กองทุนเวียดนามกองไหนดี?

ในที่สุดดัชนีหุ้นเวียดนามก็สามารถทำ New High รอบ 9 ปี ได้สำเร็จ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2018 ดัชนีปิดที่ 1174.46 จุด แต่ก่อนที่ดัชนีจะทำ New High ได้สำเร็จนั้น ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีการปรับตัวลงค่อนข้างแรงเล่นเอาหลายคนเริ่มหวันไหวกับการลงทุนในเวียดนามกันเลยทีเดียว

ที่มา : https://tradingeconomics.com/vietnam/stock-market

ก่อนจะเข้าไปดูว่ากองทุนหุ้นเวียดนามกองไหนดี เรามาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเวียดนามกันก่อนดีกว่า

เวียดนามยังอยู่ในกลุ่ม Frontier Market

การรจัดกลุ่มประเทศของ MSCI ประเทศเวียดนามยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ Frontier Market ซึ่งลักษณะของตลาดหุ้นกลุ่ม Frontier Market เป็นตลาดที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ สภาพคล่องในการซื้อขายยังไม่มาก มาตรฐานทางบัญชีและกฎระเบียบต่าง ๆ ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ดังนั้นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในตลาด Frontier Market จะต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า จะได้พบกับความผันผวนจากการลงทุนสูง และมีโอกาสขาดทุนในระยะสั้นได้ตลอดเวลาที่เราลงทุน

รายชื่อกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเวียดนาม

ในปัจจุบัน กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเวียดนามมีอยู่ทั้งหมด 4 กองทุน มาทำความรู้จักแต่ละกองทุนอย่างคร่าว ๆ กัน

  1. KT-CLMVT-A* เป็นกองทุนที่ตั้งใจว่าจะมีการลงทุนในหุ้นเวียดนามประมาณ 40%
  2. CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A** กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเวียดนามเป็นหลักกองทุนแรกในประเทศไทย โดยมีความตั้งใจ พยายามเลือกหุ้นเองเป็นสัดส่วนประมาณ 40-90% ของพอร์ตลงทุน
  3. ASP-VIET** กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเวียดนาม เน้นการกระจายความเสี่ยงโดยเลือกลงทุนในกองทุนต่างประเทศหลายแห่ง และมีการเลือกหุ้นเองบางส่วน
  4. ONE-VIETNAM-RA กองทุนที่มีการลงทุนในประเทศเวียดนามกองล่าสุด เน้นกระจายการลงทุนผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ และเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูงสุดในปัจจุบัน

หมายเหตุ :

*ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุน KT-CLMVT-A ได้ที่ https://brandinside.asia/investment-fund-clmv/

**ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุน CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A และ ASP-VIET ได้ที่ https://brandinside.asia/investment-in-vietnam-asp-viet/

เปรียบเทียบนโยบายการลงทุนแต่ละกองทุน

นโยบายการลงทุนในแต่ละกองทุนใกล้เคียงกันโดยมีการเลือกลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในประเทศเวียดนาม และอาจมีการเลือกหุ้นเองบ้าง มีเฉพาะกองทุน KT-CLMVT-A เท่านั้นที่มีนโยบายกระจายออกไปยังประเทศอื่นเช่น กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และประเทศไทยร่วมด้วย

นอกจากนี้หากเราพิจารณาในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการคำนวณ NAV ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับความผันผวนจะเห็นได้ว่ามีเฉพาะกองทุน CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A และกองทุน ONE-VIETNAM-RA เท่านั้นที่มีการระบุว่าใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็น Spot Rate จาก Bloomberg ในการคำนวณ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการซื้อขายกองทุน

*ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2561
ในส่วนของค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนใกล้เคียงกันมาก หากสังเกตจะพบว่าค่าธรรมเนียมของ ONE-VIETNAM-RA จะเก็บอยู่ที่ 1.7441% น้อยกว่ากองทุนอื่นอยู่เล็กน้อย

เงื่อนไขการซื้อขาย

สำหรับกองทุน CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A ซื้อได้ปีละ 4 ครั้ง ขายได้ปีละ 2 ครั้ง โดยก่อนการซื้อขายผู้ลงทุนต้องส่งคำสั่งล่วงหน้า และจะทำรายการทุกสิ้นเดือนที่กำหนดไว้ ถือว่าสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำที่สุด ส่วนกองทุน ONE-VIETNAM-RA ถือว่าเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงที่สุด สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการนั่นเอง

พอร์ตการลงทุนของแต่ละกองทุน

จากตารางจะเห็นได้ว่า มีกองทุนที่เลือกลงทุนในกองทุนหลักอยู่ทั้งหมด 3 กองทุน คือ KT-CLMVT-A, ASP-VIET และ ONE-VIETNAM-RA มีเฉพาะ CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A กองทุนเดียวเท่านั้นที่ใช้การเลือกลงทุนด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามหน้าตาของพอร์ตการลงทุนในแต่ละกองทุนแตกต่างกันน้อยมาก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากลักษณะของตลาดหุ้นเวียดนามถูกครอบครองด้วยหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องไม่มากนัก โดยส่วนแบ่งมูลค่าตลาดประมาณ 60% ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม VN30 นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าแต่ละกองทุนมีการเลือกกองทุนหลักใกล้เคียงกัน โดยกองทุนหลักที่มีการเลือกใช้มีดังนี้

  • db x-trackers FTSE VIETNAM UCITS ETF (Passive) กองทุนไทย: KT-CLMVT-A / ASP-VIET / ONE-VIETNAM-RA
  • JP Morgan Vietnam Opportunities Fund (Active) กองทุนไทย: ASP-VIET / ONE-VIETNAM-RA
  • Dragon Capital VEIL fund (Active close end) กองทุนไทย: ASP-VIET

สำหรับ CIMB-PRINCIPAL VNEQ-A ที่มีนโยบายเลือกลงทุนเอง การลงทุนหลักๆ ผ่าน VFMVN30 ETF ประมาณ 31.8% และมีการเลือกลงทุนในหุ้น VNM 4.96%, VJC 4.7%, CTD 4.61% และ VGC 4.14% ตามลำดับ

ซึ่งเมื่อเข้าไปดูข้อมูลหลักทรัพย์หลักที่แต่ละกองทุนเลือกลงทุนแล้วพบว่าคล้ายกันมากกับดัชนี VN30 อย่างไรก็ตามหากพิจารณาโอกาสในการลงทุนในอนาคต Dragon Capital VEIL fund มีนโยบายที่ค่อนข้างเปิดกว้างที่สุด โดยครอบคลุมไปถึงหุ้นที่กำลังมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดซึ่งอาจมองได้ว่ามีทั้งโอกาสและความเสี่ยงมากกว่ากองทุนหลักอื่น ๆเช่นกัน

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกองทุนหลัก

ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักเปรียบเทียบตั้งแต่สินเดือนพฤศจิกายน 2014 ถึง 30 พฤศจิกายน 2017 พบว่ากองทุน Dragon VEIL fund สามารถเอาชนะกองทุนหลักที่เหลือไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากการเลือกที่จะให้นำหนักกับการลงทุนในหุ้นบางบริษัทได้อย่างถูกต้องในช่วงเวลาดังกล่าว

พิจารณาปัจจัยต่าง ๆเพื่อเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในเวียดนาม

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยในเรื่องน้ำหนักการลงทุนในเวียดนาม ค่าธรรมเนียม สภาพคล่องในการซื้อขาย ขั้นต่ำในการซื้อและผลการดำเนินงานของกองทุนหลักที่ผ่านมาพบว่า กองทุน ASP-VIET กับ ONE-VIETNAM-RA น่าสนใจในการเลือกลงทุน สำหรับเหตุผลที่ผมเลือก ASP-VIET เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนในกองทุนหลักที่มีผลการดำเนินงานดี สภาพคล่องไม่แย่นัก ส่วนเหตุผลที่เลือก ONE-VIETNAM-RA เนื่องจากสภาพคล่องที่ดีที่สุด ใช้เงินซื้อขั้นต่ำน้อย และค่าธรรมเนียมเรียกเก็บจากกองทุนต่ำ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นเวียดนาม เราต้องคำนึงเสมอว่า เรากำลังลงทุนในหุ้น Frontier Market ที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เราควรจัดสรรเงินลงทุนเพียงบางส่วนเพื่อลงทุนในระยะยาวให้สอดคล้องกับปัจจัยด้านความเสี่ยงที่เราต้องเผชิญตลอดเวลาการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงลักษณะความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการลงทุนจากหนังสือชี้ชวนด้วยตนเองทุกครั้ง