โรดรีโก โรอา ดูเตอร์เต Rodrigo-Roa-Duterte
nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ
เดือน พ.ค. ปีนี้ ประเทศฟิลิปปินส์ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อ โรดรีโก โรอา ดูเตอร์เต หรือ Rodrigo Roa Duterte (เรียกกันสั้นๆว่า ดูเตอร์เต)
จากข้อมูลใน wikipedia ก่อนจะมาเป็นเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ ดูแตร์เต เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาถึงกว่า 22 ปี ในขณะที่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวานั้น เขาใช้นโยบายขั้นรุนแรงในการปราบปรามอาชญากรจนเมืองดาเวากลายเป็นเมืองที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำที่สุดในฟิลิปปินส์ และตัวเขาได้รับฉายาว่า “ผู้ลงทัณฑ์” แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่านโยบายของเขาทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าพันคน
ถ้าถามว่า นโยบายของเขาได้ผลหรือไม่ คำตอบ ที่เป็นรูปธรรมก็คงอยู่ที่รางวัลเกียรติยศมากมายทั้งระดับในประเทศและระดับโลก
โดยจากผลการสำรวจของ Numbeo.com เมื่อปลายเดือนเมษายนปี 2015 เมืองดาเวา รั้งอันดับ 9 เมืองที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก และล่าสุดก็ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 เรียบร้อย

เพราะบริหารเมืองได้ดี จึงได้รับความไว้วางใจ?

duterte
Rodrigo Duterte (Photo by Edwin Tuyay)

ไม่ใช่แค่ผลงานตลอด 22 ปีที่ผ่านมากับเมืองดาเวาเพียงอย่างเดียว แต่ลีลา และนโยบายการหาเสียงของเขาก็สร้างความแตกต่างให้กับการเมือง (ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่เป็นระดับโลกเลย) ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงหาเสียง เขาบอกว่า “ประธานาธิบดีต้องไม่มีการโกหกหลอกลวงหรือบิดเบือนความจริง สำหรับผมแล้ว… ประชาชนต้องรู้ความจริง” มากกว่านั้น ลีลาการหาเสียงของเขา เต็มไปด้วย คำสาบาน คำหยาบ และมีการให้คำมั่นสัญญา ซึ่งได้ใจประชาชนชาวฟิลิปปินส์จำนวนไม่น้อย

ก่อนการเลือกตั้งนี่ คำสัมภาษณ์ของเขากับสื่อนี่ แสดงถึงนิสัยชัดเจนว่าเลย คือ เขาไปแซวมิชชันนารีหญิง ที่เป็นชาวออสเตรเลียที่ถูกข่มขืนและฆาตรกรรมตอนที่เกิดเหตุจลาจลในคุกปี 1989 ว่า เธอสวย และเคยคิดว่า ตัวเองอยากจะเป็นคนแรกที่ได้ข่มขืน!! คำสัมภาษณ์นี้ละครับ ที่เป็นเหตุให้กลุ่มโบสถ์คาทอลิก และกลุ่มสิทธิสตรีออกมาประท้วงกัน แต่เปล่าเลย คะแนนกลับพุ่งขึ้น จนทำให้เขาหลุดความจริงอีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ เขายอมรับว่ามีภรรยาน้อยของตัวเองไม่ต่ำกว่า 2 คน (- -“)

ความเป็นนักเลงและคนจริง อยู่ในตัวผู้ชายคนนี้มากมาย เรืองดีๆก็มีนะครับ ยกตัวอย่างอีกเรื่องให้เห็นภาพชัดขึ้นก็คือ ดูเตอร์เต้ปฏิเสธไม่ยอมรับรางวัลเกียรติยศมากมายที่นานาชาติเสนอให้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา มีสื่อเคยถามเขาว่า ทำไมไม่รับ คำตอบก็คือ “ผมแค่ทำตามหน้าที่ตามที่ตัวเองสมควรทำเพื่อประชาชน” #หง่อวววววววว

ประเด็นที่น่ากังวลเกิดขึ้น

duterte-xi-jinping-vladimir-putin-091316

หลังได้รับชัยชนะ สิ่งที่ทุกฝ่ายมีความกังวล นอกจากท่าทีและความเป็นนักเลงของเขาก็คือ ด้านนโยบายต่างประเทศ โดยเมื่อเดือน ต.ค. ดูเตอร์เตประกาศตัดความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ และหันไปเข้าร่วมมือกับประเทศจีนแทน แถมล่าสุด เขาได้ออกคำสั่งยกเลิกการซื้อปืนไรเฟิลตำรวจจากสหรัฐอเมริกา หลังจากเมื่อเดือน ต.ค. ทางสหรัฐฯ ระบุว่า จะมีการระงับการขายปืนให้ฟิลิปปินส์ เพราะกังวลเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะนโยบายการปราบปรามยาเสพติดแบบ Hardcore ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 3,600 คน ทั้งๆที่เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และดูแนวโน้มแล้ว ดูเตอร์เต อาจหันไปพัฒนาความสัมพันธ์กับอริสำคัญของสหรัฐฯที่ชื่อว่ารัสเซีย

นโยบายกลับทิศ ความไม่แน่นอนก็สูงขึ้น

อ้างอิงจากมุมมองของ อาจารย์ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการ Institute of Security and International Studies ท่านได้มีความเห็นว่า ฟิลิปปินส์และไทยเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯมายาวนานตามสนธิสัญญาที่ทำกันไว้ แต่เวลานี้ทั้ง 2 ประเทศมีความระหองระแหงกับอเมริกา ซึ่งอาจจะเป็นจุดพลิกอย่างสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนในภูมิภาคก็ได้

เหตุการณ์ที่พัฒนาขึ้นเหล่านี้ อาจจะทำให้ทางสหรัฐฯพิจารณาปรับนโยบายในระดับภูมิภาคใหม่ ในขณะที่จีนจะเข้ามาเพิ่มอิทธิพลในประเทศแถบนี้เพิ่มขึ้น ทั้ง กัมพูชา ลาว เมียนม่าร์ และ ไทย

โดยอาจารย์ฐิตินันท์ สรุปว่า ทั้งหมดนี้ไม่เป็นผลดีต่ออาเซียน เพราะอาเซียนต้องการสมดุลระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง โดยไม่ต้องการเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป

ทางด้านอาจารย์ Nicolas Thomas จาก City University of Hong Kong กล่าวว่า คำแถลงตัดความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจกับสหรัฐฯของฟิลิปปินส์ในครั้งนี้เป็นชัยชนะของจีน และเปิดโอกาสให้จีนผนึกกำลังในเอเชียให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น … โดยแนะนำให้ดูต่อไปว่า ทิศทางขาขึ้นของอำนาจจีนจะมีแรงส่งต่อมากน้อยเพียงใด

แล้วคนลงทุน มองเรื่องนี้ยังไง?

  1. ธุรกิจข้ามชาติจากสหรัฐฯที่อยู่ในฟิลิปปินส์ก็มีไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ ก็เป็นการลงทุนจากเกาหลีใต้และอังกฤษ ซึ่งก็ถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ มองแค่มุมนี้ สมมติว่า คุณเป็นนักลงทุนต่างชาติ และเจอท่าทีของผู้นำประเทศแบบนี้ คุณจะยังอยู่ในประเทศเขาอย่างสบายใจไหม?
  2. ความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายเกิดขึ้นทันที ซึ่งอาจมีการพัฒนาขึ้นเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาคก็ได้ หากสหรัฐฯเองก็มีท่าทีที่แข็งกร้าวโต้ตอบกลับมา

TIP

รูปที่ 3 : ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP (Thailand, Indonesia และ Philippines)
ที่มา : BISNEWS

จากกราฟด้านบน จะเห็นว่า ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP ซึ่งประกอบไปด้วย Thailand, Indonesia และ Philippines นั้น ในภาพระยะยาว มีความสัมพันธ์กันค่อนข้างสูง เพราะนักลงทุนต่างชาติเทียบเรา 3 ประเทศเป็น 1 ตลาด เนื่องจากขนาด Market Cap. ที่ไม่ใหญ่ รองรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้ไม่มาก แต่หากมองรวมกันก็ทำให้สามารถกระจายการลงทุนได้มากขึ้น

ตลาดหุ้นทั้ง 3 ตลาด ทำจุดสูงสุดของปีนี้ในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. และมีการปรับฐานตามมาหลังจากนั้น กลางเดือน ต.ค. ตลาดหุ้นไทยปรับฐานหนัก อีก 2 ตลาด ก็ปรับฐานตามเราด้วยแต่ไม่มากเท่า แต่หากดูจนถึงตอนนี้ จะเห็นว่า ดัชนี PSE Composite ของฟิลิปปินส์นั้นเคลื่อนไหว Underperform อีก 2 ตลาดพอสมควร ซึ่งก็เป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ของเขากับสหรัฐฯเปราะบาง จนใกล้จะถึงจุดวิกฤตอย่างที่ไม่เคยมีมากก่อน

ในมุมมองของเศรษฐกิจจริง GDP Growth นั้น ฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดในเอเชีย โดยคาดว่า จะโต 6% ปีนี้ และ 6.2% ปีหน้า และมุมมองของ Goldman Sachs ก็มองว่า ประเทศในเอเชียเนี่ย ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ถือเป็นประเทศที่น่า Overweight มากที่สุด 1 ใน 3 เลย (อีก 2 ตลาดคือ ไต้หวัน และ อินเดีย) ในขณะที่ให้เป้าหมาย SET Index ของไทยอยู่ที่ 1,480 จุด ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า GS มอง การลงทุนหุ้นไทยตอนนี้ไม่มี Upside จาก Capital Gain

เหตุการณ์นี้ บอกอะไรเราในอนาคต?

นี่แค่ประเทศขนาดกลางๆ ไม่ได้ใหญ่มาก ก็จะเห็นว่า สามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อพลวัตรของเศรษฐกิจโลกได้ในระดับที่ทุกฝ่ายต้องเตรียมแผนการรับมือ และคืนวันนี้ ที่สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานาธิปดี ซึ่งหนึ่งในผู้สมัครจาก Republican อย่างโดนัล ทรัมป์ นั้น ดูๆไป ก็มีอุปนิสัย และความดุดันในระดับใกล้เคียงกับดูเตอร์เต้พอสมควร บวกกับนโยบายที่น่าจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจโลกหลายข้อ เลยทำให้นักวิเคราะห์ทั้งหลายกังวลกันเหลือเกินว่า ฟิลิปปินส์โมเดล จะเกิดกับตลาดหุ้นโลกหรือเปล่า ถ้าสหรัฐฯได้ผู้นำคนใหม่ที่ชื่อ “ทรัมป์”

กลับมามองย้อนดูตัวเราเอง หากเราเลือกที่จะออกจากดุลยภาพเดิม เข้าคบหามหาอำนาจในอีกขั้วหนึ่งจริงๆ ก็ต้องคิดให้หนัก คิดให้รอบคอบเลย

สำหรับนักลงทุนที่จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Global Asset Allocation ก็น่าจะเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์การเมืองโลกจากกรณีนี้ไม่มากก็น้อยว่า มันมีผลกระทบต่อมุมมองของเราในการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สุดท้าย ณ ตอนนี้ Bloomberg Poll บอกว่า ฮิลลารี คลินตัน คะแนนนำทรัมป์ อยู่ 44% ต่อ 41% ถ้าไม่พลิกโผละก็ อุณหภูมิการเมืองของโลก ก็ยังน่าจะอยู่ในระดับที่เราพอทนได้ พอรับมือไหว แต่ถ้าผลเลือกตั้งกลับข้างเมื่อไหร่ ก็ดูตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่างได้เลยครับ ว่า มันอาจจะเกิดขึ้นกับโลกก็ได้ … ใครจะไปรู้

แหล่งที่มาข้อมูล :-
https://th.wikipedia.org
http://www.voathai.com/a/philippines-asean-nm/3566520.html
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9590000107299
http://www.posttoday.com/world/news/461054
http://www.philstar.com/business/2016/05/04/1579478/imf-outlook-2016-philippine-growth-seen-fastest-asean

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ