แจ้งเตือน
MONEY MANAGEMENT
วางแผนการเงินแบบครบทุกขั้นตอน

ทำไมต้องวางแผนการเงิน?

ลองคิดดูเล่นๆ ว่า หากวันนี้ เราตกงาน ไม่มีรายได้ไปอีก 6 เดือน จะทำอย่างไร?
แล้วถ้าเกิดอยู่ดีๆ เราประสบอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาล เราจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายนั้นหรือไม่?
และหากในอีกหลายสิบปีข้างหน้า เราต้องเกษียณโดยที่เงินไม่เพียงพอ เราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร?
พอลองคิดตามสถานการณ์นี้ดูแล้ว เราคงไม่อยากให้เรื่องพลิกผันไปแบบนั้น 
ทางที่ดีเราควรจะหาทางจัดการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
เพราะความเสี่ยงนั้นควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้ ก็คือแผนการเงินของเรา
ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงควรเริ่มต้นวางแผนการเงิน 
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และอาจส่งผลกระทบกับการเงินของเรา

สารบัญ

ลองตรวจสอบตัวเองว่าสถานะการเงินมั่นคงหรือไม่?

พบกันเร็วๆ นี้จ้า

Step 1 : รู้รายรับ-รายจ่าย (Cash Flow Management)

ดูว่าเรามีรายจ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่ เพื่อดูต่อว่าในยามจำเป็น เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้เท่าไหร่ 

ซึ่งเงินสำรองฉุกเฉินนี้มีไว้ใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ ภาพที่เห็นได้ชัดที่สุดคือยามขาดรายได้ 

จะเกิดขึ้นได้เวลาเราเปลี่ยนงานกะทันหัน ยังไม่ได้เริ่มทำงานที่ใหม่ในทันที 

ก็จะเป็นช่วงที่เงินสำรองฉุกเฉินจะได้ทำงาน ระหว่างรอได้งานใหม่

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่?

กรณีมีรายได้เข้ามาค่อนข้างสม่ำเสมอ

3-6 เท่า

ของค่าใช้จ่ายรายเดือน

กรณีมีรายได้เข้ามาไม่ค่อยสม่ำเสมอ

6-12 เท่า

ของค่าใช้จ่ายรายเดือน

เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บที่ไหน?

เก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง นำออกมาใช้ได้ง่าย เช่น เงินฝากออมทรัพย์ 

หรือ กองทุนรวมตลาดเงิน ที่รอเงินเพียง T+1 หรือ 1 วันทำการ นับจากวันที่ขายเท่านั้นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินสำรองฉุกเฉิน

Step 2 : ปกป้องความมั่งคั่ง (Protection)

 ส่วนต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันเลย คือ การปกป้องเงินที่เราหามาได้ ซึ่งเครื่องมือที่จะช่วยเราได้คือ “ประกัน”

พอพูดถึงประกันทีไร คนส่วนใหญ่ก็หันหน้าหนี และคิดว่าจะซื้อทำไมมันเป็นภาระ จ่ายตั้งหลายปี 

จะเคลมเบิกผลประโยชน์สินไหมได้หรือเปล่า? แต่ “การมีประกันมากเกินไปมันคือภาระในระยะยาว 

แต่การไม่มีประกันชีวิตเลยมันคือหายนะ”

กังวลแบบนี้ ซื้อประกันแบบไหนดี?

กังวลเรื่องเงินเก็บในอนาคต

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

กังวลความเสียหายต่อสินทรัพย์ที่เรามี

ประกันวินาศภัย รถยนต์ และบ้าน

ห่วงทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บหนักก่อนวัยอันควร

ประกันทุพพลภาพ และเงินชดเชยรายได้ และโรคร้ายแรง

กังวลค่าใช่จ่าย เมื่อเกิดความไม่แน่นอน

ประกันสุขภาพ

ประกันเดินทาง

กังวลเรื่องการจากไป ก่อนวัยอันควร

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

ประกันชีวิตควบการลงทุน

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกัน

Step 3 : เริ่มเก็บเงินและลงทุน (Saving & Investment)

ขั้นต่อมาคือการแบ่งเงินออกมาส่วนหนึ่งเพื่อทำให้มันงอกเงย ซึ่งเราสามารถทำได้ผ่านการลงทุน

การลงทุนนั้นสามารถลงได้ในหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น กองทุน ตราสารหนี้ ทองคำ ฯลฯ

ซึ่งแต่ละสินทรัพย์ก็มีความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของเราแต่ละคน

ว่ามีเป้าหมายการลงทุนยาวนานแค่ไหน และรับความเสี่ยงได้มากขนาดไหน

เป้าหมายแบบนี้ ลงทุนอย่างไรดี?

เป้าหมายระยะสั้น
(ไม่เกิน 3 ปี)

ตัวอย่างเป้าหมาย :

เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน

เรียนต่อปริญญาโท

ควรลงทุนใน

เงินฝากออมทรัพย์

กองทุนรวมตลาดเงิน

กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น 

เป้าหมายระยะกลาง 
(3 – 7 ปี)

ตัวอย่างเป้าหมาย :

ดาวน์บ้าน

เก็บเงินค่าสินสอดแต่งงาน

ควรลงทุนใน

กองทุนรวมผสม

พอร์ตการลงทุน ความเสี่ยงปานกลาง 

เป้าหมายระยะยาว 
(มากกว่า 7 ปี)

ตัวอย่างเป้าหมาย :

เก็บเงินล้านแรก

เก็บเงินเพื่อวัยเกษียณ

ควรลงทุนใน

กองทุนรวมหุ้น

พอร์ตการลงทุน ความเสี่ยงสูง

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุน

Step 4 : วางแผนภาษี (Tax)

เราสามารถเปลี่ยนเงินภาษีที่จะต้องเสีย เป็นเงินเก็บของเราในอนาคตได้!!

พอพูดถึงภาษี หลาย ๆ คนจะอยากรู้ว่าทำให้ยังไงให้เสียภาษีน้อยที่สุด หรือไม่เสียเลย 

สิ่งที่เราทำคือควรจะมาวางแผนภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายและประหยัดภาษีด้วย

ต้องรู้อะไรบ้าง? ก่อนวางแผนภาษี

รู้…รายได้ …..กรณีมีรายได้เข้ามาค่อนข้างสม่ำเสมอ

รู้…การหักค่าใช้จ่าย …..แต่ละประเภทเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายกี่บาทจริง?

รู้…เครื่องมือลดหย่อน …..ปีที่ผ่านมา เราใช้สิทธิ์ลดหย่อนอะไรไปบ้าง?

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษี

Step 5 : ส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Transfer)

การบริหารเงินยามบั้นปลายของชีวิต คล้ายกับการดูแลต้นไม้ใหญ่ เป็นการดูแลเงินต้นและสร้างดอกผลไว้เก็บกิน

มรดก คือ ทรัพย์สิน หนี้สิน และ สิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ความรับผิดที่ต้องชดเชยค่าเสียหายแทน 

และ สิทธิในสัญญาต่างๆ เป็นต้น แต่ไม่ต้องห่วง สำหรับใครที่มีหนี้สิน และกลัวว่าลูกหลาน คนข้างหลัง 

จะต้องรับหนี้แทนเรา หากเราตายไปก่อนการรับมรดกนั้น ผู้รับจะมีหนี้สินแทนผู้เสียชีวิต ไม่เกินทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว

เตรียมส่งต่อความมั่งคั่งอย่างไรดี?

ช่วงเวลาที่เจ้าของเงินยังมีชีวิตอยู่

สามารถทำได้ผ่านทรัพย์สินประเภทต่างๆ  เช่น โอนเงินสด ที่ดิน หุ้น กองทุน เป็นต้น 

ช่วงเวลาภายหลังที่เจ้าของเงินจากไป

สามารถวางแผนส่งมอบความมั่งคั่งผ่าน “กองมรดก”

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งต่อความมั่งคั่ง

กำลังตามหาเครื่องมือช่วยวางแผนการเงินอยู่รึเปล่า?

FINNOMENA มีบริการจัดพอร์ตกองทุนรวมให้ตรงกับเป้าหมายทางการเงินแต่ละขั้น

ไม่ว่าคุณจะอยากเก็บเงินล้านแรก เก็บเงินก้อน หรือ เก็บเงินระยะยาวเพื่อเกษียณ

เรารวบรวมเครื่องมือที่คัดเลือกมาให้แล้ว ขอเพียงแค่บอกเราว่า คุณมีเป้าหมายการเงินแบบไหน?

คลิกที่ไอคอน เพื่อเริ่มต้นสร้างแผนการลงทุนที่เหมาะกับคุณได้เลย

เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน/ พักเงิน

อยากมีเงินล้านแรก

อยากมีเงินเพื่อการเกษียณสุข

อยากมีเงินเพื่อส่งลูกเรียน

อยากมีเงินไปเที่ยว

อยากได้กระแสเงินสด

อยากกระจายเงินลงทุนไปทั่วโลก

อยากได้ Passive Income

อยากต่อยอดเงินลงทุน

ไม่มีเป้าหมายที่คุณตามหา? ลองเข้าไปดูตัวเลือกอื่นๆ ได้ที่

เข้าร่วมสัมมนาวางแผนการเงิน พร้อมพูดคุยกับผู้แนะนำการลงทุน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

แค่เรียนรู้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะไปพออะไร

การได้เข้าร่วมรับฟังและพูดคุยกับผู้แนะนำการลงทุน จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น

เพราะจะปูพื้นฐานตั้งแต่ขั้นเบสิกที่สุด ไม่ต้องรู้เรื่องการเงินการลงทุนก็เข้าฟังได้

บอกก่อนว่างานสัมมนานี้ จัดเป็นรอบๆ หมดแล้วหมดเลย

ใครมาก่อน ได้ก่อนนะจ๊ะ