุ่น โดยทั่วไปกองทุนหลักจะลงทุน ในบริษัท 25-40 แห่ง

ช่วงเวลา IPO: 5-11 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 20 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนปลายทาง มีการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นพื้นฐานเพื่อการต่อยอดนวัตกรรมที่จะพลิกโฉมธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอนาคต เช่น Autonomous and Robotics, Artificial Intelligence/ Machine Learning and Big Data, Distributed Ledger, Cloud and NextGen Computing, Internet of Things, 5G/ NextG Wireless, Space Exploration เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมข้างต้น ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป เพื่อให้มี Net Exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุน ในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ กองทุนจะน่าเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 6-12 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 18 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ กองทุน UTI India Dynamic Equity Fund (กองทุนหลัก) Institutional Accumulating Class สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 12-19 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 20 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียตนาม (Vietnam) และ/หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียตนาม และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียตนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น รวมทั้งหน่วย CIS และ/หรือกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียตนาม ทั้งนี้ กองทุนจะมี net exposure ในตราสารทุนข้างต้นที่เกี่ยวข้องกับประเทศเวียตนามโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 14-20 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 26 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบายลงทุน ในตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป โดยจะลงทุนในกองทุนหลักเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนเปิด แอล เอช ยุโรป จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco Pan European Small Cap Equity Fund Class C-Acc Shares (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินยูโร (EUR) ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และอยู่ภายใต้ UCITS บริหารและจัดการโดย Invesco Management S.A.

กองทุนหลักมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เงินทุนเติบโตในระยะยาวโดยเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในทวีปยุโรปเป็นหลัก บางสถานการณ์กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่ฟื้นตัว, หุ้นควบรวมกิจการ หรือ หุ้นตลาดเกิดใหม่ในยุโรปตะวันออกในเวลาที่เหมาะสม โดยกองทุนมีเป้าหมายเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

ช่วงเวลา IPO: 18-27 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 29 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ ตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bond) หุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีเงื่อนไข (Contingent convertible bond) และตราสารหนี้อื่น รวมถึงตราสารหนี้ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Negotiable Debt Instruments) เป็นต้น เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากทั่วโลก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 60% ของ NAV

ช่วงเวลา IPO: 20-27 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Goldman Sachs Global Millennials Equity Portfolio, Class I Shares (Acc.) (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Goldman Sachs Global Millennials Equity Portfolio Class I Shares (Acc.) มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคของประชากรกลุ่ม Millennials ที่เกิดในระหว่างปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2542

ช่วงเวลา IPO: 20-27 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 2 พฤศจิกายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนกันยายน 2564

กระจายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้เอกชน และเงินฝาก (โดยสัดส่วนตราสารต่างประเทศไม่เกิน 79%) กำหนดอายุเฉลี่ยของตราสารในพอร์ตลงทุนไม่เกิน 1 ปี ลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป และในต่างประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB ขึ้นไป ถือสินทรัพย์สภาพคล่องในสัดส่วนที่สูง มีความคล่องตัวในการบริหารสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีและเน้นรักษาเงินต้นเป็นสำคัญ

ช่วงเวลา IPO: 6-10 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 15 กันยายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1.00 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1.00 บาท

กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ iShares Russell 1000 ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ซึ่งกองทุนจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange, NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ BlackRock Fund Advisors กองทุน iShares Russell 1000 ETF (กองทุนหลัก) มีนโยบายมุ่งลงทุนเพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นไปตามดัชนี Russell 1000 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีวัดผลการดำเนินงานของหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งกำหนดโดย FTSE Russell (Index Provider) ทั้งนี้ กองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารแบบแบบเชิงรับ (Passive) เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง โดยใช้กลยุทธ์การสุ่มตัวแทนดัชนี (Representative sampling) ในการบริหารจัดการกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 8-15 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 27 กันยายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ กองทุน Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศ ลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO โดยกองทุนจะลงทุนในรูปสกุลเงิน USD และจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่่ากว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ของกองทุน ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความ เสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่่ากว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 13-23 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 1 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds -Europe Dynamic Technologies Fund (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I” ใน สกุลเงินยูโร โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

ช่วงเวลา IPO: 15-21 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 28 กันยายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยกองทุนหลักที่ไปลงทุน คือ กองทุน Baillie Gifford Worldwide Health Innovation Fund class B USD Acc สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะลงทุนในบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย โดยตราสารทุนส่วนใหญ่จดทะเบียน ซื้อขาย หรือจัดการในตลาดที่มีการควบคุม (Regulated Market) ตราสารทุนที่กองทุนจะลงทุน ประกอบด้วยหุ้นสามัญและหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Transferable Securities) เช่น หลักทรัพย์แปลงสภาพ หลักทรัพย์บุริมสิทธิแปลงสภาพ และ ใบสำคัญแสดงสิทธิ

ช่วงเวลา IPO: 20-28 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 30 กันยายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF FinTech Fund ชนิดหน่วยลงทุน I2 USD (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 70% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลักในตราสารทุน ของบริษัททั่วโลกที่มีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยการวิจัย การพัฒนา การผลิต และ/หรือจัดจำหน่ายเทคโนโลยีที่นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการ ทางการเงิน โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีรายได้จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน และ/หรือบริษัทที่มีเป้าหมายในการแข่งขันกับบริการทางการเงิน รูปแบบเดิม ซึ่งรวมถึงกิจกรรมทางการเงินต่าง ๆเช่น ระบบการชำระเงิน การธนาคาร การลงทุน การให้เงินกู้ยืม การประกันภัย และซอฟต์แวร์ กองทุนหลัก ดังกล่าวบริหารและจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.

ช่วงเวลา IPO: 21-29 กันยายน 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 10 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Nomura Funds Ireland – Global Dynamic Bond Fund, Class I USD (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปี บัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้ อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงอาจลงทุนในสัญญาซื้ อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

ช่วงเวลา IPO: 28 กันยายน – 4 ตุลาคม 2564

เปิดเสนอขายหลัง IPO: 20 ตุลาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนสิงหาคม 2564

กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบาย
การลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของสาธารณรัฐประชาชน
จีน เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม (clean energy)
นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี หรือการพัฒนาด้านสาธารณสุขและการแพทย์ รวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อย
กว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ
ต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุนในสัดส่วนกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 2-10 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 16 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ช่วงเวลา IPO: 13-19 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ช่วงเวลา IPO: 13-19 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ช่วงเวลา IPO: 13-19 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ช่วงเวลา IPO: 13-19 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ช่วงเวลา IPO: 13-19 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ AB Sustainable Global Thematic Portfolio, Class S1 USD (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่สนับสนุนธีมการลงทุนแบบยั่งยืน ในด้านสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสังคม ซึ่งได้แก่ สุขภาพอนามัย (Health) สภาพภูมิอากาศ (Climate) และการเพิ่มศักยภาพให้กับคนในสังคม (Empowerment)

ช่วงเวลา IPO: 16-24 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 30 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของ JPMorgan Funds – US Growth Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน JPM US Growth I (acc) – USD โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนตรงในหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ตราสารทุน ตราสารหนี้เงินฝาก และหรือหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึง Derivatives เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (EPM) และ/หรือ Structured Note และกองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV

ช่วงเวลา IPO: 17-24 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดเดียว บริหารโดย Invesco Capital Management LLC และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ช่วงเวลา IPO: 20-26 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลโกรท: จะนําเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund, Class B USD Acc (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Baillie Gifford Worldwide Funds PLC โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 24-31 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนกรกฎาคม 2564

นโยบายกองทุน iShares MSCI All Country Asia ex Japan ETF (กองทุนหลัก) กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI AC Asia ex Japan (ดัชนี กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI AC Asia ex Japan (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง (Large and mid-capitalization companies) ในภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น

AAXJ:US

ช่วงเวลา IPO: 6-12 กรกฎาคม 2564

หลัง IPO: 29 กรกฎาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) • กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (Large-capitalization U.S. equities) จำนวน 500 บริษัท จัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC และใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยข้อมูลการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยในการคำนวณ (Float-adjusted market capitalization) IVV:US

ช่วงเวลา IPO: 6-12 กรกฎาคม 2564

หลัง IPO: 29 กรกฎาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares STOXX Europe 600 (DE) (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund ( ETF) ที่ซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์อิเล็กโทรนิค (Exchange Electronic Trading (Xetra)) ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศเยอรมันนี (Germany) และอยู่ภายใต้ UCITS บริหารงานภายใต้ความดูแลของ BlackRock Asset Management Deutschland AG และลงทุนในสกุลเงินยูโร โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี STOXX Europe 600 เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี STOXX Europe 600 ดังกล่าวโดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 6-12 กรกฎาคม 2564

หลัง IPO: 20 กรกฎาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนหลัก คือ Invesco Dynamic Leisure and Entertainment ETF กองทุนหลักเน้นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนและมองในหลายมิติ เช่น price momentum, earning momentum, quality, management action และ value โดยจะลงทุนหุ้น 30 ตัวตาม ETF เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับการออกแบบ การผลิต การจัดจำหน่วย สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับ sector นี้ มีการปรับพอร์ตทุกๆ เดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน หุ้น 5 อันดับแรก ViacomCBS (5.32%), Starbucks (5.03%), Yum China Holdings (5.01%), McDonald’s (4.96%) และ Walt Disney (4.95%) พอร์ตการลงทุนจะผสมกันทั้ง Small – Mid และ Large Cap ลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 94.62% sectors หลักคือ Entertainment และ Hotels, Restaurants & Leisure ประมาณ 60% ผลการดำเนินของ YTD. ของ Invesco Dynamic Leisure and Entertainment ETF เพิ่มขึ้นประมาณ 30.73% ขณะที่ผลการดำเนินงาน 1 ปี อยู่ที่ 75.25%

ช่วงเวลา IPO: 12-16 กรกฎาคม 2564

หลัง IPO: 21 กรกฎาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน DWS Invest Asian Bonds (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) USD FC50 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักบริหารโดย DWS Investment S.A. จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ SICAV ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ UCITS กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ คือ สร้างผลตอบแทนของกองทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยอาจลงทุนในตราสารที่มีการจ่ายดอกเบี้ยและหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกโดย

  • รัฐบาลของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
  • หน่วยงานราชการของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
  • หลักทรัพย์ที่ออกภายใต้กฎหมายของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
  • บริษัทที่จดทะเบียนในหรือดำเนินธุรกิจหลักในภูมิภาคอเชีย
  • สถาบันระดับชาติ เช่น ธนาคารโลก (IBRD) ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) และ ธนาคารยุโรปเพื่อการบูรณะและพัฒนา (EBRD) ในสกุลเงินเอเชีย
  • ไม่ใช่บริษัทในทวีปเอเชีย ที่ออกในสกุลเงินเอเชีย หลักทรัพย์ตามข้างต้นอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สกุลเงินในกลุ่ม Group of Seven (G7) และสกุลเงินต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ Aaa ถึง B3 (Moody’s) และ AAA ถึง B- (Standard & Poor’s) หรือเทียบเท่า

ช่วงเวลา IPO: 15-21 กรกฎาคม 2564

หลัง IPO: 2 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ จัดตั้งขึ้น หรือดำเนินธุรกิจ หรือได้รับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคยุโรปเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนประเภทต่างๆ เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนตราสารทุน หรือ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ100 ของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนข้างต้นตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยมี สัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 27 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 9 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  5,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Invesco Elwood Global Blockchain UCITS ETF สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน Invesco Elwood Global Blockchain UCITS ETF

  • กองทุนหลักบริหารโดย Invesco Investment Management Ltd
  • จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) และอยู่ภายใต้ UCITS
  • ซื้อขายที่ London Stock Exchange
  • เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีส่วนร่วมหรือมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีBlockchain

ช่วงเวลา IPO: 27 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 18 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

นโยบำยกำรลงทุนของกองทุน Wellington Global Impact Fund (กองทุนหลัก) ผู้จัดการกองทุนมุ่งหวังที่จะเข้าใจปัญหาใหญ่ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และค้นหาบริษัทที่เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการ ผู้จัดการกองทุนจะบริหารกองทุนเชิงรุก (actively manage) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนี MSCI All Country World Index และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนข้างต้น กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกเป็นหลัก โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนมีความเห็นว่ามีธุรกิจหลักที่มีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและ/หรือ สิ่งแวดล้อม (social and/or environmental change) ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในรูปตัวเงิน (financial return) -กองทุนมุ่งหมายที่จะค้นหาบริษัทต่าง ๆ (universe) โดยแบ่งประเภทเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (lifeessentials), การพัฒนาและเสริมสร้างบุคคล (human empowerment), และสิ่งแวดล้อม (environment)

ช่วงเวลา IPO: 29 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 9 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบาย ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ดำเนินการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร ์ โดยจะลงทุนในกองทุนหลักเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Global X Cybersecurity ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลารส์ หรัฐฯ (USD) จดทะเบียนซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศ Ticker:BUG

ช่วงเวลา IPO: 29 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2564

หลัง IPO: 9 สิงหาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนมิถุนายน 2564

GUSSIGA:ID กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส Mid/Small Cap อิควิตี้ Granahan US SMID Select Fund Granahan US SMID Select Fund
ชนิดหน่วยลงทุน A (Acc) – USD ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดกลางและเล็ก (“SMIDCap”)
โดยกองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นจำนวน 40-60 ตัวของบริษัทที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
ที่สะท้อนดัชนี Russell 2500 Growth 💰ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ~90%

ช่วงเวลา IPO: 1-10 มิถุนายน 2564

หลัง IPO: 16 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าเมกะเทรนด์กองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 2 กองทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ กองทุนโดยมี ETF ที่คาดว่าจะลงทุนดังนี้ 1. Global X MSCI China Consumeriscretionary ETF (Fund Ticker: CHIQ)
2. Invesco China Technology ETF (Fund Ticker: CQQQ)
3. KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF (Fund Ticker: KGRN)
4.KraneShare MSCI All China Health Care Index ETF (Fund Ticker: KURE)

หลัง IPO: 21 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

SCBSEMI ลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน Semiconductor หัวใจสำคัญของทุกนวัตกรรม
VanEck Vectors Semiconductor UCIT ETF

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

Blackrock Fin Tech Fund ชนิดหน่วยลงทุน D2 USD เพียง
กองทุนเดียว เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมลู คา่ ทรพั ยส์ นิ สุทธิของกองทุน
BGF FinTech Fund เป็นกองทุนท่มี ุ่งหาผลตอบแทนในระยะยาว มนี โยบายการลงทุนในตราสารทุนของบรษิ ทั ทวั่
โลกที่เกี่ยวข้องกับ Financial Services/ IT Services และ Insurance ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ปรบั ปรุง
รวมถึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริการทางการเงินแบบดั้งเดิมให้ดีขึ้น โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนในกลุ่ม BlackRock Global
Funds มี BlackRock (Luxembourg) S.A. เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  500 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

เป็นกองทุนรวมผสมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารหนี้กึ่งทุน และสินทรัพย์ทางเลือก กองทุนนี้บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Amundi Asset Management
ผู้จัดการกองจะปรับสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 100 ของ NAV ตามความเหมาะสมของสถานการณ์
โดยกองทุนจะมีประกันเงินลงทุนบางส่วน (90% ของ NAV สูงสุด) ซึ่งผู้รับประกัน คือ Credit Agricole S.A. (ธนาคารชั้นนำอันดับ 2 ของประเทศฝรั่งเศส)
หากกรณีเกิดตลาดไม่เอื้ออำนวย และมูลค่าหน่วยลงทุนต่ำกว่าระดับการการันตี กองทุน KT-G90 จะย้ายการลงทุนไปสินทรัพย์สภาพคล่องที่มีความเสี่ยงต่ำทั้งหมด และราคา NAV ที่เผยแพร่จะประกาศเท่ากับมูลค่าหน่วยลงทุนที่รับประกันไว้

หลัง IPO: 24 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  10,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI ACWI ซึ่งมีวิธีการคำนวณดัชนีจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมที่มีการปรับค่า Free Float (หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้โดยเสรี) (Free Float-adjusted Market Capitalization Index) โดยสะท้อน อัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) รวมถึงกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งดัชนีอ้างอิงดังกล่าวอาจประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงและปานกลาง (Large and Midcapitalization)

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

เพื่อสร้างโอกาสการเติบโต
ของเงินลงทุนไปกับส่วนประกอบที่สำคัญในกำรพัฒนำทำงเทคโนโลยี กระจำยกำรลงทุนในธุรกิจ
SEMICONDUCTORSEMICONDUCTOR เน้นธุรกิจ Pure play ลงใน
Invesco Dynamic Semiconductor ETF (PSI) 70%
VanEck Vectors Semiconductor ETF ( SMH ) 30%

หลัง IPO: 25 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  5,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

กองทุน Feeder Fund ที่มีการลงทุนในกองทุน iShares Semiconductor ETF (กองทุนหลัก) กองทุนธีม semiconducture
ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และมีผลการดำเนินงานโดดเด่น Semiconductor อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโต
อย่างก้าวกระโดด ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยี
หลายประเทศมหาอำนาจให้ความสนใจในการลงทุนวิจัยพัฒนาด้วยเงินลงทุนมหาศาล

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน Baillie Gifford Worldwide Health Innovation Fund – Class B USD Shares (กองทุนหลัก) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักบริหารโดย Baillie Gifford Investment Management (Europe) Limited จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) และอยู่ภายใต้ UCITS

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศ เพียงกองทุนเดียว คือ iShares Semiconductor ETF (กองทุนหลัก) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ให้สอดคล้องกับดัชนี ICE Semiconductor Index ซึ่งประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก:  1,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนพฤษภาคม 2564

ETFMG Alternative Harvest ETF (MJ US Equity) 60% และ Global X Cannabis ETF(POTX US Equity) 40% ของ Mirea Asset กองทุน Cannabis ETF ที่บริหารแบบ Passive โดยเน้นให้ผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง

ช่วงเวลา IPO: 5-12 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 14 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: ช่วง IPO 5,000 บาท หลัง IPO 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ค่าธรรมเนียมขาเข้า (fron-end): ช่วง IPO 1.33% หลัง IPO 1.50%

ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้ง SET และ MAI ด้วยกลยุทธการลงทุน แบบ Stock Selection ผ่านการวิเคราะห์และประเมินคุณภาพบริษัทอย่างเข้มข้น
คัดสรรหุ้นด้วย Investment Scorecard เลือกหุ้นที่ดีที่สุดเพียง 12 ตัว ที่มีความสามารถในการเติบโตและสร้างผลกำไร
ประกอบกับจังหวะในการซื้อขายสร้างผลกำไร ด้วยประสบการณ์และความรู้ด้านการลงทุนของทีมงาน

ช่วงเวลา IPO: 5-12 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท

ค่าธรรมเนียมขาเข้า (fron-end): 1.25%

ลงทุนในกองแม่หลักคือ Nikko AM ARK Disruptive Innovation Class A USD

ช่วงเวลา IPO: 5-12 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 17 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: ช่วง IPO 5,000 บาท หลัง IPO 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

Comgest Growth PLC – Comgest Growth Japan (COMGRJA : ID) 60% เป็นกองทุนหน่วยลงทุนที่ลงทุนในบริษัทญี่ปุ่นที่มีผลการด าเนินงานโดดเด่น โดยกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในระยะยาวทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

Nomura Funds Ireland – Japan High Conviction (NOMJHIJ : ID) 40% เป็นกองทุนหน่วยลงทุนที่ลงทุนในบริษัทญี่ปุ่น โดยกองทุนเน้นลงทุนในบริษัทเติบโตที่มีROE สูง และความมั่นคง โดยมีกลยุทธ์ที่ค้อนข้ากระจุกตัวในบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ 20 แห่ง และบริษัทขนาดกลางและเล็กประมาณ 10 แห่ง

ช่วงเวลา IPO: 5-12 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 17 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

โดยกองทุนเป็น Fund of Funds ที่เน้นลงทุนในกองทุน SPDR® S&P Kensho Smart Mobility
ETF (Bloomberg Ticker: HAIL US) และ
เสริมการลงทุนด้วยกองทุน Global x Autonomous & Electric Vehicl

ช่วงเวลา IPO: 10-17 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 19 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

ค่าธรรมเนียมขาเข้า (fron-end): ช่วง IPO 1% หลัง IPO 1.25%

SCB Global Experts Fund (SCBGEX)
กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนในตราสารทุน เช่น หน่วย CIS หน่วย ETF เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมี
net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้กองทุนจะลงทุนในหน่วย
ลงทุนของกองทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่า
ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เบื้องต้นกองทุนมีการบริหารพอร์ตการลงทุนแบบ Core-Satellite portfolio โดยจะแบ่งเงินลงทุนในกองทุนหลัก (Core Fund) และเงินลงทุนส่วน
ที่เหลือลงทุนในกองทุนเสริม (Satellite Funds) โดยสามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้ตามดุลยพินิจ (Dynamic Asset Allocation)
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/
หรือการบริหารความเสี่ยง และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตาม
ความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

ช่วงเวลา IPO: 10-17 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงทุนใน BLACKROCK BGF China Bond Fund
เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ในสกุลหยวน (RMB dominated fixed income) อย่างน้อย70%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่สกุลหยวน
(Non RMB denominated securities) ที่ออกโดยธุรกิจที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักในประเทศจีนกองทุนรวมหลักเน้นลงทุนในทุกตลาดตราสารหนี้ของ
จีนซึ่งรวมถึงตลาดตราสารหนี้สกุลหยวนในประเทศจีน (On shore RMB bond market) ตลาดตราสารหนี้สกุลหยวนนอกประเทศจีน
(Offshore RMB bond market) และตลาดตราสารหนี้นอกประเทศจีนที่เป็นสกุลเงินแข็ง(Hard currency market)
โดยอันดับความน่าเชื่อถือเฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโออยู่ที่อันดับที่ลงทุนได้(Investment grade)

ช่วงเวลา IPO: 11-19 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 24 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

BGF Asian High Yield
Bond Fund, Class D 2 USD ( กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็น High Yield Bond ซึ่งออกโดยภาครัฐ และบริษัทต่างๆ ที่ดาเนินกิจการอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ไม่ต่ากว่าร้อยละ 70 ของทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 18-24 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

ลงทุนใน ETF 2 กองทุน คือ 1) iShares Hang Seng TECH ETF (สัดส่วน 70%) โดยลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีน ลงทุนใน Soft Tech
ประกอบไปด้วย อีคอมเมิร์ซ คลาวด์ ดิจิทัล ฟินเทค อินเตอร์เน็ต และนวัตกรรม
2) KraneShares SSE STAR Market 50 Index (สัดส่วน 30%) โดยลงทุนในดัชนี STAR 50 Index ซึ่งเป็นกลุ่ม Hard Tech ของจีน ประกอบไปด้วย
เทคโนโลยียุคใหม่ อุปกรณ์ชั้นสูง การผลิตไฮเทค พลังงานยุคใหม่ ทรัพยากรยุคใหม่ และไบโอเมติซิน

ช่วงเวลา IPO: 19-25 พฤษภาคม 2564

หลัง IPO: 1 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Booking agencies/Entertainment/Airlines/ Cruises and Casinos Hotels and resorts ETF ที่คาดว่าน่าจะลง Harvest Travel & Leisure Index ETF iSharesSTOXX Europe 600 Travel Leisure UCITS ETF ETFMG TRAVEL TECH ETF US Global Jets ETF

ตัวอย่างหุ้น อาทิ Southwest Airlines Co
Booking Holdings Inc
Marriott International Inc/MD
Delta Air Lines Inc
Hilton Worldwide Holdings Inc
Expedia Group Inc
United Airlines Holdings Inc
Flutter Entertainment PLC
Las Vegas Sands Corp
American Airlines Group Inc

ช่วงเวลา IPO: 24-28 พฤษภาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

KraneShares SSE STAR Market 50 Index โดยลงทุนในดัชนี STAR 50 Index ซึ่งเป็นกลุ่ม Hard Tech ของจีน ประกอบไปด้วย เทคโนโลยียุคใหม่ อุปกรณ์ชั้นสูง การผลิตไฮเทค พลังงานยุคใหม่ ทรัพยากรยุคใหม่ และไบโอเมติซิน

ช่วงเวลา IPO: 31 พฤษภาคม – 8 มิถุนายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนเมษายน 2564

JPMorgan Pacific Technology – Class C (acc) – USD (Master Fund)  not less than 80% of NAV

ช่วงเวลา IPO: 1-7 เมษายน 2564

หลัง IPO: 19 เมษายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

SPDR Dow Jones Industrial Average ETF Trust ( กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Tra ded Fund ( ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดเดียว บริหารโดย State Street Global Advisors และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี Dow Jones Industrial Average โดยมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีดังกล่าว กองทุนมี net expo sure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80AV

ช่วงเวลา IPO: 1-7 เมษายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ARTISAN PARTNERS GLOBAL FUNDS PLC Artisan Developing World Fund (กองทุนหลัก) Class I US Dollar Accumulating Shares ในสกุลเงินยูโร เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ช่วงเวลา IPO: 2-8 เมษายน 2564

หลัง IPO: 12 เมษายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

Global X Cannabis ETF (POTX) 60% Amplify Seymour Cannabis ETF (CNBS) 40%

ช่วงเวลา IPO: 19-27 เมษายน 2564

ช่วงเวลาหลัง IPO: 30 เมษายน 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

Invesco China Technology ETF (CQQQ)กองทุนหลักจะเน้นลงทุนกลุ่ม Information Technology, Communication Services หรือ Consumer Discretionary เป็นต้น อีกทั้งยังสร้างโอกาสการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามดัชนี FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้ดัชนีอ้างอิงที่ถูกสร้างมาจาก 2 ดัชนีหลัก คือ FTSE China Index และ The FTSE China A Stock Connect CNH Index หลังจากองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาทไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ

ช่วงเวลา IPO: 20-28 เมษายน 2564

ช่วงเวลาหลัง IPO: 6 พฤษภาคม

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.07%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนมีนาคม 2564

กองทุนหลัก BNP PARIBAS ENERGY TRANSITION มุ่งเน้นที่จะมีส่วนร่วมไปยังการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนของโลก ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) โดยจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนในหุ้นและ/หรือหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้นที่ออก โดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งรวมถึง ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน (renewable & transitional energy), การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency), ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน (sustainable transport), อาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงการใช้พลังงาน (green building and infrastructure)

ค่าธรรมเนียมขาเข้า: 1.6050%

ลงทุนใน ETF ด้านพลังงานสะอาด และรถยนต์ไฟฟ้า โดยลงทุนผ่าน 3 ETF ได้แก่ 1) iShares Global Clean Energy ETF (ICLN) 2) Global X Lithium & Battery Tech ETF (LIT) 3) KraneShares Electric Vehicles & Future Mobility ETF (KARS)

ช่วงเวลา IPO: 4-15 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 17 มีนาคม 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.61%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.25%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท

ลงทุนกองทุนหลัก Global X Lithium & Battery Tech ETF และ RobecoSAM Smart
Mobility Equities I USD
ลงทุนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตแบตเตอรี่ ครอบคลุมการทำเหมือง
และการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการผลิตแบตเตอรี่หรือบริษัทที่ได้รับประโยชน์
จากการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งใน
อนาคต เช่น รถยนต์, ยานพาหนะไฟฟ้า และ/หรือเทคโนโลยีดิจิตอลที่ใช้ในการขนส่ง

ช่วงเวลา IPO: 5-12 มีนาคม 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% (ช่วง IPO)

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ลงทุนกองทุน DWS Invest ESG Climate Tech ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV
เน้นลงทุนธุรกิจเติบโตและได้ประโยชน์จากการแก้ปัญหาสภาพอากาศ เช่น พลังงานสะอาด
นวัตกรรมเกษตร และการจัดการน้ำ สร้างกำไรกับเทรนด์รักษ์โลก

ช่วงเวลา IPO: 8-16 มีนาคม 2564

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

ลงทุนกองทุน Invesco WilderHill Clean Energy ETF
ลงทุนในพลังงานสะอาด เฉพาะสหรัฐอเมริกา

ช่วงเวลา IPO: 8-16 มีนาคม 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.07%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงทุนกองทุน BGF Continental European Flexible Fund ลงทุนในยุโรป ยกเว้นประเทศอังกฤษ

ช่วงเวลา IPO: 15-23 มีนาคม 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% (ช่วง IPO)

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ARK Autonomous Technology & Robotics (ARKQ) เน้นลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นธีมการลงทุนแห่งอนาคตที่เปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ช่วงเวลา IPO: 15-19 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 24 มีนาคม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ลงทุนในกองทุนหลัก ARKF ซึ่งเน้นลงทุนในนวัตกรรมด้าน FINTECH เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการธุรกรรมทางเงิน สร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อ
ผลิตสินค้า บริการ การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถึงเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจ ทำให้การจัดการและการเข้าถึงบริการทางการเงิน
เป็นไปได้ง่ายขึ้น เกิดประโยชน์มหาศาลกับผู้คนจำนวนมากที่ไม่สะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงินและลดต้นทุนธุรกรรมทางการเงินลง

ช่วงเวลา IPO: 15-19 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 24 มีนาคม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ลงทุนกองทุนหลัก ARKG ซึ่งเน้นลงทุนในนวัตกรรมด้าน GENOMIC เพื่อพลิกวงการการรักษาในอนาคตเป็นผลจากการทุ่มเทวิจัยและพัฒนา
ปฏิวัติวงการทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาไปในอัตราเร่ง ท าให้ความเร็วในการพัฒนายารักษาโรคในอนาคต ระยะเวลาในการรู้ความเสี่ยง
ของการเจ็บป่วย ราคาของการตรวจและการรักษาถูกลงอย่างมากจนสามารถเข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมาก มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับ
การพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

ช่วงเวลา IPO: 15-19 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 24 มีนาคม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ลงทุนในกองทุนหลัก ARK Next Generation Internet ETF (ARKW) ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต พัฒนา นวัตกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน ของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตยุคใหม่(Artificial Intelligence, Big Data, Cloud Computing, Cybersecurity,
And Blockchain Technology) โดยกองนี้ก็เป็นอีทีเอฟอีกกองที่บริหารแบบเชิงรุก (Active) นั่นหมายความว่าผู้จัดการกองทุนจะต้องพยายามเอาชนะดัชนีชี้วัดให้ได้

ช่วงเวลา IPO: 15-19 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 24 มีนาคม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุน Credit Suisse Environmental Impact Equity Fund (กองทุนหลัก)
โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ สุทธิ ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินของบริษัทต่างๆ
ที่เสนอการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและมีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยทรัพย์สินในตลาดที่สามารถลงทุนได้
ได้แก่ โครงสร้างพี้นฐานที่มั่งคง, ทรัพยากรต่างๆ, การลดปริมาณของเสีย และเทคโนโลยีการลดปริมาณคาร์บอน
วัตถุประสงค์ในการลงทุนเป็นการเพิ่มมูลค่าการลงทุนระยะยาวจากการบริหารจัดการอย่างรวดเร็วต่อการเปิดรับศักยภาพทางการตลาดที่เกิดใหม่สำหรับบริษัทที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา
ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS ทั้งนี้กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ
กองทุนหลักในชนิดหน่วยลงทุน “Class IBP USD” สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD)
(Bloomberg Ticker: CREIEIU LX)

ช่วงเวลา IPO: 15-23 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 25 มีนาคม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00% (ช่วง IPO) 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

ลงใน Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund, Class A (USD) (กองทุนหลัก) 

ช่วงเวลา IPO: 22-30 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 7 เมษายน 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.50%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

ลงทุนกองทุน iShares Global Clean Energy UCITS ETF บริหารแบบ Passive เน้นลงทุนตราสารทุนที่เป็นส่วนประกอบ ของดัชนี S&P Global Clean Energy แบ่งเป็น 4 กลุ่มพลังงานหลักๆ ได้แก่ 1.Global Utilities-Electric, Renewables 52% 2.Solar Equipment-Photovoltaic cell, Solar panels 22% 3.Wind Equipment-Turbine manufacturing, installation, servicing 4.Other Renewables-Hydrogen Fuel cell, Biofuels 18% กระจายไปในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ได้แก่ Utilities 49%, Industrials 26%, IT 23% และ Energy อีก 2%

ช่วงเวลา IPO: 24-30 มีนาคม 2564

หลัง IPO: 12 เมษายน 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.50% (ช่วง IPO) 

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ลงในกองทุน Standard Life Investments Global SICAV II – Global Smaller Companies Fund มีเป้าหมายที่จะ outperform MSCI AC World Small Cap Index (USD) ส่วนใหญ่ลงในหุ้นขนาดเล็กทั่วโลก ลงทุนหุ้นเล็กมากกว่า 70% ของ Port เป็น Active stock selection port มีความเสี่ยงใน stock specific risk 

ช่วงเวลา IPO: 29 มีนาคม – 2 เมษายน 2564

หลัง IPO: 9 เมษายน

รายชื่อกองทุนรวม IPO เดือนกุมภาพันธ์ 2564

MFTECH ลงทุนในอะไรบ้าง ?

ARK Fintech Innovation ETF (ARK F) ส่วนใหญ่ 70%
1. Cashless Transaction
2. Digital Financial Solutions
3. Blockchain Technology
AXA WF Framlington FinTech และ/หรือ Amplify Transformational Data
Sharing ETF (BLOK) และ/หรือ หุ้นต่างประเทศของบริษัทด้านการเงิน หรือ
เทคโนโลยีด้านการเงิน 0-30%

BM : ดัชนี MSCI ACWI Net Total Return USD

ช่วงเวลา IPO: 15-23 กุมภาพันธ์ 2564

หลัง IPO: 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.0% (ช่วง IPO) และ 1.50% (หลัง IPO)

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน 

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

KFINFRA-A ลงทุนในอะไรบ้าง ?

Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund
ลงทุนใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ สาธารณูปโภค พลังงาน โทรคมนาคม ขนส่ง

ช่วงเวลา IPO: 15-23 กุมภาพันธ์ 2564

หลัง IPO: 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: N/A

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.50%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

WE-TENERGY ลงทุนในอะไรบ้าง ?

กองแม่คือ BNP Paribas Energy transition master fund ลงทุนใน renewable and transition energy production, energy efficiency technology และ energy infrastructure, tranportation & storage

ช่วงเวลา IPO: 18-24 กุมภาพันธ์ 2564

หลัง IPO: N/A

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.605%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

KT-ASIA-G ลงทุนในอะไรบ้าง ?

กองแม่คือ

JPM Asia Growth Fund
ประเมินธุรกิจที่มีโอกาสในเติบโตในเชิงโครงสร้าง
โดยเลือกหุ้นคุณภาพที่มีกำไรอย่างยั่งยืน และบริหารเงินทุนดี

ช่วงเวลา IPO: 19-23 กุมภาพันธ์ 2564

หลัง IPO: 1 มีนาคม 2564

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 0.80%

ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.50%

เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท