FundTalk Contrarian Call แนะนำเข้าถือกองทุน A-ASEMI ที่ลงทุนในหุ้นผู้ผลิตชิป AI ต้นน้ำในเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น
AI กำลังเปลี่ยนจาก GPU และ Data Center ไปสู่การใช้งานจริง
ในระยะแรกของ AI Cycle การลงทุนส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยการสร้าง Infrastructure ตั้งแต่ GPU, Data Center และระบบ Computing แต่ปัจจุบันการพัฒนาเริ่มขยายไปสู่ Agentic AI และ AI Gadgets เช่น AI Agent และอุปกรณ์ที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้โดยตรง ทำให้ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบคำถามหรือสร้าง Content แต่สามารถเข้าไปทำงานแทนผู้ใช้งานและเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ได้มากขึ้น
Meta Muse

Meta Glasses

ราคาหุ้น Meta Platforms

Source: Finnomena Funds, Meta, Tradingview data as of 25/09/2026
ตัวอย่างที่เห็นได้จาก Meta ได้แก่ Meta Muse, Meta Glass และ Meta Charm ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการนำ AI เข้ามาอยู่ในอุปกรณ์และชีวิตประจำวันมากขึ้น เมื่อ AI สามารถทำงานได้หลายขั้นตอนและมีความสามารถในการจดจำข้อมูลหรือเชื่อมต่อกับ Application ต่าง ๆ ปริมาณ Computing ที่ต้องใช้ต่อผู้ใช้งานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น FundTalk มองว่า AI Demand ในระยะถัดไปอาจไม่ได้มาจากการสร้าง Data Center เพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ AI Inference และ AI Usage ซึ่งจะส่งต่อความต้องการไปยัง Hardware และ Semiconductor หลายส่วน ตั้งแต่ GPU → Memory → CPU → Networking Infrastructure
Earnings และ Productivity ยังคงสนับสนุน AI Cycle


Source: Finnomena Funds, Mckinsey data as of 25/09/2026
อีกปัจจัยสำคัญคือ AI เริ่มมีผลต่อผลประกอบการและ Productivity ของบริษัทมากขึ้น โดย S&P 500 EPS Growth ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 26% ขณะที่ ROE ของ S&P 500 ทะลุระดับ 20% สะท้อนว่าภาพรวมของบริษัทสหรัฐฯ ยังคงมีความสามารถในการสร้างกำไรและผลตอบแทนจากเงินทุนในระดับสูง
ขณะเดียวกัน รายได้ต่อพนักงานของบริษัทใน S&P 500 ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรอบการเพิ่มขึ้นของ Productivity ในอดีตมักเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น PC, Internet, Mobile และ Cloud Services และปัจจุบัน Big Data, AI และ Automation กำลังเป็น Technology Cycle รอบใหม่ที่มีโอกาสผลักดัน Productivity ต่อไป
จากรายงานของ McKinsey & Company การนำ AI มาใช้งานในภาคธุรกิจยังอยู่ในช่วงของการเร่งขยายตัว โดยปัจจุบันองค์กรที่มีการใช้งาน AI อย่างน้อย 1 Business Function เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 89% ขณะที่สัดส่วนองค์กรที่กำลังเข้าสู่ AI Scaling Phase เพิ่มขึ้นจาก 38% เป็น 44% สะท้อนว่า AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้งานไปสู่การนำมาใช้จริงในวงกว้าง จึงมองว่า AI ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียง Theme ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน แต่กำลังเริ่มส่งผลต่อ Earnings และ Productivity ของบริษัทในระบบเศรษฐกิจจริง ซึ่งช่วยสนับสนุนการลงทุนใน AI Infrastructure ในระยะยาว
ราคาที่ปรับตัวลงก่อนหน้าเป็นโอกาสตามแนวทาง Contrarian
แม้ตลาดยังมีความกังวลว่า AI CapEx อยู่ในระดับสูงและการระดมทุนเพื่อ AI Infrastructure อาจเพิ่มต้นทุนทางการเงิน โดยในช่วงที่ผ่านมา AI-related Bond Issuance เพิ่มขึ้นอย่างมากและมีส่วนผลักดัน US 10-Year Treasury Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของ CapEx ควรพิจารณาควบคู่กับการเติบโตของ AI Usage และ Productivity
หาก Agentic AI สามารถขยายการใช้งานได้จริง ความต้องการ Computing จะเพิ่มขึ้นตามจำนวน Use Case และปริมาณงานที่ AI สามารถทำได้ ทำให้ Infrastructure ที่ถูกสร้างขึ้นในปัจจุบันมีโอกาสถูกใช้งานเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI ในระยะยาว
นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่ม AI บางส่วนได้ปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ ขณะที่ Earnings ยังมีแนวโน้มถูก Upgrade และ Valuation ของบางบริษัทไม่ได้สะท้อนการเติบโตในอนาคตทั้งหมด จึงสอดคล้องกับแนวทาง Contrarian ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ราคาปรับตัวลงมามากหรือขึ้นช้ากว่าสินทรัพย์อื่น
ข้อมูลกองทุน A-ASEMI

กองทุน A-ASEMI ซึ่งลงทุนแบบ Pure Play ใน Semiconductor ผ่านกลุ่มผู้ผลิตชิป AI ต้นน้ำในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ผ่านกองทุนหลัก Global X Asia Semiconductor ETF
- กองทุนถือครองหุ้น TSMC 17.5% Samsung Electronics 12.8% SK Hynix 12.8% รวมถึง MediaTek, Sony, Tokyo Electron, Advantest, Kioxia, Mitsubishi Electric และ Cambricon
- การลงทุนกระจายตามภูมิภาค ได้แก่ เกาหลีใต้ 29.7% ไต้หวัน 28.5% ญี่ปุ่น 28.2% และจีน 12.7%
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุน
- หากธนาคารกลางสหรัฐฯ มองว่าการเติบโตของ AI เป็นสาเหตุของเงินเฟ้อในระยะสั้น ตามที่นาย Warsh เคยกล่าวถึง และนำประเด็นดังกล่าวไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของตลาดโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น
- หากบริษัท CXMT ของจีนสามารถพัฒนาอัตราผลผลิต (yield) ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจก่อให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) ของหน่วยความจำประเภททั่วไป ซึ่งจะกดดันราคาหน่วยความจำในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อมุมมองเรื่องราคา DRAM ขาขึ้นที่กล่าวถึงข้างต้น
- แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกายังคงทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม (lower low) หากกระบวนการ deleveraging ในสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุด อาจส่งผลให้ตลาดโดยรวมปรับตัวลงอีกระลอกหนึ่ง แม้ตลาดฝั่งเอเชียจะฟื้นตัวไปแล้วก็ตาม
ดู Fund Fact Sheet
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ



