ktam-weekly-strategy-13-dec

Macro Factors

  • ECB ได้ประกาศดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปจนถึงสิ้นปี 2017 โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม 0% แต่ลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์ลงจากราว 8หมื่นล้านยูโร เป็น 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน และยังมีความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า สามารถเพิ่มวงเงินได้หากจำเป็น โดยยังให้ความเห็นถึงเรื่องการเมืองในยูโรโซนปีหน้าว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
  • กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปค (Non-OPEC) ได้ประกาศรว่มมือในการลดกำลังเพดานการผลิตราว 558,000 บาร์เรล/วัน ส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันในช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทุนขุดเจาะน้ำมัน เริ่มเพิ่มขึ้นมาเป็น 498 หลุมและผู้ผลิดเริ่มทำการกำหนดราคาในตลาดมากขึ้น ทำให้เกิด Backwardation ในตลาดน้ำมัน
  • ครม. มีการอนุมัตินโยบายช๊อปช่วยชาติ 15,000 บาท/คน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นต่อจากการท่องเที่ยว ทำให้ช่วงสิ้นปีน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดได้บ้าง แต่เรามองว่าเป็นระยะสั้น
  • ปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้คือผลการประชุมของ Fed ที่จะเกิดขึ้นในคืนวันพุธ โดยตลาดได้คาดถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ซึ่งเราเชื่อว่าตลาดได้รับรู้ไปบ้างแล้ว ความเห็นที่อยู่ในแถลงการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของปีหน้าจะเป็นประเด็นที่ตลาดจับตามองมากกว่า

Fixed Income

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในประเทศมีการปรับตัวลดลงในตราสารอายุ 3-11 ปี จากการซื้อกลับของนักลงทุนตามการดำเนินนโยบายของ ECB และ Open Market Operation ของธปท. ผ่านพันธบัตรรุ่นอายุ 5-9 ปี ทำให้อัตราผลตอบแทนอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง ที่ 1.64% อายุ 5 ปี ลดลง 0.05% อยู่ที่ 2.06% และอายุ 10 ปีอยู่ที่ 2.72% เพิ่มขึ้น 0.02%
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯแกว่งตัวผันผวนแต่เพิ่มขึ้นทุกอายุ รอการประชุม Fed ในคือวันที่ 14 นี้ โดยอัตราผลตอบแทนอายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 0.02% อยู่ที่ 1.13% อายุ 5ปี เพิ่มขึ้น 0.05% อยู่ที่ 1.89% และอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 0.06% อยู่ที่ 2.46%
  • ยังคงน้ำหนักการลงทุนในตราสารระยะสั้นมากกว่าระยะยาวสำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนไม่ได้ตามเดิม Positive: KTPLUS, KTSTPLUS Neutral: KTFIX-1Y3Y, KT-WCORP

Equity

  • ตลาดหุ้นยุโรปตอบรับนโยบายของ ECB ทำให้หุ้นยุโรปปรับตัวดีขึ้นจากที่ Underperform มาพักใหญ่ ในขณะเดียวกันตลาดหุ้นส่วนใหญ่แล้วก็ยังปรับตัวขึ้นต่อเช่นกัน
  • ปัจจัยของเกี่ยวกับความเห็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยและมุมมองในปีหน้าจาก Fed อาจส่งผลกับความผันผวนมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดกำลังจะเข้าช่วงสิ้นปีซึ่งความเคลื่อนไหวอาจจะทำได้ง่ายเนื่องจาก Flow จะค่อนข้างเบาบาง คาดว่าน่าจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวพิเศษ
  • สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มที่ดี แต่เราคิดว่ตลาดได้รับรู้ข่าวดีกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าไปมากแล้ว ให้ระมัดระวังมากขึ้นหรือขายทำกำไรบ้างสำหรับนักลงทุนที่มีอยู่ โดยตลาดที่กลับมาคือยุโรปที่อาจมีความน่าสนใจมากขึ้นในระยะสั้น ยังเน้นหาจังหวะลงทุนมากกว่า
  • ยังแนะนำสะสมเมื่ออ่อนตัว สำหรับตลาดหุ้น เนื่องจาก Upside โดยรวมอาจมีไม่มากในระยะสั้น Positive: KTEF, KT-EURO, KT-JAPAN, KT-ENERGY, KT-FINANCE, KT-MINING, KT-HEALTHCARE

Alternative Investment

  • ราคาทองคำยังปรับตัวลดลง อาจมีการรีบาวด์ได้ในระยะสั้น การประชุมของ Fed น่าจะส่งผลต่อความผันผวนพอสมควร
  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือ $55/bbl. หลังจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกโอเปค ได้ประกาศให้ความร่วมมือด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามตลาดได้รับรู้ข่าวไปมาก รวมถึงหลุมการผลิตที่เริ่มเพิ่มขึ้นและมีการกำหนดราคาขายในตลาดล่วงหน้าจากผู้ผลิตมากขึ้นจนเป็น Backwardation Curve ซึ่งอาจกดดันราคาได้ เรามองว่าอาจเป็นการแกว่งตัวค่อยๆขึ้นมากกว่าจะขึ้นทีเดียว
  • ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์มีการอ่อนค่าหลังมีการขายทำกำไรและรีบาวด์ไม่สามารถทำจุดใหม่ได้ ปัจจัยจากผลการประชุมของ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญ เรามองว่าความเห็นจากแถลงการณ์น่าจะมีความสำคัญกว่า 0.25% ที่จะปรับขึ้นเนื่องตลาดได้รับรู้ไปบ้างแล้ว
  • ทองคำยังมีแรงกดดัน อาจมีการีบาวด์ได้สั้นๆ เรายังมองแบบนั้นไปก่อน การลงทุนระยะกลาง-ยาว ใช้จังหวะราคาลงมากกว่า ส่วนราคาน้ำมันเรามองว่าสะท้อนไปมากแล้วเช่นกัน คาดว่าจะเป็นลักษณะค่อยๆแกว่งขึ้นมากกว่าที่จะขึ้นทีเดียว Neutral: KT-GOLD, KT-PROPERTY, KT-GMO

Key Takeaways

ปัจจัย ECB ได้รับรู้ในตลาดไปแล้วส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงในระยะสั้น โดยยังคงมาตรการดอกเบี้ยไว้ตามเดิม ในขณะที่มีการลดวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์จาก 8 หมื่นล้านยูโร/เดือนเป็น 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เรามองว่าค่อนข้างเป็นไปตามคาดของตลาดแม้ว่าวงเงินจะลดลงก็ตาม ทาง ECB เองก็มีการเน้นย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงจากการเมืองด้วยเช่นกันในปีหน้า ถัดไปจะเป็นผลการประชุมของ Fed ซึ่งตลาดได้คาดถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% แต่เรามองว่าข้อความเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจและดอกเบี้ยในปีหน้าจะมีความสำคัญกว่า

Tactical Idea

ยังคงสถานะ Spot Gold ไว้ตามเดิมการรีบาวด์ระยะสั้นมีเป้าหมายประมาณ $1,200/oz. แต่คาดว่าไม่น่าเกิน $1,240/oz.

ktam-01

Asset Views & Funds

ktam-02

***ทีมงานกำลังอยู่ระหว่างในการปรับปรุงมุมมองของแต่ละสินทรัพย์สำหรับการลงทุนในปีถัดไป***

จัดทำโดย ฝ่ายลงทุน- กลยุทธ์การลงลทุน และลูกค้าสัมพันธ์บลจ.กรุงไทย

เอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูล และมิได้ เป็นส่วนหนึ่งของการเสนอ การขาย หรือการแนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ใดๆ เป็นการเฉพาะเจาะจง แม้ว่าข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้จะได้มาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบในความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
“ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน”


ข้อความจำกัดความรับผิด (Disclaimer)
• เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้นำมาจากแหล่งข้อมูล ที่บริษัทเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ไม่อยู่ในวิสัยที่จะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยอิสระ บริษัทไม่สามารถให้การรับประกันความถูกต้องหรือสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าว และไม่อาจรับผิดชอบในความผิดพลาดในการแสดงข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ รวมทั้งไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลนี้ของผู้หนึ่งผู้ใด ความเห็นที่แสดงในเอกสารนี้ประกอบด้วยความเห็นในปัจจุบันของบริษัท ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่กับบุคคลที่บริษัทประสงค์ จะเผยแพร่เท่านั้น และมิได้จัดทำขึ้นเพื่อนักลงทุนรายอื่นๆ
• บริษัทมิได้ให้คำปรึกษาด้านบัญชี ภาษี หรือกฎหมาย โดยผู้ลงทุนควรปรึกษาเรื่องดังกล่าวกับที่ปรึกษา และหรือผู้ให้คำปรึกษา ก่อนการตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลในเอกสารนี้ ผู้ลงทุนควรพิจารณาว่าการลงทุนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับตนเอง และควรได้รับคำปรึกษาจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่ได้รับอนุญาต
• บริษัทมิได้มอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ให้ข้อมูล หรือเป็นตัวแทน รับรอง แสดง หรือรับประกันข้อมูลใดๆที่มิได้ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวนทั้งนี้ หากมีการกระทำดังกล่าว ให้ถือว่าข้อมูลที่กล่าวถึงนั้นไม่อาจนำมาประกอบการพิจารณาได้
• ผลตอบแทนในอดีตมิได้แสดงถึงผลตอบแทนในอนาคต และมูลค่าของเงินลงทุน รวมถึงรายได้จากการลงทุนสามารถลดลงและเพิ่มขึ้นได้ ผลตอบแทนในอนาคตไม่สามารถรับประกันได้ และผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก แม้กระทั่งในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นประเภทคุ้มครองเงินต้นก็ตาม เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงที่ผู้ออก ตราสารไม่สามารถชำระหนี้บางส่วนหรือทั้งหมดตามสัญญาได้ ความเห็นที่แสดง ณ ที่นี้ เป็นความเห็นปัจจุบันตามวันที่ระบุในเอกสารนี้เท่านั้น
• ไม่มีการรับประกันว่ากลยุทธ์การลงทุนนี้จะมีประสิทธิผลภายใต้ภาวะตลาดทุกประเภท และผู้ลงทุนแต่ละท่านควรที่ จะประเมินความสามารถของตนในการที่จะลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลง
• ผู้ลงทุนสามารถทำการศึกษาและขอรับข้อมูลสาระสำคัญของกองทุนรวม รวมถึงนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานย้อนหลังได้จากผู้แทนขายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)และเว็บไซต์ของบริษัท www.ktam.co.th
• © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2559 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

ผู้เขียน