Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

1. อนาคตของโลกเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน

จากเดิม เราเข้า Internet กันผ่าน Desktop และ PC

หลังจากนั้น เราเข้า Internet ผ่าน Smartphone

ตอนนี้ นักพัฒนาทั้งหลายเชื่อว่า ยุคใหม่ของ Internet จะเกิดในอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ แทบจะทุกอย่าง ซึ่งเราเรียกว่า Internet of Things ซึ่งทาง WEF ได้บอกว่า Industrial Revolution 4.0 กำลังเกิดขึ้น เพราะ 2 เทคโนโลยีสำคัญ นั่นก็คือ Internet of Things และ Cloud Technology

นักพัฒนาที่มี Vision ไกลกว่าแค่ Industrial Revolution 4.0 มองว่า ในเฟสต่อไป โลก สามารถมีหลายโลก ทั้งโลกจริงที่เราอยู่ และโลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่านักพัฒนา ซึ่งโลกนี้ มีชื่อว่า Metaverse

2. Metaverse คืออะไร

Metaverse เป็นโลกในอนาคตที่ถูกพูดถึงมาก่อนหน้านี้แล้วซักระยะ จนกระทั่ง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “Meta” และประกาศ Vision เดินหน้าเข้าสู่ Metaverse

มาร์ค ถึงขั้นยอมทุ่มเงิน 2,000 ล้านบาท ($60 M) เข้าซื้อลิขสิทธิ์ชื่อ “Meta” จากธนาคารในสหรัฐฯ ที่ชื่อซ้ำกันเลยทีเดียว

Metaverse ในที่นี้ คือ การสร้างสภาพแวดล้อมของโลกแห่งความจริงและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น “ชุมชนโลกเสมือนจริง” ที่สามารถหลอมรวมวัตถุรอบตัวและสภาพแวดล้อมให้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ 2 ตัวคือ AR และ VR

AR หรือ Augmented Reality คือ การนำเทคโนโลยีมาผสานโลกแห่งความจริงและวัตถุต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น การสร้างตัวละคร Avatar ผ่านสมาร์ทโฟน, สร้างฟิลเตอร์กล้องถ่ายรูป, การเล่นเกม Pokémon GO, โฮโลแกรมภาพ 3 มิติ เป็นต้น

Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดVR หรือ Virtual Reality คือ การจำลองภาพให้เสมือนจริงแบบ 360 องศา โดยอาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง แว่นตา VR เพื่อจำลองการรับรู้ การมองเห็น และการได้ยินเสียง ในโลกเสมือนจริง เช่น การขับเครื่องบิน, การเล่นเกมส์ทั้งหลาย

Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

3. ตอนนี้ Metaverse ถูกพัฒนาไปขนาดไหนแล้ว?

จริง ๆ แล้ว Metaverse ยังเป็นเพียงแค่ Concept

เหมือนกับคำว่า “Internet” ที่ตอนเรารู้ตอนแรก ๆ เราก็ไม่รู้ว่าหรอกครับว่ามันจะเปลี่ยนโลกไปขนาดไหน

หรือ คำว่า “Cryptocurrency” ที่เพิ่งได้ยินกันมา และอยู่ระหว่างการต่อสู่กันระหว่างโลกแบบ Centrailized และ Decentralized ที่เราก็ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนขนาดนั้นว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

แต่ถ้าดูจาก Concept ของ Metaverse ที่ต้องใช้เทคโนโลยี AR และ VR นั้น ต้องบอกว่า 2 เทคโนโลยีนี้ มีผู้ประกอบการกระโดดเข้ามาร่วมวงเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Speed ของการพัฒนา ถือว่าเร็วกว่าในอดีตหลายเท่าตัวทีเดียว

ไปดูฝั่ง VR กันก่อน ก็มี Oculus Rift จาก Facebook, Vive จาก HTC หรือ PlayStation VR (PSVR) จาก Sony ถือว่า ยอดขายยังมี Growth ที่ไม่ sexy เท่า hardware ที่เป็น trend ในอดีต

สาเหตุที่ VR ยังไม่ปัง เป็นเพราะปัญหาของฮาร์ดแวร์ VR ราคายังแพงเกินกว่าที่จะเกิด Mass Adoption โดยแว่น Oculus Rift สนนราคาเริ่มต้นที่ $600 (ราว 20,000 บาท) ส่วนราคาคอมพิวเตอร์ทั้งเซ็ตที่จะต้องใช้ในการรันก็มีราคาเฉลี่ยเริ่มต้น $1,500 เหรียญ (ราว 50,000 บาท) ส่วน HTC Vive คู่แข่งก็มีราคาเริ่มต้นที่ 800 เหรียญ (ราว 26,000 บาท)

จะมีที่คนเล่มเกมส์สามารถเอื้อ,ถึงหน่อย ก็เจ้า PSVR ที่มีราคาขายถูกกว่าอีก 2 ตัวข้างบน โดยอยู่ที่ราว $500 เหรียญ (ราว 16,500 บาท) รวมอุปกรณ์เสริม โดย PSVR นี้ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2016 ขายได้รวมกันทะลุ 5 ล้านเครื่องไปแล้ว แสดงให้เห็นว่า “ราคา” คือ ปัจจัยสำคัญเลย

Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด
ด้าน AR ต้องบอกว่า SAMSUNG กำลังพัฒนาโครงการ AR ผ่าน HoloLens ร่วมกับ Microsoft โครงการนี้มีระยะเวลา 2 ปี และเริ่มมาตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้แล้ว โครงการจะเสร็จในปี 2023 และสินค้าจริงวางขายในปี 2024 ความร่วมมือนี้ เป็นไปได้สูงว่าซัมซุงจะเป็นผู้ผลิตแว่น AR โดยใช้เทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ซึ่งนี้ถือเป็น Big Tech 2 เจ้าที่มีโอกาสเข้าสู่โลกของ Metaverse เช่นกัน

ขณะที่ฝั่ง Apple เคลมตัวเองบนเว็บไซต์เลยว่า มีแพลตฟอร์ม AR ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี Smart Device ที่รองรับระบบ AR กว่าร้อนยล้านเครื่อง (iPhone / iPad) รวมถึงแอป AR อีกหลายพันแอปใน App Store

นักวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ Apple คาดว่าอาจจะเปิดตัวแว่น AR ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีหน้า โดยตัวแว่น AR จะมีลักษณะที่มีพลังในการประมวลผลเทียบเท่ากับ Mac ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Mac หรือ iPhone และมีแอปพลิเคชันให้ใช้งานหลากหลาย

เท่านี้ยังไม่พอ ในรายงานในอนาคตนอกจากจะมีการเปิดตัวแว่น AR แล้วนั้น อาจจะมีการเปิดตัวแว่น Mixed Reality ที่ผสมเทคโนโลยี AR และ VR เข้าด้วยกัน ที่มีแววว่าอาจจะประกาศเปิดตัวในช่วงงาน WWDC 2022 และจะวางขายในช่วงปลายปี หรือปี 2023

4. Apple ก็ถือเป็นบริษัทที่มี Market Cap ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ากระโดดร่วมวง Metaverse ด้วย โอกาสเกิดขึ้นจริงของโลกเสมือนจะสูงขึ้นไหม?

มีโอกาสสูงมาก ๆ ที่สุดท้ายทั้ง 2 เทคโนโลยีจะถูกพัฒนารวมกันและกลายเป็นเทคโนโลยี MR-Mixed Reality หรือความจริงผสม ถ้าคนพัฒนาคือ Apple

ซึ่ง Morgan Stanley ประเมินว่า Metaverse จะเกิดขึ้นจริงเมื่อ Apple กระโดดเข้าร่วมสมรภูมิเท่านั้น หลักฐานอย่างหนึ่งที่นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley บอกก็คือ “แม้ว่าจะยังไม่ได้เห็นการพัฒนา VR จาก Apple อย่างชัดเจน แต่เขาก็บอกให้เห็นว่า ในอดีตบริษัท Apple เองก็ไม่ได้เข้าสู่ตลาด Smartphone จนถึงปี 2007 ถึงแม้จะช้ากว่า Nokia และ BlackBerry แต่เห็นได้ชัดว่า Apple กลับประสบความสำเร็จมากกว่า นั่นเป็นจุดแข็งของ Apple ในการมีเวลาศึกษาตลาดก่อน และทุ่มเงินลงทุนไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสมากที่สุดได้

ขณะที่การประกาศ Vision เดินหน้าเข้าสู่ Metaverse ของ CEO Facebook จริง ๆ ถูกตั้งคำถามเหมือนกันว่า จะเกิดขึ้นได้จริงหรือ ผู้บรโภคจะยอมรับผลิตภัณฑ์ของ Facebook มากน้อยแค่ไหน เพราะอย่างกรณีล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา อดีตผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook ชื่อคุณฟรานเซส เฮาเกน เปิดเผยเอกสารต่อสภาคองเกรส ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Platform ภายใต้บริษัท Facebook สร้างปัญหาด้านสุขภาพจิตแก่วัยรุ่น, ความล้มเหลวในการจัดการกับข่าวปลอม โดยเฉพาะช่วงปี 2016 เป็นต้นมา, ประเด็นปัญหา Hatespeech ไปจนถึงเหตุการณ์จลาจลในวอชิงตัน เดือนมกราคม 2021

ซึ่งทางโฆษกของ Meta (ชื่อใหม่ Facebook) ออกมาตอบโต้ว่า การที่บอกว่า บริษัทจงใจนำเสนอเนื้อหาชวนทำให้ผู้คนโกรธแค้นเพื่อผลกำไรถือเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล บริษัทได้ดำเนินการด้วยเงินงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเขาบอกว่า เม็ดเงินลงทุนนี้สูงบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่น ๆ ด้วยซ้ำ แถมยังมีคนจำนวน 4 หมื่นคน กำลังทำงานเพียงหน้าที่เดียว นั่นคือ รักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนในแอป ด้วย

ส่วนผู้บริโภคอย่างเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ Meta อนาคตเราก็จะเห็นกันเอง

5. กลับมาที่ตัวเทคโนโลยี ดูเหมือน AR จะเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ในวงกว้างมากกว่า VR ที่ต้องใช้ Hardware เฉพาะต่างหาก และยังมีต้นทุนสูง แล้ว Mixed Reality ที่นักวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ Apple คาดว่าจะเปิดตัว มันดูเป็นไปได้มากกว่าไหม?  

MR เป็นการนำเอาโลกแห่งความเป็นจริงและองค์ประกอบดิจิทัลมารวมกัน Mixed Reality ผู้ใช้จะได้โต้ตอบกับสิ่งของและสภาพแวดล้อมทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและเสมือน โดยใช้เทคโนโลยีการสัมผัสและสร้างภาพยุคใหม่ Mixed Reality ช่วยให้เราได้เห็นและสัมผัสกับโลกรอบตัว แม้ในขณะที่โต้ตอบกับสภาพแวดล้อมเสมือนด้วยมือของผู้ใช้เองโดยที่ไม่ต้องถอดแว่น 

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แสนสิริ ร่วมกับ Microsoft และ AIS ได้นำเทคโนโลยี MR มาใช้ในการให้ลูกค้าเข้าชมห้องตัวอย่าง ซึ่งเป็นห้องตัวอย่างเสมือนจริง ซึ่งจะจำลองสภาพแวดล้อมของห้องตัวอย่างให้ลูกค้าได้สัมผัสแบบ Interactive โดยไม่ต้องไปที่ห้องตัวอย่างจริงในช่วงที่ต้อง Social Distancing แถมยังช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายมากกว่าการให้โบรชัวร์ หรือคุยกับเซลส์แบบไม่เห็นของจริงด้วย

ดูแล้ว Used Case ที่เกิดกับ MR หากสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้จริง เปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริง เชื่อว่า MR นี่เอง ที่จะทำให้เราเข้าใกล้โลกของ Metaverse ขึ้นไปอีก

6. นอกจาก AR VR หรือ MR แล้ว โลกเราจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีอะไรอีกที่ทำให้ Metaverse เกิดขึ้นได้

จะเห็นว่า เทคโนโลยี AR VR หรือ MR ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังแข่งกันพัฒนา ก็ยังถือว่า อยู่บน Close Ecosystem หรือ ในระบบของตัวเองกันอยู่ แต่ถ้าเราจินตนาการถึงโลกเสมือนที่เหล่าผู้พัฒนาสามารถเข้าไปร่วมเอ็นจอยกันได้ ก็มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งที่มองว่า จำเป็นต้องสร้าง Metaverse ให้เป็น Decentralized System คือ ไม่มีใครเป็นเจ้าของมันแบบเบ็ดเสร็จ ถ้าเกิดขึ้นได้จริง หลาย ๆ บริษัทก็จะสามารถเข้ามาช่วยกันสร้าง Metaverse ในอุดมคติ ที่ไม่ใช่ถูกควบคุมและกำหนดเพียงแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม Metaverse ที่พัฒนาโดยบริษัทใหญ่ ๆ ผมก็เชื่อว่า มันก็คงมีคนที่ใช้งานด้วย แต่ใน Scale ที่อาจจะเล็กกว่า Decentralized Metaverse ซึ่งแปลว่า ในอนาคตโลกเสมือนที่จะเกิดขึ้น ก็จะมีหลายโลกให้เราไปท่องเที่ยวเช่นกัน

ตัวอย่างบริษัทที่พัฒนา Decentralized Metaverse ก็อย่างเช่น Epic Games ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเกมส์ดังๆอย่าง Fortnight, Roblox, Unreal Engine โดยคุณ Tim Sweeney CEO ของบริษัท ประกาศ Vision ว่า การที่มีเพียงบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่กำหนด Metaverse จะทำให้บริษัทนั้นมีสิทธิ์ในการควบคุมชีวิตของผู้คนที่มากเกินไป อาจมีการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว หรือตรวจสอบการปฏิสัมพันธ์ส่วนตัว (private interaction) ซึ่งเป็นอะไรที่ผู้ใช้งานโลกออนไลน์ในปัจจุบันไม่น่าจะยินดีซักเท่าไร ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา Epic games ระดมทุนได้ $1 Billion เพื่อเอามาการสร้าง Decentralized Metaverse แล้วเราก็มารอดูกัน 

7. Decentralized Metaverse คำนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ Decentralized Finance หรือ DeFi Cryptocurrency อย่างไร?

ไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่มาจากแนวคิดที่คล้าย ๆ กันคือ ระบบที่ตัดตัวกลางออกไป ซึ่งเราจะเห็นแล้วว่า ในโลก cryptocurrency นั้น มีการเกิดขึ้นมาของ DeFi , GameFi , NFT โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็น Backbone 

โดยเหรียญ crypto ที่คลอดออกมาเพื่อพัฒนาไปสู่ Metaverse ตัวดัง ๆ ก็อย่างเหรียญ SAND ซึ่งเป็นเกมส์โลกเสมือนจริงที่ผู้เล่นสามารถซื้อที่ดิน แล้วปรับแต่งสินทรัพต่าง ๆ ได้ อยู่ใน ETH Chain ที่เมื่อต้นเดือน พ.ย. ได้ข่าวดีหลังจาก Softbank ประกาศว่าได้ลงทุน $93 Million

Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

หรืออีกหนึ่งโปรเจคอย่าง Decentraland เป็นโลกเสมือนแบบ Virtual world บน ETH Chain ที่ผู้เล่นสามาถสร้างตัวละคร ซื้อสิ่งของและซื้อที่ดินได้ โดยใช้เหรียญตัวย่อคือ MANA 

และเกมส์สุดฮิตอย่าง Axie Infinity (AXS) ลักษณะการเล่นเหมือนกับ Pokemon ที่ให้ผู้เล่น (Trainer) ไปเลี้ยง ฝึก ผสมพันธุ์ และสามารถนำสัตว์เลี้ยงที่เรียกว่า Axies ไปสู้กับ Axies ตัวอื่น ๆ โดยตัว Axies ภายในเกมใช้รูปแบบการทำงานเช่นเดียวกับ Non-Fungible Tokens (NFT)

ถึงตอนนี้ คำถาม ไม่ใช่ว่า จักรวาลนฤมิตรจะเกิดได้ไหม? แต่ต้องเปลี่ยนคำถามเป็น เมื่อไร แทนแล้วครับ

8. ถ้าเราเป็นนักลงทุน เราจะสามารถได้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของ Metaverse ในอนาคตได้ทางไหนบ้าง?

ต้องบอกว่า เทคโนโลยีในปัจจุบัน กำลังจะลู่เข้าสู่ Metaverse อยู่แล้ว โดยเฉพาะบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ยังไงเสีย เขาก็ไม่ต้องการตกขบวนรถไฟฟ้ารอบนี้แน่นอน
Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด Metaverse ยุคต่อไปของอินเตอร์เน็ต ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

หากดูจากชื่อบริษัทที่กำลังพัฒนา product มุ่งสู่ Metaverse จากข้างบน คุณจะเห็นว่าจริง ๆ แล้ว หากเราลงทุนในกองทุนรวมประเภทหุ้นเทคโนโลยี ก็มักจะมีเหล่าบริษัทเหล่านี้รวมอยู่ในพอร์ตด้วยอยู่แล้วเช่นเดียวกัน

แต่ใคร อยากได้ธีมนี้แบบเฉพาะเจาะจงไปเลย ก็มีกองทุน ETF ที่ล้อไปกับ Theme Metaverse ที่ผมเห็นและแนะนำก็ตามนี้

  • IXP – iShares Global Comm Services
  • HERO – Global X Video Games and Esports
  • META – Roundhill Ball Metaverse ETF ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Metaverse

โดยกองทุนสุดท้ายเนี่ย มีกองทุนในไทยชื่อ M-META เป็น Feeder Fund ไปลงทุนในกองแม่กองนี้อีกทีนะครับ (สามารถลงทุนผ่านแพลตฟอร์มของ FINNOMENA ด้วยนะ)

แหล่งที่มาข้อมูล :-
https://www.usatoday.com/story/tech/2021/11/10/metaverse-what-is-it-explained-facebook-microsoft-meta-vr/6337635001/
https://docs.microsoft.com/en-us/windows/mixed-reality/discover/mixed-reality
https://omdia.tech.informa.com/pr/2020-dec/six-and-a-half-million-consumer-vr-headsets-will-be-sold-in-2020
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-11-12/metaverse-only-gets-real-when-apple-joins-morgan-stanley-says
https://www.metapunk.co.uk/metablog/7-2021-the-tools-of-the-metaverse

Mr.Messenger รายงาน

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน