เป็นเหมือนผมไหมครับ ก่อนเข้าตลาดหุ้น รู้สึกไม่แน่ใจ ไม่รู้อะไรซักอย่าง เราก็ศึกษาจนคิดว่าเข้าใจ จนคิดว่ามั่นใจจะทำเงินในตลาดได้บ้าง

แต่พอเข้ามาในตลาดจริง กลับพบว่า สิ่งที่ตัวเองรู้มา แทบจะต้องโยนตำราทิ้งทั้งหมดที่เคยเรียนแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งพอเริ่มนับหนึ่งใหม่ เรียนรู้กันใหม่ ก็ทำให้มีกำลังใจ มีความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง

แต่ผ่านไปอีกซักพัก Mr.Market ก็เล่นงานเราอีกครั้งด้วยการทำให้เห็นว่า สิ่งที่เรารู้มามันผิดอีกแล้ว และตลาดก็ทำแบบนี้ซ้ำๆกับนักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเก่าทุกคนที่เข้ามา จนหลายคนหันหลังให้กับตลาดหุ้นไปไหนที่สุด

แท้จริงแล้ว ตลาดหุ้น เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นสัจธรรมของโลกให้เราได้เห็นชัดเจนมากที่สุด นั้นก็คือ เปลี่ยนแปลงตลอด ควบคุมไม่ได้ ไม่มีความแน่นอน
ซึ่งคุณสมบัติของตลาดหุ้นที่ผมบอกไปนั้น มันออกจะขัดใจ และขัดกับหลักสามัญสำนึกของผู้ประกอบการ ผู้บริหารบริษัท และมนุษย์เงินเดือนตาดำๆหาเช้ากินค่ำ เพราะสิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการก็คือ “ความแน่นอน” ของรายได้และผลตอบแทน แต่เขากลับเข้ามาอยู่ในสถานที่ที่แสดงให้เห็นความไม่แน่นอนที่ชัดเจนที่สุดบนโลกใบนี้ที่เรียกว่า “ตลาดหุ้น”

แล้วในตลาดหุ้น มันมีความแน่นอนอยู่ไหม?
มีครับ ความแน่นอน 3 ประการของตลาดหุ้นก็คือ
1. ตลาดหุ้น มีวัฏจักรตามเศรษฐกิจ มีขึ้นย่อมมีลง มีลงย่อมมีขึ้น
2. ตลาดหุ้น มีทั้งหุ้นคุณภาพดี และหุ้นที่ไม่มีคุณภาพ
3. ตลาดหุ้น มีนักลงทุนที่เตรียมความพร้อมมาอย่างดี และมีที่หวังจะเข้ามาแสวงหากำไรระยะสั้น

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

มีเซียนหุ้นในตลาดคนหนึ่งเคยบอกกับผมตอนผมเข้าวงการใหม่ๆว่า เมื่อคุณอยู่ในตลาดหุ้นมานานพอ คุณจะรู้จักตัวตนของคุณดีขึ้น และเมื่อจักตัวตนดีขึ้น เมื่อนั้นการทำกำไรในตลาดหุ้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป

ตอนแรกผมก็สงสัยว่า รู้จักตัวเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกำไร? แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้เข้าใจว่า เมื่อเราตั้งความคาดหวังจากการลงทุนอย่างเหมาะสม เข้าใจทั้งสัจธรรมของตลาด และเข้าใจทั้งตัวตนของตัวเองแล้ว เราจะเริ่มหาแนวทางที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง ไม่ฝืนเกินไป ไม่หย่อนเกินไป ซึ่งสร้างภาวะแห่งสติ และหยั่งรู้ความเป้นไปของตลาดมากขึ้น สิ่งนี้มาจากการ Trail & Error คือการลองผิดลองถูกมาแบบนั้นครั้งไม่ถ้วน และนักลงทุนแต่ละปัจเจกบุคคลก็มีจุดที่เหมาะสมของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ว่า ถึงแม้เราจะลอกวิธีของเซียนคนไหนมาแบบ 100% มันก็ยังไม่ใช่เครื่องการันตีผลตอบแทนว่าจะได้เหมือนเซียนคนนั้นไปตลอด เพราะยังไงเสีย ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เราต่างจากเซียนคนนั้นอยู่ดี นั้นก็คือ “นิสัย”

หน้าที่ของนักลงทุนที่สำคัญและไม่ควรละเลยอีกอย่างหนึ่งเลยก็คือ การฝึก “นิสัย” ให้เหมาะและเอิ้อกับการลงทุน และมันจะมีที่ไหนที่ดีไปกว่าตลาดหุ้นอีกล่ะครับ ในเมื่อความเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นอยู่ทุกวัน มันยิ่งช่วยให้เราเห็นนิสัยแย่ๆของตัวเองได้เร็วกว่าคนที่อยู่นอกตลาด เห็นหมดนิสัยแย่ๆ เห็นความโลภ (เห็นเพื่อนรวยหุ้น ก็อยากรวยบ้าง) เห็นความใจร้อน (ชอบหุ้นปั่น มันส์สะใจ) เห็นความประมาท (ใช้หูเล่น แทนที่จะใช้สมองวิเคราะห์) รู้ก็รู้ว่าเป็นแนวทางที่ไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้ชิมิ

เปลี่ยนมุมมองนะครับ กำไรจากตลาดหุ้น มันไม่มีเส้นชัยที่แน่นอนมาเป็นตัววัด เกมส์การลงทุน เป็นเกมส์ที่ต้องเล่นกันทั้งชีวิต และเมื่อต้องอยู่กับมันไปตลอด และสู้รบตบมือกับฝรั่งอันชาญฉลาด กองทุนอันร้ายกาจ และป๊อบเทรดสุดโหด จะสู้แบบนี้ไปเรื่อยๆจริงๆหรือ? เรามาใช้ตลาดหุ้นเป็นสถานที่แห่งการฝึกตนกันดีกว่า เพื่อเวลาเจอวิกฤตในคราวหน้า เราจะได้หาโอกาสเจอ และได้ประโยชน์จากมันทุกครั้งไป

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ