หุ้นเติบโต

สำหรับนักลงทุนหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Investor นั้นอันดับแรกจะเข้าไปขุดหุ้น หาหุ้นที่มีแววว่าจะเติบโต แต่ตลาดยังไม่รับรู้ เนื่องจากภาพที่มองออกมาโดยคนส่วนมากจะดูเทาๆ ไม่แน่ใจว่ามันดีหรือไม่ดี แต่เหล่านักลงทุนหุ้นโตเร็วจะมีสัญญาณบางอย่างเข้าไปจับดูว่าหุ้นตัวที่เขาสนใจมีแนวโน้มเติบโตหรือไม่ สัญญาณเหล่านั้นมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. รายได้เติบโตเร็วเมื่อเทียบกับขนาดกิจการ

สัญญาณแรกๆ ของการมองหาหุ้นเติบโตก็คือ รายได้เติบโตเร็วเมื่อเทียบกับขนาดของกิจการ โดยรายได้ หรือ Revenue สำหรับหุ้นโตเร็วนั้นจะโตเร็ว และหากยังไม่ค่อยมีคนเห็นหรือสนใจหุ้นตัวนี้ขนาดของกิจการจะไม่ค่อยไปไหน เมื่อเรานำเอา Revenue มาหารด้วยขนาดของกิจการ (Mcap) ถ้าตัวเลขสูงกว่า 3 เท่า ในมุมมองของนักลงทุนหุ้นโตเร็วถือว่าน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น หุ้น A มี Mcap 1000 ล้านบาท มีรายได้ 3000 ล้านบาท เมื่อนำมาหาอัตราส่วนได้ดังนี้

อัตราส่วนระหว่างรายได้ / ขนาดกิจการ = 3000 / 1000 = 3 เท่า

หากคำนวณได้ดังนี้ถือว่าเข้าข่ายน่าสนใจ ติดตามต่อได้เลย

2. ต้นทุนขายโตช้ากว่ารายได้แต่ยังไม่คุ้มทุน

สัญญาณที่สองของนักลงทุนหุ้นโตเร็วก็คือ ต้นทุนขายโตช้ากว่ารายได้แต่ยังไม่คุ้มทุน เมื่อรายได้เริ่มเติบโต แต่ยังโตช้ากว่า หรือพอๆ กับต้นทุนขาย กำไรจะยังไม่โผล่ หรือไม่โตเร็ว ทำให้ดูแล้วกิจการยังไม่คุ้มทุน หุ้นก็จะยังไม่เป็นที่สนใจในวงกว้าง แต่ถ้าเราเห็นก่อนและสามารถคำนวณจุดคุ้มทุน หรือ Break Even Point ได้ เราก็จะเห็นก่อนคนอื่น นักลงทุนหุ้นโตเร็วจะทำงานหนัก ไล่หาหุ้นที่มีแววเติบโต และเจาะเข้าไปถึงงบการเงินเพื่อติดตามจุดคุ้มทุน และซื้อก่อนคนอื่น

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

3. อัตราการทำกำไรสุทธิ หรือ Net Profit Margin เติบโต

เมื่อรายได้โตเร็วจนถึงระดับที่ต้นทุนขายเริ่มโตไม่ทัน หรือโตช้ากว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่อัตราการทำกำไรสุทธิ หรือ Net Profit Margin เติบโต เมื่อ NPM เติบโต เมื่อนั้นราคาหุ้นจะขยับขึ้น และบางครั้งก็ขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว มีวอลุ่มซื้อขายเข้ามาจากปกติวันละไม่ถึง 1-2% อาจเข้ามามากถึง 5% ขึ้นไปในกรณีหุ้นขนาดเล็ก ราคาจะโตเร็วมาก

4. อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE เติบโต

เมื่อรายได้เติบโต ในขณะที่ต้นทุนขายโตช้ากว่ามาก หมายถึง กิจการดำเนินการมาถึงจุดคุ้มทุน ส่งผลให้ NPM หรือ Net Profit Margin เติบโต เมื่อ NPM เติบโต เมื่อนั้นราคาหุ้นจะขยับขึ้น และสิ่งที่จะยืนยันสถานการณ์เติบโตของหุ้นก็คือ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE เติบโต ตามไปด้วย ถ้าเราเข้าไปดูข้อมูลย้อนหลังจากเว็บไซค์ตลาดหุ้นไทย เราจะพบว่าหุ้นเติบโตหลายตัวล้วนมี ROE ที่เติบโตตามไปด้วย ตราบใดที่ ROE ยังสามารถเติบโตนั่นหมายความว่าหุ้นตัวนี้ก็จะคงสถานะภาพเติบโตไปได้เช่นกัน แต่ข้อควรระวังของการดู ROE ก็คือ ค่านี้ต้องไม่สูงเนื่องจากการกู้ยืมเงินที่มากขึ้นนะครับ

5. กิจการมีโมเดลธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ

สิ่งที่ Confirm ประการสุดท้ายขอยกให้กับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ นั่นก็คือการที่กิจการมีโมเดลธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ สิ่งนี้จะเป็นข้อยืนยันสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เราต่างก็เห็นมานักต่อนักแล้วว่าหุ้นเติบโตจะสามารถก็อปปี้ความสำเร็จ หรือทำให้กิจการมีโมเดลธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นร้านสะดวกซื้อที่ตั้งใหม่ที่ไหนก็มีลูกค้า หุ้นห้างสรรพสินค้าที่ไปตั้งที่ไหนก็เหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดผู้คน เป็นต้น

สำหรับนักลงทุนหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Investor การมองหาหุ้นโตเร็วถือเป็น “งานหลัก” และต้องใช้ความมุ่งมั่นพยายาม ไม่ย่อท้อ มีความอดทนรอคอยความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ทำได้ดังนี้ความสำเร็จย่อมไม่ไกลเกินความตั้งใจของเราอย่างแน่นอนครับ

(นายแว่นธรรมดา)

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ