Japan-Equity

บทความเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านเรื่อง BOJ ประกาศอัตราดอกเบี้ยติดลบ ไพ่ตาย(เกือบ)ใบสุดท้าย ที่ญี่ปุ่นใช้ในการเดิมพัน ผมพาไปวิเคราะห์นโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น วันนี้ขออนุญาตเพิ่มมุมมองการวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน สำหรับท่านที่มีกองทุนหุ้นญี่ปุ่นในมือ หรือ กำลังสนใจจะเข้าทยอยสะสมในระยะยาวนะครับ

ก่อนอื่น เริ่มกันด้วยว่า โบรคฯใหญ่อย่าง Goldman Sachs (GS) นั้น มองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (ใช้ดัชนี TOPIX เป็นดัชนีชี้วัด) ถือเป็นตลาดหุ้นที่มีความน่าสนใจมากที่สุดตลาดหนึ่งของโลก

ตารางด้านล่างคือ ตารางคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคต 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี จัดทำโดยนักเศรษซศาสตร์จาก Goldman Sachs จะพบว่า เขาให้ Upside Potential ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (TOPIX) ในอีก 12 เดือนข้างหน้า สูงทีเดียว มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,800 จุด หรือคิดเป็น Upside ราวๆ 25-26% จากระดับปัจจุบัน มองแบบนี้ ก็น่าสนใจในระยะยาวแล้วนะครับ แต่อย่าลืมเรื่องหนึ่งก็คือ BOJ เพิ่งจะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายติดลบไป ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อ และแถมยังบอกด้วยอีกว่า จะพิจารณาลดดอกเบี้ยลงไปอีกหากจำเป็น นั้นหมายถึง ค่าเงินเยน มีโอกาสอ่อนค่าในระยะยาว ซึ่ง GS มองว่า JPY/USD มีโอกาสอ่อนค่าไปแตะที่ระดับ 130.0 ภายใน 12 เดือนข้างหน้าทีเดียว ใครเชื่อเขา และชอบตลาดหุ้นญี่ปุ่น ก็ต้องหากองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงเรื่อง FX ไว้นะครับ

GS001

Goldman Sachs economists’ 3, 6 and 12-month forecasts
ที่มา : Goldman Sachs Global Investment Research (1 Feb 2016)

จริงๆ เหล่ากองทุนค่ายยักษ์ใหญ่ของโลก ก็มีมุมมองที่คล้ายกันว่า ปี 2016 นี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นเป้าหมายในการลงทุน และน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี ไม่ว่าจะเป็น Schroders หรือ Blackrock ก็ตาม

ข้อดีระยะยาวของการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น

โดย Head of Japanese Equities ของ Schroders ชี้ให้เห็นความน่าสนใจของหุ้นญี่ปุ่น อยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ

  1. รัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มี mindset กล้าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายคือ เห็นเงินเฟ้อที่ 2% ในระยะยาว และหนีจากภาวะ Deflation ให้ได้
  2. ตลาดแรงงานยังคงแข้งแกร่ง ตัวเลข Unemployment Rate ล่าสุดปี 2015 อยู่ที่ระดับ 3.1% ถือว่าต่ำสุดในรอบ 20 ปีทีเดียว
  3. มาตรการ Abenomics ไม่ใช่แค่การอัดฉีดเงินผ่าน QQE แต่หมายถึงการปฏิรูปโครงสร้างบริษัทเอกชน และโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้บริษัทในญี่ปุ่นแข่งขันได้ในตลาดโลกในระยะยาว

ในขณะที่ทาง Blackrock เอง ก็มีเสริมข้อดีอีกบางส่วนก็คือ การที่วงเงินส่วนเกินจากการซื้อพันธบัตรนั้น BOJ จะเอามาลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นผ่านเหล่ากองทุน ETF

เอาเป็นว่า ที่เหล่ามาทั้งหมด ก็จะบอกว่า มุมมองการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น นักวิเคราะห์ให้ความเห็นตรงกันว่า ยังเป็นตลาดที่น่าจะทำกำไรได้

แล้วความเสี่ยงละ?

ที่น่ากังวลก็คือ หากนโยบายดอกเบี้ยติดลบ ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ แล้วอะไรที่รัฐและ BOJ พอจะช่วยได้มากกว่านั้น? แถมถ้าตัวเลขเศรษฐกิจหลังมาตรการเหล่านี้ผ่านไปซักระยะแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้ระวังช่วงเดือน เม.ย. ปี 2017 ไว้อีกรอบ เพราะรัฐบาลเตรียมขึ้นภาษี VAT จากเดิม 8% เป็น 10% ซึ่งจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศชะลอตัวลงอีกรอบตอนนั้นแน่นอน เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงวัดใจรัฐบาล และเศรษฐกิจญี่ปุ่นพอสมควร

รับความเสี่ยงได้ เอาเป็นว่า ตอนนี้เข้าซื้อได้หรือยัง?

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

ผมพาไปดูกราฟรายเดือนของดัชนี Nikkei225 ก่อนนะครับ ตอนช่วงปลายปี 2014 ดูแล้วเหมือน Nikkei พยายามจะทะลุแนวต้าน 18,000 จุดขึ้นไป แล้วก็ผ่านไปได้ไม่นาน ก่อนจะลงมาต่ำกว่าจุดนี้ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือกลางปี 2015 ที่จีนประกาศลดค่ากลางค่าเงินหยวน และอีกครั้งคือ ต้นปีนี้ ด้วยเรื่องเดียวกันคือ จีนประกาศลดค่ากลางค่าเงินหยวน อีกรอบ การปรับฐานช่วงนี้ เลยทำให้ MACD ให้สัญญาณ Sell Signal และภาพทางเทคนิคระยะยาวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นเสียทรงไปพอสมควร

Nikk

ภาพประกอบ Monthly Chart Nikkei225
ที่มา : www.stockcharts.com

ทำไมจีนลดค่าเงินหยวน ถึงมีผลกับการปรับฐานของตลาดหุ้นญี่ปุ่น?

มันคงมีหลายปัจจัยนะครับ แต่ถ้าพูดถึงปัจจัยหลักๆ คนจะไปมองที่ความผูกพันกันระหว่างเศรษฐกิจ 2 ประเทศ เพราะช่วงที่ค่าเงินเยนอ่อนค่ามากๆ มันทำให้นักท่องเที่ยวจีนไหลเข้าไปในญี่ปุ่นดั่งฝูงตั๊กแตนโจมตีไร่ข้าวโพด แต่พอค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลง ก็แปลว่านักท่องเที่ยวจีนจะต้องเที่ยวญี่ปุ่นในราคาแพงขึ้น และแน่นอนสินค้าญี่ปุ่นที่ส่งไปขายที่จีน ก็จะดูแพงขึ้นทันที ตรงนี้ละครับ ที่มีผลต่อมุมมองของนักลงทุนว่า จะกระทบกับกำไรบริษัทในญี่ปุ่นหรือเปล่า

แล้วในระยะสั้นละ ตรงนี้ใช่จังหวะไหม?

ลองดูกราฟรายวันของ Nikkei225 แล้วลากหาแนวโน้มของดัชนี ผมมองว่า ตอนนี้ Nikkei225 อยู่ในแนวโน้ม Sideway Down ตามรูป

NIKK99

ภาพประกอบ Daily Chart Nikkei225
ที่มา : www.stockcharts.com

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนที่ BOJ ประกาศอัตราดอกเบี้ยติดลบ มันเหมือนเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนการปรับตัวขึ้นในระยะสั้นให้กับตลาดหุ้นญี่ปุ่นต่อเนื่องจากกลางเดือน ม.ค.  และทำให้เกิด Buy Signal ใน MACD ด้วย นั้นแปลว่า สัญญาณซื้อระยะสั้นได้เกิดไปแล้ว ถ้าไปได้ถึงไหน ก็ใช้ Upper Band เป็นแนวต้านก่อน ตอนนี้ก็อยู่แถวๆ 19,500 จุด โดยมีเส้น Moving Average 50 วันเป็นแนวต้านย่อยอยู่ที่  18,625 จุด

สรุปคือ

ถ้ามีอยู่ ถือต่อได้ครับ มีแนวโน้มไปต่อในระยะสั้น แต่ระยะยาวภาพทางเทคนิคบอกแล้วว่าไม่ค่อยดี ซึ่งเราคงต้องไปดผลของมาตรการ BOJ ประกอบกันไป

ถ้ายังไม่มี และอยากกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศอยู่แล้ว ญี่ปุ่นนี่ละ ที่น่าเอาเงินบางส่วนไปลงทุนดู

ปล. Tradernomics เป็นมุมมองเพื่อการเทรดในระยะสั้น ในกรอบระยะเวลา 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนข้างหน้า โดยอาศัยดัชนีและการวิเคราะห์ทางเทคนิดและมุมมอง Macro เป็นแกนหลักในการวิเคราะห์ ไม่ได้หมายถึงการเข้าเลือกหุ้นรายตัว ซึ่งอาจมีหรือไม่มีความสัมพันธ์กับดัชนีก็ได้

แหล่งข้อมูลของบทความนี้
http://finance.yahoo.com/news/2016-outlook-blackrock-sees-value-141631121.html
http://www.goldmansachs.com/our-thinking/pages/outlook-2016/index.html?videoId=139050
http://www.schroders.com/en/ch/wealth-management/insights/markte/outlook-2016-japanese-equities/

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ