top-down-space-FundFlow

บทความครั้งก่อน ผมพาทุกท่านย้อนไปตรวจสอบพื้นฐานเศรษฐกิจไทยกันแล้วนะครับ ย้ำกันอีกครั้งว่า การวิเคราะห์การลงทุนแบบ “Top-down Investing” ด้วยเครื่องมือ FFT หรือ Fundamental, Fund Flow และ Technical นั้น ทั้ง 3 องค์ประกอบถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพียงแค่ 2 ใน 3 ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทางบวก หรือทางลบ ก็สามารถขับเคลื่อนทิศทางตลาดไปในทางนั้นๆได้ๆ

บทความนี้ ผมพามาตรวจสอบทิศทาง Fund Flow หรือ เงินลงทุนต่างชาติ กันว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

638484_1_1470121523 (1)

ภาพ : ดัชนีตลาดหุ้นไทย กับ การซื้อขายสุทธิของนักลงทุนชาติ ย้อนหลัง 5 ปี

เริ่มจาก กราฟในระยะยาว ระหว่าง ดัชนีตลาดหุ้นไทย และการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนชาติ ย้อนหลังไกลๆซัก 5 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า ในช่วงเวลาใดที่ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยติดต่อกัน สามารถขับเคลื่อนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามอย่างมีนัยสำคัญ และแน่นอนว่า เมื่อไหร่ที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มปรับพอร์ตลดความเสี่ยง และมีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย ก็มีการปรับฐานตามมา มากบ้างน้อยบ้าง ก็ตามแต่เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ณ เวลานั้นๆนะครับจากกราฟด้านล่าง จะเห็นว่า ต่างชาติเริ่มทยอยขายหุ้นไทยในช่วงปลายปี 2013 ซึ่งตอนนั้น สหรัฐฯประกาศยุติการอัดฉีด QE ทำให้นักลงทุนกังวลกันว่า เฟดอาจจะประกาศขึ้นดอกเบี้ย และทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้าสหรัฐฯ จึงมีแรงเทขายนักลงทุนต่างชาติในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยอย่างที่เห็นครับ

คราวนี้ เวลาต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย ก็ต้องไปดูกันต่อครับว่า ขายแล้วเอาเงินออกนอกประเทศหรือไม่?

ถ้ามีการขายเอาเงินกลับประเทศ เราก็จะพบว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลหลักๆ ซึ่งสกุลหลักๆในที่นี่ ผมมักจะดูค่าเงินบาทเปรียบเทียบกับ 3 สกุล ก็คือ ดอลล่าร์สหรัฐ (USD), ยูโร(EUR) และ เยน (JPY) เราลองมาดูความสัมพันธ์ของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ กับตลาดหุ้นไทยกันครับ

เมื่อดู ดัชนีตลาดหุ้น เปรียบเทียบกับยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ และทิศทางค่าเงินบาทเทียบสกุลหลักๆ 3 สกุล เราก็พอจะเห็นภาพคร่าวๆว่าระยะยาว เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความสัมพันธ์กันค่อนข้างสูงทีเดียวนะครับ

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ค่าเงินบาท แข็งค่าจาก 36 THB/USD มาต่ำกว่า 35 THB/USD ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการแข็งค่ามากกว่า 4% บวกกับมีการซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ เข้ามาซื้อหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีแล้ว 80,880.14 ล้านบาท ดัชนีหุ้นไทย วิ่งขึ้นมาเกินกว่า 5%

สรุปจาก Fundamental และ Fund Flow ในภาพใหญ่ๆ จะพบว่า มันสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยมีความหวังไปต่อได้ในระยะสั้นและระยะกลางนะครับ บทความตอนหน้า เรามาลองวิเคราะห์อีกด้าน นั้นก็คือ Technical ว่า ยืนยันว่าตลาดหุ้นไทย จะไปต่อได้จริงๆ และไปได้ถึงเท่าไหร่ในรอบนี้ครับ

ที่มาบทความ : http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/638484

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ