Smell-Crisis

ตอนนี้สำนักข่าว ทั้งกระแสหลัก กระแสรอง เริ่มกลับมาฉาย Spotlight ไปที่เหล่าธนาคารในยุโรปอีกครั้ง สาเหตุนั้นเป็นเพราะอะไร ผมจะเล่าในบทความนี้ตามลำดับนะครับ

เมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ตลาด Credit ในยุโรปค่อนข้างผันผวนเป็นอย่างมาก ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารมีแรงเทขายออกมาอย่างรุนแรง

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ในดัชนี STOXX Europe 600 ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดเมื่อกลางปีที่แล้วกว่า 39% ซึ่งหลักๆ ก็มาจากธนาคารในกรีซ และอิตาลี ที่รัฐบาลมีปัญหาคาราคาซังมาซักระยะ และยังหาทางแก้ไขในระยะยาวไม่ได้

MW-EE930_Europe_20160205095103_NS

รูป ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในยุโรปนับตั้งแต่ต้นปี 2015
ที่มา : www.marketwatch.com

ล่าสุด ราคาหุ้นของ Deutsche Bank ร่วงไปกว่า -9.5% เมื่อคืน จากความกังวลว่า ธนาคารอาจจะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยสำหรับพวกหุ้นกู้เสี่ยงสูงๆที่ธนาคารเป็นผู้ออกหรืออยู่ในฐานะผู้ค้ำประกัน หลังผลประกอบการออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์พอสมควร ทำให้ CDS หรือ Credit Default Swap ซึ่งเป็นประกันรูปแบบหนึ่งเพื่อป้องกันการผิดชำระหนี้ของผู้ยืม ซึ่งในที่นี้บ่งบอกถึงความเสี่ยงที่ Deutsche Bank อาจจะเบี้ยวหนี้ เริ่มสูงขึ้นอย่างในกราฟด้านล่าง

151

รูป CDS 5 Year ของธนาคาร Deutsche นับตั้งแต่ต้นปี 2015
ที่มา : www.bloomberg.com

ถ้ายังจำกันได้ ปี 2014  Deutsche Bank ถูกบังคับให้เพิ่มทุนไป EUR 9.5 Billion เนื่องจากงบการเงินมีปัญหาหลังไปปล่อยกู้ และมีตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับกลุ่ม PIIGS โดยเฉพาะกรีซ ในปริมาณที่สูงพอสมควร

แถมไตรมาส 1 ปี 2015 ธนาคารก็ไม่ผ่าน Stress Test ส่อว่าจะต้องเพิ่มทุนอีกรอบ ก่อนที่จะมาโดย กลต.สั่งปรับ กรณีปั่นตลาดดอกเบี้ย LIBOR จนเมื่อกรีซมีปัญหา หาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย IMF ไม่ทันเมื่อกลางปี 2015

sc

รูป  ราคาหุ้น Deutsche Bank ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2006
ที่มา : www.stockcharts.com

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

ทำไมต้อง Deutsche Bank?

จริงๆแล้วธนาคารอื่นๆในยุโรปก็มีปัญหา แต่ที่ตลาดมาให้ความสนใจกับ Deutsche Bank มากเป็นพิเศษ ก็เพราธนาคารมีภาระกับพวกตราสารอนุพันธ์มากกว่า EUR54.7 Trillion ซึ่งเป็นจำนวนที่ใหญ่กว่า GDP ของ Eurozone รวมกันทุกประเทศ เกือบๆ 5.7 เท่าทีเดียว และผลประกอบการของ Deutsche Bank ปี 2015 ก็ขาดทุนไปถึง EUR 6.7 Billion คนก็ยิ่งกลัวว่า Deutsche Bank มีโอกาสเพิ่มทุนอีกรอบไหมน้อ? ล่าสุด หุ้นเทรดที่ P/BV แค่ 0.27 เท่า เท่านั้นเอง … มันแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนกลัวว่าจะมีอะไรเน่าๆอยู่ใน Balance Sheet ของ DB

แล้ว Deutsche Bank จะกลายเป็นเหมือน Lehman เมื่อปี 2007 ไหม?

Deutsche Bank เป็นธนาคารใหญ่ที่สุดในเยอรมัน เพราะฉะนั้น เข้าข่าย Too Big Too Fail ครับ สุดท้ายรัฐฯก็คงพยายามหาทางเข้าช่วยเหลืออยู่ดี และตอนนี้ระบบกลไกตลาดทุน กำลังทำงานเพื่อกดดันให้ทุกๆคนเห็นว่า “ปัญหามันอยู่ตรงนี้นะ มาช่วยกันดูหน่อยเร็วๆ”

ย้อนกลับไปปี 2008 ตอนวิกฤต Subprime ธนาคารที่มีปัญหาและมี Exposure ใน CDOs ที่ผูกกับ Subprime Loan เยอะๆในยุโรปก็คือ Lloyds Banks และ RBS ซึ่งแน่นอนว่า ถูกอุ้มไว้โดยรัฐบาล ขณะที่เหล่ารัฐบาลในกลุ่ม PIIGS ก็ได้รับ Bailout Package จากธนาคารกลางยุโรป (ECB)

มาตรการกระตุ้นออกมา ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น

การเทขายรุนแรงครั้งนี้ เป็นที่น่าสนใจเพราะเกิดขึ้นหลังจากที่ ECB ประกาศว่า จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเดือน มี.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งว่า จะเพิ่มวงเงิน QE หรือ กดอัตราดอกเบี้ยให้ลงไปติดลบเหมือนที่ BOJ เพิ่งทำไป ก็เป็นได้

ที่ยังต้องดูกันต่อไปจากนี้ก็คือ ใจหนึ่ง ทางธนาคารกลาง (ECB) เอง ก็อยากให้เหล่าธนาคารกันเงินสำรองเผื่อกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้เยอะหน่อย แต่อีกใจหนึ่งก็อยากกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มด้วย … ปัญหาคือ มันทำพร้อมกันทั้ง 2 อย่างไม่ได้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Deutsche Bank ตอนนี้ มันก็แสดงให้เห็นว่า งบดุล (Balance Sheets) ของธนาคารทั้งหลายในยุโรป มันยังไม่สะอาดพอ ถ้า ECB ใช้มาตรการกดอัตราดอกเบี้ยเป็นติดลบ มันยิ่งทำให้ธนาคารไม่อยากถือเงินสด และพยายามเอาไปปล่อยกู้ หรือลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงทั้งๆที่ตัวเองก็ยังมีปัญหาหรือเปล่า? อันนี้ละครับ ที่ตลาดกังวลว่า มันจะลุกลามจนภาพตอนวิกฤตครั้งก่อนหน้า มันโผล่ขึ้นมาอีกรอบ

Raoul Pal ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง independent research publication ใช้ชื่อว่า Global Macro Investor ได้ให้สัมภาษณ์กับ Express.co.uk ว่า “banking issues could be an even bigger worry than China’s growth slowdown and cheap oil.” หรือ แปลเป็นไทยคือ สิ่งที่กลุ่มธนาคารในยุโรป ณ ตอนนี้ ปัญหามันใหญ่กว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน หรือการที่ราคาน้ำมันตกต่ำซะอีก”

ส่วนตัวแล้ว ผมยังจำคำพูดของ Mario Draghi ประธาน ECB ที่บอกว่า “Whatever it Takes to Save the Euro” … Crisis ยังไม่น่าจะเกิดและลุกลามเป็นวงกว้างนะครับ แต่กลายเป็นว่า มันมีประเด็นให้ต้องติดตามเยอะขึ้นอีกเนี่ยสิ นักลงทุนเหนื่อยเกิ๊นนนนนน

แหล่งข้อมูลของบทความนี้ :-
http://www.express.co.uk/finance/city/641080/European-banks-heading-for-collapse-warns-expert
http://www.marketwatch.com/story/why-a-selloff-in-european-banks-is-ominous-2016-02-07
http://www.wsj.com/articles/deutsche-bank-shares-drop-again-as-european-banks-get-pummeled-1454962727
http://www.zerohedge.com/news/2016-02-07/deutsche-bank-signaling-new-banking-crisis
http://www.bloomberg.com/news/articles/2016-02-08/how-europe-s-banks-got-hit-by-a-perfect-storm-in-five-charts

 

คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
• ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ