02_INVESTOR_OASIS_Template081

คำถามนี้ ดูจะคาใจสำหรับใครหลายๆคนที่เพิ่งเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นนะครับ

เพราะตำรา Value Investing ก็สอนเราว่า ให้ดูมูลค่าของกิจการ ขายเมื่อแพงเกินมูลค่า และซื้อเมื่อถูกกว่าปัจจัยพื้นฐาน

คำถามคือ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ราคาเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก แต่ราคาหุ้นกลับไม่ตก และราคาต่ำเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานสุดๆ แต่หุ้นก็ดันหลุดทุกแนวรับ

นั้นเป็นเพราะ หุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยกำไร/ขาดทุนของกิจการเพียงอย่างเดียว แต่มันเคลื่อนไหวตามความคาดหวังของนักลงทุน ซึ่งต่างคนก็ต่างมองในมุมที่ไม่เหมือนกันครับ

ผมพาไปดูโครงสร้างหุ้นไทยซักเล็กน้อยนะครับ

นักลงทุนต่างชาติ – คิดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดกว่า 50-60% ของ Free Float ทั้งหมด แต่ ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันนั้นคิดไม่ถึง 25% เพราะส่วนใหญ่ เข้ามาลงทุนแบบระยะยาว เน้นรอบใหญ่

นักลงทุนสถาบัน – คิดเป็นสัดส่วนราวๆ 20% ของ Free Float ปริมาณการซื้อขายไม่ถึง 10% เพราะหลักๆ เป็นกองทุนพวก Long Only เน้นถือลงทุนในระยะยาว (ยาวกว่าพวกต่างชาติเสียอีก)

บัญชีโบรกเกอร์ – คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 4% ของ Free Float เน้นแสวงหากำไรระยะสั้น เข้าเร็วออกเร็ว ปริมาณการซื้อขายใกล้เคียงกับนักลงทุนสถาบันเลย

นักลงทุนรายย่อย – คิดเป็นสัดส่วน 16% ของ Free Float แต่เป็นผู้เสริมสภาพคล่องให้ตลาดมากที่สุด เพราะปริมาณการซื้อขายต่อวัน มาจากนักลงทุนประเภทนี้ เกิน 50% นั้นแปลว่า นักลงทุนรายย่อย (ส่วนใหญ่) มีมุมมองการลงทุนในระยะที่สั้นมากๆ

ในยามที่ภาวะตลาดมันเป็นปกติ ราคาก็จะเคลื่อนไหวโดยไม่ให้น้ำหนักปัจจัยภายนอกประเทศมากนักหรอกครับ และยิ่งนักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยด้วยแล้ว ก็ถือว่ามีผลไม่เยอะ แต่ในยามที่เกิดภาวะผิดปรกติเช่นปัจจุบัน มันทำให้นักลงทุนต่างชาติ เริ่มขยับพอร์ตการลงทุน และปรับสัดส่วนหุ้น ซึ่งฝรั่งเนี่ย เงินใหญ่ และคิดคล้ายๆกัน ถึงแม้จะเป็นกลุ่มที่ไม่มีสัดส่วนในตลาดหุ้นเยอะ แต่การกระทำในทิศทางเดียวกัน มันส่งผลต่อราคาหุ้นในระยะสั้นพอสมควร

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

รูปด้านล่าง คุณจะเห็นว่า ตั้งแต่ต้นปี กลุ่มที่ขายหนักขายเยอะ คือนักลงทุนต่างชาติ และถ้าพล๊อตกราฟหุ้นไทย กับการถือครองของต่างชาติ คุณจะพบความสัมพันธ์ท่น่าสนใจนั้นก็คือ เมื่อไหร่ต่างชาติขายติดต่อกัน หุ้นไทยมักจะลง และหุ้นไทยมักจะขึ้นได้แข็งแรงถ้ามีเงินทุนจากนักลงทุนกลุ่มนี้

Sell

กรณีตัวอย่าง : จีนทำอะไรกับเศรษฐกิจ แล้วทำไมถึงจะมากระทบกับตลาดหุ้นไทย

ความสัมพันธ์ก็คือ

  1. เศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย เป็นอันดับสองของโลก ดังนั้น จีนจะโต หรือจะชะลอ มีผลต่อคู่ค้าทั่วโลกอยู่แล้ว
  2. จีน เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยรองจาก CLMV แต่ถ้าดูสัดส่วนการส่งออกของไทยไปใน ASEAN รวมเข้าไปด้วย ซึ่งอยู่ที่ 24% โดยที่ประเทศเหล่านี้ ก็ส่งออกไปที่จีนอยู่ดี ก็จะพบว่า จีนคือตลาดหลักที่สำคัญของเรานะครับ ดังนั้น จีนจะเป็นอะไร เราได้รับผลกระทบแน่นอน
  3. ในแง่ของตลาดหุ้น – กองทุนขนาดใหญ่ของโลกที่ขนเงินมาลงทุนในเอเชีย เวลาเงินเขามา มาแบบมหาศาล ดังนั้น การลงทุน กลยุทธ์หลักคือเรื่อง “บริหารความเสี่ยง” ไม่ใช่การเสี่ยงอย่างไม่ลืมหูลืมตา ดังนั้น เขาจึงมีการวาง Allocation แต่ละประเทศ จัดสัดส่วนอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างสมดุลและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน เมื่อเศรษฐกิจจีนแย่ เขาก็วิเคราะห์ครับ ว่าจะกระทบใครบ้าง แล้วเขาก็สั่งลดพอร์ตตามสัดส่วนที่เขาคิดว่าควรลด ดังนั้น ไทยจึงโดนด้วย จากเหตุผล 2 ข้อข้างต้น

วันนี้ ประเทศไทย เป็นเศรษฐกิจแบบเปิดครับ

การรู้ข้อมูลในต่างประเทศ ไม่ใช่แค่เปิดโอกาสให้เราไปลงทุนในตลาดอื่น
แต่มันเพราะ เศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงกับโลกไปเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเรารู้โลก เราก็รับมือได้ดีขึ้น

Mr.Messenger

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน