เก็บหุ้นสร้างพอร์ตสไตล์ VI “หุ้นที่เติบโตจากภายใน”

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผมใช้ในการลงทุน และต้องบอกว่ามัน “ไร้กาลเวลา” ในห้วงเวลาหนึ่งๆ ก็คือ การลงทุนในหุ้นที่เติบโตจากภายใน…

ที่บอกว่าไร้กาลเวลา หมายถึง เราสามารถลงทุนอยู่กับหุ้นได้แทบตลอดชีวิต หากการเติบโตจากภายในยังคงอยู่ และโตขึ้นทุกๆ ปี

การมองหาหุ้นที่เติบโตจากภายในนั้นเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นเกินความสามารถของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวแบบเน้นคุณค่า บวกเน้นหุ้นเติบโต หรือ หุ้นประเภท Value Stock ที่กลายร่างไปเป็น Growth Stock และอาจไปถึงขั้น Super Stock ในอนาคต

ในชั่วโมงนี้ยังมีหุ้นแบบที่ว่าอีกหรือ? และนักลงทุนหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Investor จะมองหาหุ้นแบบนี้ได้ที่ไหน หุ้นแบบนี้มีคุณสมบัติอย่างไรให้ต้องติดตามบ้าง มาดูกันเลยครับ …

คุณสมบัติแรก “ปัจจัยเชิงคุณภาพต้องผ่าน”

ก่อนจะเข้าไปเจาะลึกเชิงปริมาณ หรือ เชิงตัวเลข เราต้องพิจารณาปัจจัยเชิงคุณภาพเสียก่อน ปัจจัยคุณภาพดังกล่าวได้แก่ การพิจารณาสิ่งที่เรียกว่า “แรงทั้งห้า” หรือ Five Force Model ของกิจการ อันได้แก่

  1. การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ … ประเด็นนี้เราต้องคอยจับตาดูให้ดีๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่กำไรงามๆ จะเป็นเหมือนดอกไม้ที่มีน้ำหวานแสนฉ่ำ และล่อให้แมลง หรือคู่แข่งอยากทำแข่งด้วย
  2. การต่อรองของลูกค้า … อำนาจการต่อรองของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง จะมีอำนาจการต่อรองกับลูกค้าสูง คือ ลูกค้าไม่มีอำนาจที่จะทำให้ธุรกิจนั้นตกที่นั่งลำบากได้
  3. สินค้าทดแทน … ส่วนของสินค้าทดแทนเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดสินค้าใหม่ทดแทนสินค้าเก่า เราต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิดนะครับ
  4. ช่องทางการจัดจำหน่าย … ตามสูตรสำเร็จก็คือ ธุรกิจที่มีช่องทางจัดจำหน่ายมากๆ จะได้เปรียบ ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ จะมีพลังในด้านนี้สูงมาก แต่อนาคตก็ต้องดูว่าจะมีอะไรที่เป็นช่องทางใหม่ๆ มาเปลี่ยนแปลงช่องทางเก่าๆ  อีกหรือไม่ เช่น การค้าขายออนไลน์ เป็นต้น
  5. การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม … ตามสูตรเช่นกันครับ ธุรกิจใดยิ่งมีคู่แข่งน้อยๆ ยิ่งดี ธุรกิจที่มีคู่แข่งน้อย เช่น เหมืองแร่ที่มีแหล่งขุดที่จำกัด หรือธุรกิจสัมปทาน เช่น ท่าอากาศยานไทย หรือรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ

คุณสมบัติที่สอง “รายได้เติบโตทุกปี”

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

เมื่อเราวิเคราะห์เชิงคุณภาพผ่านแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อมาก็คือ “รายได้” อันเป็นแหล่งผลิตเงินสดของกิจการ … โดยทรงของกิจการที่มีการเติบโต รายได้ต้องโตทุกปี อย่างมีคุณภาพ และแนวโน้มของรายได้ต้องโตขึ้นเรื่อยๆ จะโตมากหรือโตน้อยก็ขอให้มีการเติบโต แต่ถ้ายิ่งโตเร็วมากก็ยิ่งดี เพียงแต่หากรายได้โตเร็ว เราอาจเข้าไปซื้อตอนมันเริ่มจะดีแล้ว ไม่ได้เก็บจากฐานต่ำ แต่หากมันเติบโตต่อได้ ก็ไม่ต้องแคร์อะไรครับ

คุณสมบัติที่สาม “กระแสเงินสดเติบโต”

หากรายได้เติบโต แต่กำไรยังไม่มา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นตัวนี้เป็นหุ้นเติบโต สิ่งที่เราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ก็คือ “กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน” หากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ ปี ให้เข้าไปจับตามองอย่างใกล้ชิด

ตามปกติแล้วเฟสการเติบโตของหุ้นจะเริ่มจาก การเติบโตด้วยหนี้ เมื่อผ่านเฟสนี้ไปได้ก็จะเริ่มเติบโตด้วยกระแสเงินสด หากกระแสเงินสดเริ่มเติบโตเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ รอวันที่กระแสเงินสดมันล้นออกมาเป็นกำไร เมื่อนั้นหุ้นจะขึ้นค่อนข้างเร็ว และบางครั้งหากมีแรงเก็งกำไรเข้ามาก็อาจขึ้นได้มากกว่าที่เราคิดก็ได้

คุณสมบัติข้อสุดท้าย “ดูคุณภาพของกำไร และการเติบโต”

หลายครั้งเราอาจถูกหลอกด้วยการเติบโตเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ วิธีการตรวจสอบคร่าวๆ ก็คือ เมื่อกิจการมีกำไรเราต้องพิจารณาให้ได้ว่ากำไรนั้นเป็นกำไรพิเศษที่มีความชั่วคราวหรือไม่ หากเป็นกำไรพิเศษให้หลีกเลี่ยง และเราต้องติดตามคุณภาพของกำไรว่ามันจะยั่งยืนหรือไม่อย่างไร

ที่สำคัญก็คือ … การเติบโตอย่างมีคุณภาพต้องมีปัจจัยเชิงคุณภาพในคุณสมบัติข้อแรกเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเราเลือกผิดแต่แรก ไม่ใช่หุ้นคุณภาพดีจริง เหมือนเรากลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก มันจะผิดไปหมดนะครับ

อย่างไรก็ตาม … เรื่องราวของการเติบโตจากภายในยังมีให้พิจารณาอีกมาก สิ่งที่ผมยกมานั้นเป็นเพียงบางส่วน ยังไงจะค่อยๆ ทยอยบอกเล่ากันให้ทราบกัน ติดตามกันให้ได้นะครับ

#นายแว่นลงทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ