mr-messenger-money-market-fund-fb-ads

บทความนี้ สำหรับมือใหม่ ผู้ไม่คุ้นชินกับการลงทุนในกองทุนรวมนะครับ

เพื่อตอบคำถามที่ว่า “ทำไมต้องลงทุน ไม่ใช่ฝากเงิน?”

จริงๆ มาถึงตอนนี้ เชื่อว่า คำตอบแรกก็คือ เพราะฝากเงินมันได้ผลตอบแทนต่ำติดดิน ฝากประจำ 1 ปี ได้ดอกเบี้ยสุงสุดอยู่ที่ 1.75% ฝากประจำ 2 ปีได้สูงสุดที่ 1.80% แถมสภาพคล่องก็ไม่มี ถอนออกมาใช้ก่อน ก็ไม่ได้ดอกเบี้ยตามประกาศ

fixed-rate

ที่เป็นแบบนี้เพราะ จริงๆแล้ว เงินฝากธนาคาร ถือเป็นแหล่งออมที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในตลาดเงินเลยทีเดียว ตอนนี้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล อายุ 1 ปี อยู่ที่ 1.58%ต่อปี เสี่ยงพอๆกับเงินฝาก เพราะรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเหมือนกัน เพราะเงินฝากธนาคาร มีพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป ซึ่ง ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2559 ปีที่แล้วจนถึง 11 ส.ค. 2561 คุ้มครองที่วงเงิน 15 ล้านบาท

banner21072016-2

แต่อย่าลืมว่า ดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคาร ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 15% สมมติว่า ธนาคาร ABC ให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ที่ 1.75% แต่เมื่อคำนวนดอกเบี้ยที่แท้จริงแล้ว จะอยู่ที่ 1.4875% นะครับ

คนไทยยังฝากเงินไว้ในธนาคาร … เยอะเกินไป?

เชื่อหรือไม่? เงินฝากที่มีอยู่ในระบบธนาคารเยอะที่สุดเกิน 50% ก็คือ เงินฝากออมทรัพย์ ที่ได้ดอกต่ำๆนี่ล่ะ ซึ่งมันก็คงมาจากหลายสาเหตุ เพราะมนุษย์เงินเดือน รับเงินเดือนเข้าบัญชีออมทรัพย์ เพราะเราต้องการสภาพคล่องไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เพราะไม่แน่ใจจะเอาไปลงทุนอะไรดี เพราะกลัวความเสี่ยง บราๆๆ

กลัวการไม่ได้ใช้เงิน เอาไว้ในที่จับต้องได้ง่าย แต่สุดท้ายเหตุการณ์ประหลาดก็มันจะเกิดขึ้นคือ….

  1. ถอนมาใช้หมด
  2. ทิ้งไว้จนลืมไม่ได้ทำอะไร

ซึ่งไม่ว่าลงเอยทางไหน ไม่ดีต่อเงินในกระเป๋าทั้งนั้น ถูกไหมครับ ฉะนั้น เราลองสำรวจเงินในบัญชีออมทรัพย์ตัวเองกันไหม ว่าทิ้งไว้กี่เดือนกันแล้ว 🙂

ลองมาลงทุนในกับกองทุน Money Market Fund (MMF) กันไหม?

ทางเลือกทดแทนสำหรับคนที่ต้องการสภาพคล่องใกล้เคียงเงินฝากออมทรัพย์สำหรับนักลงทุนรายย่อย และมือใหม่นักลงทุน ก็คือ กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund : MMF) ซึ่งใครๆก็ลงทุนได้ครับ

MMF มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นๆ เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ ตอนนี้ผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 1.0%-1.4% ต่อปี ไม่เสียภาษี ทีเด็ดคือตรงนี้ เวลาขายกองทุน MMF จะได้รับเงินคืนในวันทำการถัดไป สภาพคล่องใกล้เคียงเงินฝากออมทรัพย์ บวกกับ เมื่อเราขายหน่วยลงทุนใน MMF เมื่อไหร่ รับผลตอบแทนเป็นรายวันด้วย ไม่เหมือนออมทรัพย์ ที่คิดดอกเบี้ยให้เราทุกๆ 6 เดือน และอย่าลืมนะครับ ดอกเบี้ยออมทรัพย์ส่วนที่เกิน 20,000 บาทต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 15%

เมื่อเทียบข้อมูลของ MMF แล้ว ก็น่าจะทำให้คนฝากเงินในออมทรัพย์เยอะๆ เปลี่ยนใจมาลงทุนใน MMF ได้ไม่ยากนะ ถึงแม้ขายยากขึ้นหน่อย (ไม่ใช่ถอนแล้วได้เงินทันทีเหมือนเดินไปกดที่ตู้ ATM) แต่ข้อดีคือ ทำให้เรามีเวลาคิด เวลาจะจ่ายเงิน ถามตัวเองกลับว่า จำเป็นจริงๆไหม ใช้สติเพิ่มขึ้น ผมถือว่า MMF สอบผ่านนะ:)

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

ปัจจุบัน MMF ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล้วนๆ ความเสี่ยงต่ำมากๆ ก็มีหลายเจ้าครับ ยกตัวอย่างเช่น ABCC ของ บลจ.อเบอร์ดีน, TMBTM ของ บลจ.ทหารไทย หรือ KFCASH ของ บลจ.กรุงศรี โดยกองทุนเหล่านี้ เปรียบไปก็ความเสี่ยงเท่ากับออมทรัพย์เลย เพราะกระทรวงการคลังคุ้มครองเหมือนกัน แต่ผลตอบแทน จะอยู่ที่ราวๆ 0.9%-1.0%ต่อปี

อ้าว MMF ได้ผลตอบแทนแค่ 0.9%-1.0%ต่อปี เองเรอะ?

จะเห็นว่า MMF ที่เสี่ยงต่ำ ก็ให้ผลตอบแทนต่ำ และต่ำกว่าเงินฝากประจำธนาคารบางแห่งด้วย สาเหตุเป็นเพราะ ผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดว่ามีแนวโน้มจะขึ้นหรือลง และลงทุนในตั๋วเงินคลัง หรือตราสารหนี้ภาครัฐฯล้วนๆ

แต่จริงๆแล้ว ทุกๆ บลจ. จะมีกองทุนที่ทำหน้าที่พักเงิน คล้ายๆกับ MMF คือ ขายได้ทุกวัน ได้เงินในวันทำการถัดไป แต่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น กองทุนเหล่านี้คือ Short Term Fixed Income Fund หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น นั่นเอง

วิธีการเพิ่มผลตอบแทนของ Short Term Fixed Income Fund ก็คือ แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ที่อายุยาวขึ้น , ตราสารหนี้ภาคเอกชน , ตราสารหนี้ หรือเงินฝากในต่างประเทศ วัตถุประสงค์ก็คือ เพิ่มผลตอบแทนให้สูงกว่า MMF ทั่วไป

วิธีการบริหารและเพิ่มทางเลือกในการลงทุนของ Short Term Fixed Income Fund เหล่านี้ ทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นมาได้อีก 0.30%-1.0% ทีเดียว เมื่อเทียบกับ MMF

ลองคิดดูนะ สมมติ ผมเปิดพอร์ตเทรดหุ้น 1 ล้าน ขายหุ้นได้กำไร เอาเงินมาไว้ใน saving เทียบกับ Short Term Fixed Income Fund ซัก 15 วัน จะต่างกันยังไง?

Saving ได้ดอก 0.50% 15วัน คิดเป็นเงิน 205 บาท กลับกัน ถ้าผมไปลงทุนใน Short Term Fixed Income Fund ได้ผลตอบแทน 1.7% 15วัน ก็เท่ากับ 698 บาท ต่างกัน 493 บาท แค่ 15 วันเท่านั้นนะครับ และอย่าลืมว่า Short Term Fixed Income Fund ตอนขายออกมา ผมได้เงินต้นพร้อมผลตอบแทนเลย แต่ฝากออมทรัพย์ กว่าจะได้ดอกเบี้ย ก็โน้นครับ กลางปี หรือ ปลายปี ตอนที่ธนาคารคำนวนดอกเบี้ยให้ นี่เป็นเหตุผลครับ เงินฝาก ไม่เคยให้อะไร นอกจากความสบายใจ … ถ้าเราเข้าใจการลงทุน เริ่มที่เสี่ยงต่ำๆไว้ก่อน ก็ยังได้มากกว่าเงินฝากอยู่ดี

แล้วจะเลือก Short Term Fixed Income Fund แบบไหน?

NTER SPACE by FINNOMENA เรามีการค้นหาและวิเคราะห์ กองทุน Short Term Fixed Income Fund หรือ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ทั้งตลาดอย่างต่อเนื่อง และจัดอันดับกองทุนที่แนะนำ 5 กองทุนแรก

sfif

เป้าหมายก็เพื่อบอกว่า ถ้าคุณมีเงิน ณ ตอนนี้ ไม่รู้จะวิ่งไปลงทุนที่ไหน ควรพักเงินที่ใดถึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และอัพเดทอย่างต่อเนื่องเมื่ออันดับมีการเปลี่ยนแปลง และแจ้งตรงไปยัง Notification ที่มือถือของนักลงทุนเลย

แต่ผมมีข้อสังเกตนะครับ จะเห็นว่า ทั้งเงินฝาก หรือ กองทุน MMF หรือ Short Term Fixed Income Fund ที่กล่าวถึงในบทความนี้ ก็ยังผลตอบแทนต่ำอยู่ดี (ไม่เกิน 2.0%ต่อปี) เพราะฉะนั้น เราจึงควรใช้มันเป็นที่พักเงินระยะสั้นเท่านั้น ถ้าอยากสร้างผลตอบแทนระยะยาว นักลงทุนควรลงทุนด้วยการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ


พิเศษ
สนใจลงทุนใน Money Market Fund (MMF) ผ่าน NTER SPACE คลิ๊ก

banner-nter-lead

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ