หากทำการวิเคราะห์ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มสูง (ส่วนตัวเชื่อว่าโอกาสน่าจะเกิน 60-70%) ที่เราน่าจะเห็น SET Index ผ่านพ้นจุดสูงสุดหรือจุดพีคไปแล้วเรียบร้อย โดยถ้าเราลองดูสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าหุ้นกลุ่ม Big Cap (SET50) เป็นกลุ่มที่ Outperform หุ้น Mid Small Cap (หุ้นนอก SET50) มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว มาถึง ณ ปัจจุบัน โดยสามารถสังเกตได้จากการนำ SET/SET50 เพื่อดู Relative performance ในระดับรายเดือน จะเห็นได้ว่า กราฟมีการปรับตัวลงมาต่อเนื่อง สะท้อนหุ้นกลุ่ม Big Cap ที่ outperform หุ้นกลุ่ม Mid Small Cap ซึ่งหากดู RSI ของดัชนีดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่าค่อนข้างอยู่ในระดับที่ Oversold และกำลังจะเริ่มฟื้นกลับแล้ว สะท้อนว่าหุ้นกลุ่ม Mid Small Cap น่าจะค่อยๆทยอยฟื้นตัว หรือ กลับมา Outperform หุ้นกลุ่ม Big Cap ได้ (Outperform อาจจะไม่ได้สร้างผลตอบแทนเป็นบวกที่โดดเด่นกว่า บางกลุ่มอาจจะแค่ปรับตัวลงน้อยกว่าก็ได้ เกิดขึ้นได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ)

จะเห็นได้ว่าภาพดังกล่าวค่อนข้างคล้ายกับช่วงปี 2007 ที่หุ้นกลุ่ม Big Cap outperform หุ้นกลุ่ม Mid Small Cap ส่วนหนึ่งมาจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงทำให้หุ้นกลุ่ม Big Cap หลายตัวโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มน้ำมัน ปรับตัวขึ้นนำตลาด และนำหุ้นกลุ่ม Mid Small Cap ด้วย โดยภาพที่เกิดขึ้นในปี 2007 ก็คือ SET Index ขึ้นไปทำจุดพีคในช่วงใกล้เคียงกับที่หุ้นกลุ่ม Big Cap outperform หุ้นกลุ่ม Mid Small Cap สุดๆ (อาจจะมี lag บ้างเล็กน้อยแต่ใกล้เคียง) หลังจากนั้น SET Index ก็จะแค่ทำการ Sideway ในกรอบ และมีการพยายามปรับตัวขึ้น มาทดสอบจุดพีค High เดิมใหม่แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จ

 

นอกจากในมุมของ relative performance ของ SET/SET50 ที่ใกล้เคียงกันระหว่างในอดีตปี 2007 กับปัจจุบันแล้ว หากดูเปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นใน SET ที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยราคา 200 วัน ได้ ณ ปัจจุบันก็น้อยลงไปทุกที เหลือแค่หุ้นราว 38% ที่ยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยราคา 200 วันได้ สะท้อนว่าการปรับตัวขึ้นของ SET ในช่วงที่ผ่านมานั้น “กระจุกตัว” มาก เหลือหุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่พยุง SET หรือดัน SET เอาไว้ ที่ชัดเจนมากก็เป็นกลุ่ม PTT ทั้งหลาย กลุ่มปิโตรบางตัวและ KTC การปรับตัวขึ้นมาแบบนี้ เรียกได้ว่า “ไม่ค่อยจะแข็งแรง” เท่าไรนัก

อย่างไรก็ตามหากหุ้นกลุ่ม Mid Small Cap กลับมา Outperform กลุ่ม Big Cap จริงในช่วงปลายของวัฏจักรแบบในปี 2007 เข้าสู่ 2008 จะเห็นได้ว่าสัดส่วนหุ้นที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยราคา 200 วัน จะปรับตัวกลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นอีกครั้งในปลายวัฏจักรของรอบนี้ โดยอาจจะมีหุ้นตัวเล็กตัวน้อย หรือตัวกลาง ที่อาจจะถูกไล่ราคาเพื่อดันตลาดกันในช่วงสุดท้ายนั่นเอง (แต่อาจจะดันดัชนีได้ไม่ถึง New High)

อีกมุมหนึ่งที่ผมคิดว่า SET Index อาจจะทำ New High ได้ยากหน่อย ก็คือกำไรของหุ้นกลุ่ม Big Cap ใน Sector ขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ไว้ใช้ดันดัชนีนั้นไม่น่าจะมีการเติบโตหรือ surprise แบบ “ก้าวกระโดด” จนถึงกับดันดัชนีขึ้นไปได้ รวมถึงระดับ valuation ที่ค่อนข้างจะตึงแล้วเช่นกัน เช่น

  • กลุ่มพลังงาน – อาจจะพอมีความหวังจากกลุ่มน้ำมันจากราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวขึ้น แต่พลังงานตัวอื่นๆหลายตัว valuation ก็ค่อนข้างตึงอยู่พอสมควร
  • กลุ่มสื่อสาร – กำไรเริ่มฟื้นจากการแข่งขันที่น้อยลงจริง แต่ก็ไม่ได้ฟื้นแบบก้าวกระโดดอะไร หากจะมี surprise ได้บ้างก็อาจจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือของกสทช. หรือ กำไรพิเศษจากบางประเด็นในหุ้นบางตัว ในขณะที่ valuation ในหุ้นตัวใหญ่ๆของ sector ก็ดูตึงเช่นกัน
  • กลุ่มธนาคาร – กำไรยังไม่ฟื้นอย่างมีนัยยะเท่าไร แถมยังถูกกดดันจากทั้งค่าธรรมเนียมที่อาจจะลดลง รวมถึงการตั้งสำรองต่างๆจากการใช้นโยบายบัญชีใหม่ IFRS9 ที่ยังค้างคา ในขณะที่ valuation ก็ลงมาพอสมควรตามกำไรที่ไม่โดดเด่น หากจะมี surprise ของการเลื่อน IFRS9 ออกไปได้ และกระทบการตั้งสำรองน้อยลง ก็ไม่คิดว่าจะ surprise ต่อราคาหุ้นมากมายเท่าไรนัก
  • กลุ่มค้าปลีก – ยังมีการเติบโตก็จริง แต่ราคาก็ดูเหมือนจะ price in จน valuation ตึงตัวมากแล้วเช่นกัน ปัจจุบัน PE เฉลี่ยสูงถึง 35 เท่าทีเดียว

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

หากมองแบบนี้ต่อให้ราคาน้ำมันมี “surprise” ปรับตัวขึ้นไปได้ไกล ก็อาจจะมีหุ้นน้ำมันบางตัวที่พอจะยืนดันดัชนีไปได้ ในขณะที่หุ้น Big Cap ตัวอื่นๆอาจจะหมดแรงที่จะดันดัชนี ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็คล้ายกับตลาดช่วงปี 2007 อีกเช่นกัน เมื่อดัชนี SET/SET50 ทำจุดต่ำสุดและกลับตัว ในยามที่หุ้นกลุ่ม Big Cap กำลังจะ underperform หุ้นกลุ่ม Mid Small Cap อีกครั้ง “ราคาน้ำมัน” ยังเป็นตัวที่ยังปรับตัวขึ้นต่อเพื่อไปทำ “New High” ใหม่ได้ ในขณะที่ SET, SET50, ENERGY sector รวมถึง PTT ที่เป็นตัวแทนของหุ้นกลุ่ม Big Cap ไม่สามารถทำ New High ได้อีกแล้ว ณ เวลานั้น มีเพียงหุ้นอย่าง PTTEP ที่ยังปรับตัวขึ้นไปทำ New High ได้ตามราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่มีแรงมากพอที่จะร่วมดันดัชนีกับหุ้นกลุ่ม Mid Small Cap ให้ SET Index ไปทำ New High ได้อยู่ดี เหตุการณ์นี้ในอดีตจึงอาจเป็นตัวบอกว่า หาก SET ทำจุดพีคไปแล้ว และราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อได้ อาจจะมีเพียงแค่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันโดยตรงเพียงตัวเดียว กับหุ้นกลุ่ม Mid Small Cap อีกส่วนหนึ่งที่อาจจะยังพอปรับตัวขึ้นชนะตลาดไปได้จนจบรอบ

และเมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ทั้งหมดในอดีต ณ ปี 2007 กับปี 2018 ปัจจุบันแล้ว ก็ดูเหมือนภาพนั้นมันจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆเข้าไปทุกที แต่ก็คงภาวนาว่าให้ผมคิดผิดน่าจะดีครับ

โดย Vorayuth – The Investment Think Tank (10 พ.ค. 61 )

—————————-

Vithan Minaphinant

Securities Investment Analyst (IA)

ตรวจทานบทความ


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผู้เขียนบทความนี้มิได้รับค่าตอบแทนหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่กล่าวถึงในบทความนี้แต่อย่างใด

ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ