Bond-Price-Down

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ตลาดตราสารหนี้ไทย มีเงินไหลเข้ามาลงทุน กดให้อัตราผลตอบแทนลดลงต่ำทุกช่วงอายุ เป็นผลดีต่อ ตราสารหนี้ที่ราคาขยับขึ้นต่อเนื่องนะครับ สาเหตุหลักมี 2 สาเหตุด้วยกัน

1. ตลาดมีมุมมองว่า เฟด มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่า Dot Plot ที่บอกว่าน่าจะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ (ตลาดมองว่าขึ้นแค่ 2 ครั้งในครึ่งปีหลังของปีนี้) ทำให้มีแรงซื้อกลับในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กดให้ Bond Yield ของทั้งโลกต่ำลง

2. การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบของ BOJ ทำให้มีเงินไหลเข้าลงในตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้น เพราะส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง จูงใจให้นักลงทุนวิ่งมาหาเรา

วันนี้ 1 ใน 2 ข้อนั้น กำลังเปลี่ยนไป นั่นคือ ตลาดกลับมากังวลอีกครั้งว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป เดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้น บวกกับ ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเกิด Outflow ออกจากตลาดตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด

Capture

รูปที่ 1 : Fed Fund Futures ให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ย เดือน มิ.ย. 2016 ขึ้นมาที่ 31.9%
แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.cmegroup.com/trading/interest-rates/countdown-to-fomc.html

อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้เลยขยับขึ้นทุกช่วงอายุ พอ Mark to Market ก็ทำให้ราคาร่วงลงมาอย่างที่เราเห็นในช่วงนี้ และจริงๆสิ่งนี้ ก็เป็นสิ่งที่อธิบายเหตุการณ์ที่เหล่ากองทุนอสังหาฯวิ่งแรงตั้งแต่ต้นปี แล้วอยู่ดีๆก็โดนเทขายเช่นเดียวกัน

BK10Y

รูปที่ 1 : อัตราผลตอบแทน และ ราคาพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุ 10 ปี
แหล่งที่มาข้อมูล : BISNEWS

เหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้อีกนานไหม?

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

1. มันเป็นเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนเราว่า ตลาดพันธบัตรทั่วโลก อัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำเกินไป Yield พร้อมเด้งทุกเมื่อ ที่มีข่าวมากระทบ

2. ถึงแม้เฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย เดือน มิ.ย. นี้ แต่ก็มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อๆไป ดังนั้น ตลาดตราสารหนี้ ตลาดพันธบัตร จะมีความผันผวนมากขึ้นหลังจากนี้

3. แต่หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ตลาดคาด หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้เชื่อว่า เฟดจะยืดระยะเวลาการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ก็มีโอกาสที่เงินจะไหลเข้าลงทุนตราสารหนี้อีกครั้ง ดังนั้นมุมมองของเฟดต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงการตัดสินใจเรื่องนโยบายดอกเบี้ย จะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง และระยะยาวทั้งในและต่างประเทศต่อไป

ควรทำอย่างไรกับกองทุนตราสารหนี้ที่ถือ ณ ตอนนี้?

แบ่งเป็น 3 กรณีครับ

  1. กรณีเพิ่งเข้ามาลงทุนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ด้วยความคิดที่ว่า ผลตอบแทนย้อนหลังมันสูงดีจัง โยกเงินจาก Money Market ย้ายไปดีกว่า และบอกกับตัวเองว่าจะถือสั้นๆ ไม่ถือยาว ผมแนะนำว่า “ขายออกไปเถอะครับ” เพราะกองทุนตราสารหนี้เหล่านี้ ก่อนเข้ามา คุณต้องถือได้อย่างต่ำ 6 เดือน ถึง 1 ปีขึ้นไป อันนี้ถือสิ่งที่ต้องคิดตั้งแต่ Day 1 ก่อนเริ่มซื้อครับ ดังนั้น การลงทุนของคุณ วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ผิดไปจาก เงื่อนไขของเครื่องมือที่เรียกว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว ดังนั้น ออกไปหากองอื่นดีกว่า
  2. กรณีลงทุนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน … เป็นไปได้ที่บางกอง ณ ตอนนี้ กลับกลายเป็นกินเงินต้นคุณไปแล้ว และทำให้คุณร้อนใจว่า เอายังไงดีฟร่ะ? ผมแนะนำว่า “ทนถือครับ” ภาวะนี้ เป็นภาวะการดีดตัวของ Bond Yield ในช่วงสั้นๆ เกิดไม่บ่อย ถือจนราคากองทุนขึ้นมาใกล้ๆทุน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูวัตถุประสงค์การลงทุนของเรา เหมือนที่แนะนำข้อที่ 1 ว่า เราถือได้นานแค่ไหน ถ้าได้ไม่นาน ก็ขายออกครับ ไปหาการลงทุนที่เสี่ยงต่ำกว่า เราจะสบายใจกว่า
  3. กรณีที่ลงทุนมาแล้วเกิน 6 เดือนขึ้นไป ยังไงตรงนี้คุณก็มีกำไรจาก NAV ที่วิ่งมาได้ดีในช่วงก่อนหน้านี้ครับ จิตใจคุณน่าจะไม่กังวลใจเท่านักลงทุน 2 กลุ่มแรก ผมแนะนำ “ถือต่อไปครับ”

สาเหตุที่ยังแนะนำบางท่านให้ถือต่อไปในระยะยาว ก็เพราะ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ Fund Manager กองทุนรวมตราสารหนี้ทั้งหลาย อาจปรับพอร์ตกันได้ไม่ทัน เนื่องจากตลาดเปลี่ยนมุมมองแบบฉับพลัน แต่สุดท้าย Fund Manager ของกองทุนเจ๋งๆ เขาก็จะพยายามปรับ Duration พอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยในขณะนั้นๆให้ทันครับ ดังนั้น ผมจึงคิดว่า เราไม่ควรห่วงเกินไป

เอาละ อ่านแล้วน่าจะพอรู้เหตุผล และลดความกังวลในใจของนักลงทุนได้บ้างนะครับ

สุดท้าย กลับไปดูที่วัตถุประสงค์การลงทุนของเรา เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการ และความเสี่ยงของเราเป็นหลัก อย่าไปไล่ตามผลตอบแทนในอดีตอันสวยหรู เพราะนั้นหมายถึงการไล่ตามอดีตซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตก็ได้ครับ

คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
• ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ