ส่องอาณาจักร Facebook .... รายได้ดีแค่ไหน? อนาคตมีอะไรอีก?

ส่องอาณาจักร Facebook …. รายได้ดีแค่ไหน?

ปัจจุบัน Facebook เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก คือมีจำนวนถึง 1,936 ล้านคน (Monthly Active Users: MAUs) คิดคร่าวๆ จะพบว่าจำนวนคนที่ใช้งาน Facebook ประจำทุกเดือน คิดเป็น 31.5% ของประชากรโลกที่ไม่นับรวมจำนวนคนจีนถูกห้ามใช้ Facebook นอกจากนี้ Facebook ยังเป็นเจ้าของทั้ง Instagram และ Whatsapp ที่มีผู้ใช้ 700 ล้านคน และ 1,200 คนตามลำดับ

กำไรของบริษัทเติบโตประมาณ 7 เท่านับตั้งแต่ IPO มาในปี 2012 หากนักลงทุนซื้อที่ราคา IPO ที่ราคา 38$ ถือมาถึงปัจจุบัน 150.64$ จะได้รับผลตอบแทนคิดเป็น 296% ส่วนผลประกอบกาในไตรมาสแรก ปี 2560 บริษัทมีรายได้ถึง 8.03 พันล้านดอลล่าห์ ซึ่งเติบโต 49% YoY มีกำไร 3.06 พันล้านดอลล่าห์ เติบโตถึง 76.2% YoY ซึ่งการเติบโตนี้เป็นผลจากทั้งจำนวนคนใช้ Facebook และ Instagram ที่เพิ่มขึ้นและงบโฆษณาที่เกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มทั้งสองอย่างนี้

Facebook มีผู้ใช้เป็นประจำทุกวัน (Daily Active Users: DAUs) มากถึง 1,284 ล้านคน ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส โดยในไตรมาสล่าสุดก็มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 4.6% ทั้งนี้ Facebook แบ่งจำนวนผู้ใช้เป็น 4 โซนด้วยกัน คือ 1.โซนอเมริกา-แคนาดา (14.1%) 2.โซนยุโรป (20.7%) 3 .โซนเอเซีย-แปซิฟิค (33.2%) 4.ส่วนอื่นๆ (31%) โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โซนที่มีการเติบโตมากนั้นคือโซนที่ 3 และ 4 ส่วน อเมริกา แคนาดา และยุโรป จำนวนผู้ใช้โตเพียงประมาณ 1% ต่อไตรมาสเท่านั้น

รายได้ค่าโฆษณาคือรายได้หลักของ Facebook ซึ่งคิดเป็น 98% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งหากไปดูในสัดส่วนรายได้แยกตามโซนผู้ใช้งาน จะพบว่ารายได้จากโซนที่ 3 และ 4 นั้น คิดเป็นเพียง 26.8% ของรายได้โฆษณาของ Facebook ทั้งที่จำนวนผู้ใช้จากทั้งสองโซนรวมกันคิดเป็น 64% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่ารายได้โฆษณาในทั้งสองโซนนี้จะเติบโตได้อีกมาก

ถึงตรงนี้ ขอบอกว่า นักลงทุน และนักวิเคราะห์ ที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการใช้ Facebook เพื่อหาเงินนั้น ประเมินรายได้ของ Facebook ต่ำเกินไปตลอด จึงเกิด Earning Surprise หรือมากกว่าที่ตลาดคาดบ่อยครั้ง

และล่าสุดได้เริ่มการหาเงินบน Video เฉกเช่นที่ Google ทำใน Youtube แล้ว อีกทั้งยังพึ่ง launch Facebook-TV ด้วย

นอกเหนือจากรายได้ค่าโฆษณาที่ Facebook ได้จากการที่ผู้ใช้จ่ายเพื่อโปรโมต Page หรือ Post ของตนเอง ในระยะหลัง Facebook พยายามจะเน้นไปที่ วิดีโอมากขี้น ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ Story (ลอก Snapchat มาเต็มๆ) และ Facebook Live

บริษัทพยายามหารายได้จากวิดีโอโดยการไปชักชวนผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ (Publishers) เช่น สำนักข่าวต่างๆ มาป้อนวิดีโอลงใน Facebook แล้วจะแบ่งค่าโฆษณาที่ขายได้กับผู้ผลิตคอนเทนต์เหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการหารายได้จากวิดีโอจะยังต้องรอไปอีกสักพัก เนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถตกลงกับผู้ผลิตคอนเทนต์ได้ว่าจะแบ่งรายได้กันอย่างไร และผู้ผลิตเหล่านี้ก็กลัวว่าการลงเนื้อหาใน Facebook มากขึ้นๆ จะเป็นการ Cannibalize การดูในผ่านรายการของตนเองใน TV หรือ เวปไซต์

ความจริงนั้น ก็เรียกว่าดูดีเหมือนในฝัน เพราะตลาดเองก็คาดไม่ทัน

แต่เรามาดูความเสี่ยงกันบ้าง

1.การกดดันจากรัฐบาลต่างๆที่ต้องการให้ Facebook ดูแลเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเช่น การ Live การฆ่าตัวตาย หรือการเป็นแหล่งเผยแพร่เนื้อหาชักจูง การก่อการร้าย

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

ซึ่งปีที่ผ่านมา Facebook ก็มีการจ้างคนมากขึ้น 3,000 คนเพื่อดูแลเรื่องนี้ และมีความเป็นได้ที่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ประเทศอย่างไทย หรืออินโดนีเซียที่ต้องการจะเก็บภาษีจากรายได้ของ Facebook จากเดิมที่ยังไม่มีกฏหมายรองรับ

2. การที่นักการเมืองบางส่วนในอเมริกาและยุโรปที่มองว่า Facebook และ Google นั้นค่อนข้างเป็น Monopoly

เรื่องนี้ประเมินยาก แต่ในมุมที่บริษัทนั้นครอบครองข้อมูลผู้ใช้ไว้มากมายมหาศาล (Data Oriented Company) มีความเป็นไปได้ทีอาจจะมีกฏหมาย Anti-trust ออกมาเพื่อลดอำนาจบริษัทเหล่านี้

3. แต่ประเด็นสำคัญ คือเรื่องภาษีครับ ต้องร้องโอ้โหเลย เพราะ Facebook นั้นมีกำไรเกินเหตุ จากการที่ไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับประเทศอื่นๆ ไทยเราก็กำลังจะเอาเรื่อง ยุโรป เองก็จะเอาเรื่องครับ ลองจินตนาการว่าเสียเพิ่มอีกสัก 20% ดูสิ เหมือนกำไรหายไป 20% ครับ เรื่องนี้ไม่รู้จะเล่นงานเข้าสักวันเมื่อไหร่

ใครอยากเป็นเจ้าของ Facebook ก็แนะนำว่า ดูดีๆครับ ช่วงนี้หุ้นกลุ่ม FANG โดน sector rotation ไป ส่วน valuation ก็ไม่ได้ถูกครับ

แล้วอนาคตล่ะ?

เรื่องงาน ตอนนี้ก็มี Facebook Workplace ที่เป็นเหมือน Facebook สำหรับองค์กรไว้ทำงาน สามารถใส่ไฟล์ไว้ได้ แบ่ง Group คุยงานได้ ที่สำคัญบริษัทไหนนำไปลองใช้ พนักงานก็ใช้กันโครมๆจริงๆ เพราะมันเหมือนเล่น Facebook จัดว่า Disrupt ธุรกิจนี้ดีมากๆ และกำลังจะเก็บเงินในเร็วๆนี้

ที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้ก็จะมี VR World ครับ เพียงแค่เราใส่แว่น VR ก็จะไปโผล่อีกโลก เหมือนในหนัง !!! เป็นการพัฒนาโลก Online เข้าไปอีกขั้นหนึ่ง มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

และที่น่าสนใจในอนาคต คือ Facebook TV นั่นเองครับ !!!! เชื่อว่า traffic น่าจะมหาศาลเช่นกัน  ตัวนี้น่าจะได้กำไรจากค่าโฆษณา วิดิโอ เต็มๆ ครับ และเป็นการสร้าง Content หรือสีสันเพิ่มเติม อารมณ์ช่อง Digital TV นั่นเอง XD

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Facebook มีผู้ใช้งานมากที่สุด และคงความเป็นผู้นำต่อไป มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมอย่างดี ว่าใครชอบอะไร อายุเท่าไหร่ อีกทั้งยังใช้ทุกวัน จึงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการโฆษณาที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพอย่างมาก จน Google ไม่สามารถเทียบได้ … ไม่เชื่อให้ลองถาม Digital Marketing Agency ครับ

BottomLiner


ติดตาม BottomLiner ทาง Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/bottomliner/
หรือติดตาม BottomLiner ทาง line คลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40bottomliner
หรือกดเพิ่มเพื่อน ค้นหา id แล้วพิมพ์ @bottomliner (ใส่ @ ด้วยครับ)

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์