เปิดซิงประสบการณ์หุ้นเวียตนาม Floor ทุกวัน 5 ปีก่อน ... และปัญหาที่ซุกซ่อนถึงทุกวันนี้

เปิดซิงประสบการณ์โดนหุ้นเวียตนาม Floor ทุกวัน 5 ปีก่อน … และปัญหาที่ซุกซ่อนถึงตอนนี้โดยแอดฯของ BottomLiner

เชื่อว่าหลายท่านยังใหม่ต่อตลาดเวียตนาม 1 ในทีมงานได้เริ่มต้นลงทุนเวียตนามตั้งแต่ 2012  มีเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟังกัน สำหรับท่านที่สนใจลงทุนในเวียตนาม เพราะตอนนั้นภายในไม่ถึงปี ก็พบกำไรเกือบ 100% แบบสบายๆ หลายท่านอาจคิดว่าเก่งหรือขี้โม้ แต่อยากให้สนใจว่า

มันเป็นการลากไปเชือด … เม่านอก ที่ใหม่ต่อตลาดเวียตนาม .. (คล้ายๆรอบนี้ เห็นหุ้นลงนิดเดียว แต่บางคนดอยหนักครับ)

เพราะหลังจากนั้นมันคือการลงแบบ 20 จุดไม่รู้กี่วันติด

เหมือนจะน้อยแต่นั่นคือวันละ 5% และที่สำคัญ หุ้นที่ไม่ใช่ตัวใหญ่ที่คนไทยเล่นๆกัน เละครับ ตอนนั้นหุ้นในพอร์ต floor ทุกวัน !!! 

สัญญาณเตือนภัยมีอะไรบ้าง …. 

จริงๆ คือช่วงตั้งแต่เดือน พฤษภาคมปี 2012 มีสัญญาณแปลกๆมาเป็นระยะ ซึ่งค่อนข้างชัดแต่อารมณ์เราตอนนั้นทำให้ละเลยอย่างไม่น่าให้อภัย

  1. หุ้นขนาดเล็ก-กลางที่นำขึ้นมา ทยอยลงมาอย่างช้าๆ ประมาณว่ารินขายทุกวัน !!
  2. หุ้นแบงค์ ก่อสร้างใหญ่ มีการชิงเพิ่มทุนเป็นขบวนพาเหรด !!
  3. อันนี้เด็ดสุด จำได้ติดตาคือ เอาข่าวเก่าเมื่อ ตอนต้นปีมาเล่นใหม่ (น่าจะเป็นข่าวญี่ปุ่นเข้ามาลงทุน) !!!

ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมา สอนว่าแบบนี้ตลาดหมดมุขที่จะดันหุ้น…. สุดท้าย หุ้นเริ่มไหลครับ

ตั้งแต่จุดพีคตรงแถวๆ 500 ตอนนั้นดัชนีก็ลงไหลรินลงมาเรื่อยๆ แรกๆก็โลกสวย คิดว่าแค่ปรับฐานเล็กน้อย .. Healthy Correction !!! เพราะหุ้นมันขึ้นชันมา 4-5 เดือนจาก 300 กลางๆ … ไม่แปลกๆ … แต่ที่ไหนได้ .. มันลงไม่หยุดครับ … มีเด้งนิดเด้งหน่อยระหว่างทาง จนกระทั่งเข้าเดือนสิงหาคม (จำได้แม่น) อยู่ดีๆก็มีข่าวหลุดออกมาว่านาย Kien หรือ Nguyen Duc Kien ถูกจับในข้อหา Corruption !!!

แล้วมันน่ากลัวยังไง … ?

นาย Kien  คนนี้เป็นผู้ก่อตั้ง  Asia Commercial Bank (ACB) หนึ่งในธนาคารยักษ์ใหญ่ที่สุดของเวียตนาม แถมยังถือหุ้นแบงค์ใหญ่ตัวอื่นๆอีกด้วย เช่น Sacombank Vietbank … คราวนี้ตาสว่างครับ เพราะ

สัดส่วนหุ้นธนาคารในตลาด ใหญ่กว่าตอนนี้พอสมควรเลยทีเดียว หลังเหตุการณ์นี้ ผู้บริหารใหญ่ ACB ก็โดนจับ และตามมาด้วยการเข้าตรวจสอบแบงค์ใหญ่และธุรกิจหลายแห่งที่นาย Kien ถือหุ้นเนื่องจากรัฐบาลอ้างว่าแบงค์เหล่านี้อาจ corruption ซึ่งเป็นต้นเหตุของ NPL ที่สูงริ่ว และเลวร้ายที่สุดคือสื่อยังเน้นอย่างหนักว่านาย Kien เป็นเพื่อนกับ Nguyen Tan Dung นายกรัฐมนตรีขณะนั้นผู้เคยมีข่าวเรื่องคดโกงอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลตกต่ำลงมาอีก

สรุปมันเกิดอะไรขึ้น?

สรุปเป็นข้อๆ ให้สั้นๆครับ

  • ณ เวลานั้น ตลาดเวียตนาม มีสภาพคล่อง หรือ liquidity ที่น้อยมาก เทรดวันนึงไม่ถึงพันล้านบาท
  • ผู้เล่นหลักคือรายย่อยกับต่างชาติยังไม่ได้มีสถาบันหรือปอปมาช่วย  หรือง่ายๆก็คือเจ้ามือเวียตนาม กับต่างชาติ
  • มี serie ข่าวร้ายจากสื่อต่างๆเช่นตัวเลข NPL หนี้สาธารณะ และตัวเลขจำนวนโครงการที่สร้างไม่เสร็จ จนเรานี่แทบจะสติแตก คนรู้จักที่รู้ว่าเราว่าเราลงเวียดนามก็มาถามกันว่าโอเคมั้ย (แน่นอนบางคนก็ปนสมน้ำหน้าสะใจอย่างชัดเจน 555)

บทเรียนที่สำคัญ

มีคนถามว่าทำไมไม่ขาย คัทๆมันไป คือมันไม่ใช่ไม่ขาย แต่มันขายไม่ได้ตะหาก !!!

เพราะเปิดมาราคา floor เป็น offer แล้ว !!! 

แต่ก็ดีครับ พอขายไม่ได้ เลยมีเวลาคิด

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

หุ้นหลายตัวในพอร์ตจากกำไรหนักๆลงมาแทบขาดทุน แต่การที่ตลาดลงหนักๆ และเริ่มติดหุ้นมีข้อดีอย่างนึงคือมันทำให้เราได้เห็นอาการหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตชัดขึ้นว่าสู้มั้ย และแน่นอนจะบีบให้เราหาข้อมูลหุ้นเรามากขึ้นด้วย (เพื่อปลอบใจตัวเอง)

หุ้นที่มีช่องโหว่ชัดๆคือ PET ที่เดิมคิดว่าเป็น distributor สินค้า electronics … แต่พอแกะดูดีๆ คือมีธุรกิจสากกะเบือเรือรบ มีทั้งอสังหา โรงแรม และที่ตลกคือ มีมันสำปะหลังขายด้วย … แหม่ มองอีกมุมคือครบวงจรครับ

หุ้นแบบนี้ คือเรียกว่ามั่วมาก ไม่โฟกัส เสมือน บริษัทเทรดดิ้งกลวงๆ และมีหุ้นในตลาดอีกหลายตัวที่มีโครงสร้างแบบนี้ โดยเฉพาะบริษัทลูกที่เป็นอสังหา

ต้องยอมรับว่าสมัยนั้น แกะหุ้นได้ไม่ดี ลงไม่ลึกพอ อันเนื่องจากภาษา และความไกลตัว

เมื่อตลาดเวียดนามเริ่มเด้งตอนปลายปีพร้อมกับเริ่มตั้งสติได้ (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนปลายปี 2012 มีหุ้นเล็กซิ่งในไทย ให้เล่นปลอบใจ อีกอย่างคือไตร่ตรองดูแล้วว่ายังไงก็ยังเอาเงินกลับไม่ได้เพราะยังไม่ข้ามปี) ก็เริ่มทยอยขายหุ้นประมาณนี้ในพอร์ตแล้วเอาเงินไปซื้อเพิ่มในหุ้นสองตัวที่คิดว่าพื้นฐานและอาการดีที่สุดคือ BIC และ DQC

แล้วก็ถือมาเรื่อยๆ โชคดีที่ตลาดตั้งแต่ปลายปีเริ่มสดใสขึ้น ต้นปี 2013 ตลาดก็กลับมาระดับ 500 อีกครั้งจนได้กำไรพอสมควร

มิวาย เบอนันเก้ พูดประโยคเดียว สะเทือนทั้งโลก  !!!!

หุ้นก็ถล่มระเนระนาดอีกรอบ เลยรีบขายหมดครับ

จนถึงทุกวันนี้ปัญหาต่างๆเป็นอย่างไรบ้าง

ผ่านมาบัดนี้ มีพัฒนาการเยอะครับ คือ

  1. เปลี่ยนfloor เป็น 7%
  2. พึ่งเปิด derivative market
  3. reform bank sector โดยการ merge กันแล้วก็เอา vam (เหมือน bam) บ้านเราไปซื้อหนี้แบงค์
  4. เปลี่ยนกฏหมายการซื้อที่ดิน ให้ต่างชาติซื้อง่ายขึ้น
  5. เพิ่มสภาพคล่องในหุ้นตัวใหญ่โดยเพิ่ม foreign room
  6. มีนโยบายการ privatize บริษัทรัฐ

โดยตัวที่เข้าไปแล้ว และที่รอเข้าได้แก่

Telecommunication: Mobifone (telco ที่ใหญ่ที่สุดใน Vietnam)
Consumer products: Vinamilk, SJC (ผู้ผลิตทองแท่งที่ใหญ่ที่สุดใน Vietnam)
Insurance: BaoMinh, VinaRe (ประกันภัยต่อ หรือ reinsurance ที่ใหญ่ที่สุดใน Vietnam)
Transportation: VietjetAir, Vinalines, Danang Port, Nhatrang port
Oil & Gas: Binhson, Pvoil, PV Power
Construction and materials: Binh Minh, Tien Phong
Real estate: Handico, Udic, Rescovn, Benthanh

แต่ที่ยังรออยู่อีก คือปัญหาหนี้ธนาคาร … ล่าสุด หุ้นธนาคารกลับมา floor อีกแล้ว

การแก้ปัญหา NPL ที่ยังอยู่ในระดับสูง ไม่ต่างจากจีน (ให้ดูของ Moody’s อย่าดูตัว Official ครับ มีปกปิด) และอื่นๆอีกมาก เดี๋ยวไว้มาเล่าทีหลังครับ (ยาวแล้ว)

เดี๋ยวมีภาคต่อ …

หลังจากนั้น ตอนปลายปี 2013 จึงตัดสินใจบินไปเวียดนามครั้งแรก
เดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่าตอนไปที่นั่นแล้วได้มุมมองอะไรใหม่ๆบ้างนะครับ กลับมาเปลี่ยนพอร์ตเป็นอย่างไร ความเสี่ยงมีอะไรซ่อนอยู่อีก

BottomLiner


ติดตาม BottomLiner ทาง Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/bottomliner/
หรือติดตาม BottomLiner ทาง line คลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40bottomliner
หรือกดเพิ่มเพื่อน ค้นหา id แล้วพิมพ์ @bottomliner (ใส่ @ ด้วยครับ)

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ