War-Room-Yuan

เปิดมาสัปดาห์แรกของปี 2559 เหล่านักวิเคราะห์ และนักลงทุนก็หวังจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้นมากกว่าปี 2558 ที่ผ่านมา แต่ผลปรากฏว่า  ไม่เป็นอย่างที่คิด ซึ่งสิ่งที่จุดชนวนตลาดรอบนี้ก็มาจากประเทศจีนนั้นเอง วันนี้ ใน The War Room จะมาถกประเด็นนี้กันให้หายสงสัย

ชยนนท์ จนถึงตอนนี้ ค่าเงินหยวนของจีน อ่อนค่าต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554 เมื่อเทียบกับสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การปรับค่ากลางของจีนครั้งนี้ ผมว่า เศรษฐกิจในประเทศจีนคงส่งสัญญาณไม่ค่อยดีหรือเปล่าคุณเจท

เจษฎา ที่น่าสงสัยคือ จีนปรับค่ากลางค่าเงินหยวนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมๆกับการประกาศตัวเลข CAIXIN PMI Manufacturing หรือ ดัชนีภาคการผลิต เดือน ธ.ค. ซึ่งออกมาต่ำกว่า 50 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยอยู่ที่ 48.2 จุด มันเหมือนส่งสัญญาณกลายๆอย่างที่คุณว่านะว่า ข้างในจีนเอง อาจจะไม่ไหวเท่าไหร่

00001

รูปที่ 1 : ดัชนีภาคการผลิตของจีน ข้อมูลรายเดือน นับตั้งแต่ปี 2015
ที่มา : http://www.tradingeconomics.com

ชยนนท์ ถ้าจำกันได้ จีนเคยประกาศลดค่ากลางแบบนี้ ตอนช่วงต้นเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ตอนนั้นตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค. ของจีน ออกมาติดลบมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ถึง -9% แล้วก็ตามมาด้วยการประกาศลดค่ากลางค่าเงินหยวนทันที เหมือนกัน ดังนั้น ผมฟังธงเลยว่า เศรษฐกิจจีน อาจจะยังไม่หยุด Slow Down

เจษฎา ทางรัฐบาลจีนเอง ตั้งความหวังว่า เศรษฐกิจจีนในระยะยาวจะโตไม่ต่ำกว่า 6.5% แต่เหมือนตลาดจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ และคิดว่า GDP Growth ของจีนเอง น่าจะลงไปต่ำกว่า 6.0% ได้ในปีนี้ พอรวมๆกันการกระทำของธนาคารกลางจีนเรื่องการปรับค่าเงินค่าเงินหยวน เลยทำให้นักลงทุนไม่ปลื้มซักเท่าไหร่

00002

รูปที่ 2 : การเติบโตของเศรษฐกิจจีนนับตั้งแต่ปี 2013
ที่มา : http://www.tradingeconomics.com

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

ชยนนท์ มันตลกตรงที่ จีนเอง ก็เปลี่ยนนโยบายการเติบโตจากพึ่งพาการส่งออก เป็นเน้นเติบโตด้วยการบริโภคภายในประเทศ แต่การลดค่าเงินหยวน มันดูเหมือนจีนอยากจะกระตุ้นการส่งออก มันดูขัดๆกับกับนโยบายหลักนะ คุณว่าไง

เจษฎา ผมวิเคราะห์เอาว่า น่าจะเป็นเพราะการเติบโตภายในประเทศมันเร่งตัวไม่ทัน เศรษฐกิจโดยรวมยังต้องพึ่งพาการส่งออกอยู่ ดังนั้น ก็ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาการเติบโตของ GDP โดยรวมไว้ แต่ผลกระทบจากการลดค่าเงินหยวนนี้ ผมว่าน่าจะโดนกันทั้งโลกนะ

ชยนนท์ ลดค่าเงินหยวน ดีกับส่งออก แต่ฝั่งผู้นำเข้าในจีน ต้องนำเข้าสินค้าในราคาที่แพงขึ้น  แล้วจีนเองก็ ถือเป็นผู้ซื้อสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลกแบบนี้ ก็แปลว่า พวก Commodities ทั้งหลาย คงจะยังไม่ปรับตัวขึ้นสินะ

เจษฎา มองอีกแง่หนึ่งนะครับ มันค่อนข้างชัดเจนว่า รัฐบาลจีนเอง ก็ดูแลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และน่าจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เช่น อาจพิจารณาลด Reserve Requirement Ratio (RRR) , ลดดอกเบี้ยนโยบาย หรือมาตรการอื่นๆ อย่างที่ทำไปนับตั้งแต่ปลายปี 2014 (ดูรูปที่ 3 ประกอบ) หรือที่เพิ่งทำไปทันทีหลังปรับลดค่ากลางค่าเงินหยวนก็คือ การที่ธนาคารกลางจีนประกาศอัดฉีดเงินมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศ สรุปคือ สิ่งที่จีนทำทุกอย่างที่เราเห็นและหลังจากนี้ ก็เพื่อพยุงเศรษฐกิจจีนนั้นละครับ ไม่ใช่เรื่องอื่นเลย

00004

รูปที่ 3 : การแทรกแซงโดยใช้มาตรการทางการเงินของจีน กับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น
ที่มา : RBS Macro Credit Research

ชยนนท์ ตอนนี้ตลาดหุ้นจีน  H Share ถือว่า มูลค่าน่าสนใจทีเดียว Historical PE อยู่ที่ 13.4x ส่วน Forward PE อยู่ที่ 8.2x ถือว่าเป็นตลาดหุ้นที่ถูกที่สุดในภูมิภาคเอเชียลองจากสปป. ลาว (ลองดูรูปประกอบรูปที่ 4) ติดอยู่อย่างเดียวคือ ต้องออกมาตรการอีกซักเท่าไหร่ ที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนทรงตัว และทำให้ตลาดเลิกกลัวกับจีนซักที นะครับ

00005

รูปที่ 4 : เปรียบเทียบ Valuation ของตลาดหุ้นทั่วโลกโดยใช้ค่า P/E Ratio
ที่มา : Bloomberg

ที่มาของบทความ : http://www.posttoday.com/economy/invest/408945

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ