หลายคนน่าจะได้ยินทฤษฏีที่มีชื่อว่า Random Walk Hypothesis กันมา ส่วนใครที่ไม่เคยได้ยิน ขออธิบายนิดหน่อย

Random Walk Hypothesis บอกไว้ว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีราคาตลาดหุ้น เป็นการเคลื่อนไหวที่คาดเดาได้ยาก เพราะมีปัจจัยอย่างอย่างมากระทบกับการเคลื่อนไหวในระยะสั้น เปรียบเสมือน เล่นโยนหัวก้อย โอกาสที่เราจะทายถูกคือ 50:50 เพราะฉะนั้น โอกาสจะเดาถูกว่า หุ้นจะขึ้นหรือลง ก็เป็น 50:50 เช่นกัน เขาว่าอย่างนั้น

ประเด็นคือ คุณเชื่อหรือเปล่า?

ผมขอพิสูจน์ทฤษฎีนี้ง่ายๆด้วยการให้เราได้ลองนั่งจินตนาการว่า ตั้งแต่ต้นปี 2554 วันที่ SET Index ดัชนีอยู่แถวๆ 1,000 จุด จนถึงวันนี้ คุณว่า Daily Movement หรือ การเคลื่อนไหวของดัชนีรายวัน ปิดตลาดบวกมากกว่าวันก่อนหน้า และ ปิดตลาดลบมากกว่าวันก่อนหน้า … คุณว่า ปิดตลาดแบบไหน มีจำนวนเยอะกว่ากัน

ถ้าให้หลับตานึกภาพตอนนี้ โดยไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ข้างหลังเลย คนส่วนใหญ่น่าจะตอบคล้ายๆกันก็คือ วันที่ SET Index ปิดเขียว น่าจะเยอะกว่า ปิดแดง เพราะจาก 1,000 จุดวันนั้น มาเป็น 1,539 จุดในวันนี้ ถ้าจำนวนวันที่บวกและลบมันเท่ากัน แล้วดัชนีจะวิ่งมาได้ยังไง

ตามผมไปดูอะไรน่าสนใจนะครับ

เริ่มจากระยะสั้นๆเลย
SET Index ตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงสิ้นเดือน ก.พ. เปิดทำการมาแล้ว 40 วัน มีจำนวนวันที่ SET Index ปิดบวกทั้งหมด 26 วัน หรือคิดเป็นโอกาสคือ 60% เห็นแบบนี้ ก็คิดแล้วสินะครับว่า ที่นึกไว้ว่า ปิดบวกมากกว่าปิดลบ เห็นจะจริง

ดูระยะกลางๆ
SET Index ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงสิ้นเดือน ก.พ. เปิดทำการมาทั้งหมด 528 วัน มีจำนวนวันที่ SET Index ปิดบวกทั้งหมด 298 วัน หรือคิดเป็นโอกาส 56% … ชัดเริ่มสงสัยไหมครับ วิ่งจาก 1,000 จุด มาถึงวันนี้ ดัชนีปิดบวกมากกว่าปิดลบแค่นิดเดียวเท่านั้น เอ๊ะ มันยังไงกันแน่

ไปดูระยะยาวกัน
SET Index ย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2546 วันถึงสิ้นเดือน ก.พ. เปิดมาทั้งหมด 2,437 วัน มีจำนวนวันที่ SET Index ปิดบวก 1,203 วัน หรือคิดเป็น 49% เฮ้ยยย เป็นไปได้ไง ถ้าย้อนไปดูดัชนีปี 2546 ตอนนั้น ปู่เซต ยังอยู่ที่ 350 จุด ด้วยซ้ำไป!! แล้วเหตุใด วันที่ SET Index ปิดบวก ถึงน้อยกว่าวันที่ SET Index ปิดลบด้วยซ้ำ??

เอาเป็นว่า จะ 56% หรือ 49% ตัวผมมองว่า ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นั้นแสดงให้เห็นว่า ทฤษฏี Random Walk นั้นมีอยู่ แม้กระทั่งตลาดหุ้นเล็กๆของโลกอย่างตลาดหุ้นไทยก็ตาม

คำถามคือ ถ้าเคลื่อนไหวขึ้นและลงแบบวันต่อวัน มันไม่ได้แตกต่างกันมาก แล้วอะไรเป็นปัจจัยให้หุ้นไทยที่ 350 จุด วิ่งมาถึง 1,539 จุด อย่างวันนี้เอ่ยยย

คำตอบก็คือ % ของการเคลื่อนไหวระหว่างวันต่างหาก ที่แตกต่างกัน

ผมหมายความว่า วันที่ SET Index บวก ขนาดของการปิดบวก ที่เป็น % จะมากกว่าวันที่ SET Index ปิดลบ

นี่ล่ะครับ คือสาเหตุให้ปู่เซตวันนี้ ยืนสง่าอยู่บนดอย 1,500 จุด ^^

แล้วไง?? คุณกำลังจะบอกอะไรผม??
ขนาดหุ้นไทย ในรอบ 10 ปี วิ่งขึ้นมาขนาดนี้ โอกาสที่ SET Index จะปิดเขียว ยังน้อยกว่า ปิดแดง ใครเข้ามาในตลาดหุ้นช่วงนี้ ได้ตังค์กลับบ้านทุกวัน นั้นเป็นเพราะ โอกาสมันวิ่งเข้าข้างเราส่วนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ฝีมือของเราอย่างเดียวหรอกครับ

เพราะหากมองเจาะเข้าไปลึกๆในแต่ละวัฏจักรของหุ้น ที่มีทั้งขาขึ้น และขาลง อย่างเช่น ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงวันนี้ จะพบว่า โอกาสที่ดัชนีปิดบวกจะมีมากกว่าปิดลบจริง เพราะเรากำลังอยู่ในหุ้นขาขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่เข้าสู่ช่วงขาลง เมื่อนั้น โอกาสที่ SET Index ปิดลบ ก็จะมีมากกว่าปิดบวกเช่นกัน ข้อมูลย้อนหลังที่เอามาบอก มันก็โชว์ให้เห็นอยู่แล้ว

โลกนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ อย่าประมาทเชียว

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ