FundTalk Contrarian Call แนะนำลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และเหมือง Bitcoin ผ่านกองทุน LHGBLOCK-A และ ONE-BTCETFOF-UI หลังเศษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Recession เปิดทางให้ Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป
แนะนำซื้อกองทุน LHGBLOCK-A

Source: Finnomena Funds as of 19/12/2025
FundTalk มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวแต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Recession ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและธีมการลงทุนเชิงเติบโต
ในวัฏจักรที่ผ่านมา หุ้นกลุ่ม Blockchain และเหมือง Bitcoin มักปรับตัวขึ้นและลงแรงกว่าราคา Bitcoin โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
ปัจจุบันกองทุน LHGBLOCK-A ปรับตัวลดลงมากกว่า 35% จากจุดสูงสุด สะท้อนแรงขายที่รุนแรงกว่าการปรับฐานของ Bitcoin ทำให้ระดับราคาปัจจุบันเริ่มเข้าสู่โซนที่มี Risk/Reward น่าสนใจ หากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ผ่อนคลายและกระแส Digital Asset กลับมาฟื้นตัว กองทุนมีโอกาสฟื้นตัวแรงกว่าตลาดคริปโตโดยรวม จึงเหมาะสำหรับการลงทุนเชิงธีมและการทยอยสะสมในระยะกลางถึงยาว ผ่านกองทุนที่กระจายการลงทุนในอุตสาหกรรม Blockchain

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 23/12/2025
จากกราฟเปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง พบว่ากองทุนในธีม Blockchain และเหมืองคริปโตปรับตัวลงแรงกว่าราคา Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ โดย Bitcoin ปรับลงราว -21.6% ขณะที่กองทุนในธีมเดียวกัน เช่น DAPP (-30.1%) และ STCE (-36.3%) ปรับฐานลึกกว่า สะท้อนลักษณะของหุ้นกลุ่มนี้ที่มีความผันผวนสูงและให้ผลตอบแทนในลักษณะ Leverage ต่อทิศทางของ Bitcoin

Source: Finnomena Funds, Tradingview as of 23/12/2025
ในเชิงเทคนิค ราคาปัจจุบันของ Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ใน โซนปรับฐาน (Correction Zone) โดยราคายังยืนเหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง และอยู่ใกล้ระดับ Fibonacci Retracement 23.6% ซึ่งในอดีตมักเป็นบริเวณที่แรงขายเริ่มชะลอและเกิดการสะสมกำลังของราคา
ภาพรวมพอร์ตการลงทุนกองทุน LHGBLOCK-A

Source: Finnomena Funds, LH, Holdings as of 31/10/2025
FundTalk จึงแนะนำเข้าลงทุนในกองทุน LHGBLOCK-A ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก 3 กองทุน ได้แก่ Schwab Crypto Thematic ETF (STCE) 65.05%, VanEck Digital Transformation ETF (DAPP) 14.64% และ CoinShares Bitcoin Mining ETF (WGMI) 14.43% โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศคริปโตและ Blockchain รวมถึงบริษัทเหมือง Bitcoin โดยตรง
แนะนำซื้อกองทุน ONE-BTCETFOF-UI
ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย|กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น | กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน
ภาพรวมพอร์ตการลงทุนกองทุน ONE-BTCETFOF-UI

Source: Finnomena Funds, OneAM, Holdings as of 31/10/2025
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา FundTalk จึงแนะนำเข้าลงทุนในกองทุน ONE-BTCETFOF-UI ซึ่งเน้นลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ชั้นนำ โดยมีสัดส่วนหลักใน Franklin Bitcoin ETF 46.30%, iShares Bitcoin Trust 36.46% และ Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund 16.97% เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนตามทิศทางราคา Bitcoin ภายใต้โครงสร้างกองทุนที่มีการกระจายผู้จัดการและสภาพคล่องสูง
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
ความเสี่ยงของกองทุน
1. ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ในสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์
- ราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่สกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ มีความผันผวนสูงและอาจส่งผลกระทบต่อราคากองทุน ทำให้เกิดความขาดทุนทั้งหมดหรือมากได้
- มูลค่ากองทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นลักษณะพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลหลายปัจจัย เช่น ความเสี่ยงที่จะเกิดการสูญหายจาก Private Keys ถูกโจรกรรม และพัฒนาการของระบบ Blockchain ที่มีผลโดยตรงต่อสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์
- สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลของตลาดเป็นปัจจัยผลักดันราคาที่สำคัญ
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในการควบคุมโครงข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล อาจไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้และชุมชน เงินดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตของเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล
2. ความเสี่ยงเกี่ยวกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Markets)
- มูลค่ากองทุนเกี่ยวข้องกับราคาของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ซึ่งมีคุณสมบัติผันผวนจากหลายปัจจัย
- ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ได้แก่ CME CF Bitcoin Reference Rate – New York Variant มีผลการดำเนินงานย้อนหลังจำกัด และอาจไม่ผันผวนตามราคาของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าของกองทุน
- ดัชนีชี้วัดที่ใช้ในการคำนวณอาจมีความผันผวนและกระทบกับราคากองทุน
3. ความเสี่ยงเกี่ยวกับกองทุนและมูลค่ากองทุน
- หากกระบวนการเพิ่ม/ลดหน่วยลงทุน (Creation/Redemption) ประสบปัญหาขัดข้องอาจทำให้ผู้สร้างสภาพคล่องของกองทุน (Authorized Participant) ไม่สามารถทำให้ราคาของกองทุนเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาของกองทุนมีค่าต่างจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน (NAV)
- สภาพคล่องของกองทุนอาจถูกกระทบจากการถอนเงินลงทุนของ Authorized Participant
- หาก Coinbase Custody Trust Company ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ของกองทุนถูกโจมตีด้านไซเบอร์ อาจส่งผลให้กองทุนต้องหยุดทำการซื้อขาย/เผชิญความสูญหาย หรือกองทุนได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของกองทุน
- การทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ไม่ว่าจะเป็นการโอน หรือการทำธุรกรรมอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น การทำธุรกรรมที่ผิดพลาดจะกระทบต่อมูลค่าของกองทุน
- หากมีคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องของกองทุนถูกเลิก หรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับกองทุนปฏิบัติหน้าที่บกพร่องผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee) มีความจำเป็นต้องสรรหาคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับกองทุนใหม่ ทำให้การดำเนินงานของกองทุนอาจได้รับกระทบ
- ปัญหาที่เกิดจากการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารพันธมิตร อาจกระทบต่อการเพิ่มหรือลดหน่วยลงทุน และทำให้กองทุนขาดทุนได้
4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของกองทุน
- กฎหมายกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ยังมีทิศทางที่ไม่แน่นอน หากมีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในด้านลบอาจกระทบ มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์และกองทุน เช่น การแบน, การควบคุม สกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
- หากผู้ลงทุนที่เกี่ยวข้องจัดประเภทกองทุนกลายเป็นธุรกิจให้บริการทางการเงิน (MSB) จะทำให้กองทุนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้สภาพคล่องของกองทุนลดลง
- การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ควบคุม อาจส่งผลให้กองทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามกฎใหม่ และอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มต่อกองทุนในอนาคต
- กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระดับรัฐและมลรัฐของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน



