ย้อนกลับ
ซื้อ
FundTalk
กองทุนหุ้น AI Infrastructure มาแรงในสัปดาห์นี้
17 ส.ค. 69
สรุปความเห็น

อัปเดตล่าสุด 31 ก.ค. 69

แนะนำ "ซื้อเพิ่ม" หุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ซึ่งลงทุนครบทั้งระบบตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ชิปประมวลผล ชิปหน่วยความจำ ไปจนถึงระบบไฟฟ้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
FundTalk Contrarian Call แนะนำเข้าซื้อกองทุน LHSUPERAI ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ครอบคลุมทุกชั้นของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ได้รับประโยชน์จากงบลงทุน AI Capex ของกลุ่ม Hyperscalers


เหตุผลสนับสนุนคำแนะนำ

  • การปรับฐานราคาของหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2026 เกิดจากตัวเลข guidance ของ Broadcom ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลงทั้งกลุ่ม โดยดัชนี SOX ปรับลง 15% และ AIS ปรับลงหนักสุดที่ 20% จากจุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม ทีมกลยุทธ์การลงทุนประเมินว่าตลาดตีความสถานการณ์คลาดเคลื่อน โดยมีข้อมูลสนับสนุนดังนี้
  • Alphabet ปรับเพิ่มประมาณการ Capex ปี 2569 เป็น 195,000 ถึง 205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 180,000 ถึง 190,000 ล้านดอลลาร์ และส่งสัญญาณว่าปี 2570 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมรายได้ธุรกิจ Cloud ที่เติบโตร้อยละ 82 และ backlog ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์
  • โมเดล AI แบบ open-weight รุ่นใหม่ Kimi K3 ซึ่งมีขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์และครองอันดับหนึ่งด้าน coding benchmark มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ความต้องการใช้งานด้าน AI Inference ขยายตัวออกไปทั่วโลก ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม Hyperscaler รายใหญ่
  • Backlog รวมของกลุ่ม Hyperscaler อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 176 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนว่าอุปทานยังตามความต้องการไม่ทัน


จุดเด่นของกองทุนเทียบกับ ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไป

finnomena-opportunity-hub


  • กองทุน AIS ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ LHSUPERAI มีการกระจายการลงทุนครอบคลุมทุกชั้นของห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ ETF ทั่วไปอย่าง SMH และ SOXX กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่ม Compute เป็นหลัก
  • กลุ่ม Memory มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 ของพอร์ต ประกอบด้วย SK Hynix, Micron และ Samsung ซึ่งถือเป็นคอขวดสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
  • กลุ่ม Power และ Cooling มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 12 ประกอบด้วย Vertiv และ GE Vernova ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ETF อย่าง SMH ไม่มีสัดส่วนการลงทุน แต่เป็นกลุ่มที่ความต้องการเร่งตัวสูงที่สุด
  • กลุ่ม Compute มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 18 ประกอบด้วย Nvidia, AMD, Intel และ ARM รวมถึงกลุ่ม Foundry อื่น ๆ
  • กองทุนใช้การบริหารเชิงรุกในการคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Second-derivative ที่ไม่มีอยู่ในดัชนีทั่วไป


จังหวะการเข้าลงทุน

ปัจจุบันราคาได้ปรับฐานลงมาแล้วร้อยละ 20 จากจุดสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกระตุ้นรออยู่ในระยะใกล้ ได้แก่ การเปิดตัว Kimi K3 ในวันที่ 27 กรกฎาคม และการประกาศผลประกอบการของ Microsoft, Meta และ Apple ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งจะช่วยยืนยันทิศทางการลงทุน


ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

หากกลุ่ม Hyperscaler ปรับลดงบลงทุนด้าน AI ลงจริงในปีถัดไป ความต้องการอาจหดตัวและส่งผลให้หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลงต่อเนื่อง จึงควรติดตามผลประกอบการในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ AIS มีค่า Beta สูงกว่า SMH และ SOXX ทำให้ทั้งขาขึ้นและขาลงมีความรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม หากตลาด Nasdaq ปรับฐานเพิ่มเติม AIS มีแนวโน้มปรับตัวลงมากกว่า จึงเหมาะกับลูกค้าที่สามารถรับความผันผวนสูงได้เท่านั้น


กองทุน LHSUPERAI


finnomena-opportunity-hub


ลงทุนครบทุกชั้นของ AI infrastructure ตั้งแต่ Memory, Compute, Power/Cooling ผ่านกองทุนหลัก VistaShares Artificial Intelligence Supercycle ETF (AIS) เป็นกองทุนที่โฟกัสบริษัทที่สร้างระบบ AI ที่ทุกค่ายต้องพึ่งพา จัดพอร์ตแบบไม่กระจุกตัว ลดการให้น้ำหนักหุ้น Mega-cap เช่น NVIDIA, Microsoft เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับพอร์ตหุ้นเทคโนโลยีที่นักลงทุนส่วนใหญ่ถืออยู่แล้ว


สำหรับนักลงทุนที่ถือครองกองทุน LHSUPERAI อยู่แล้ว


FundTalk แนะนำให้ถือต่อและพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เนื่องจากกองทุนดังกล่าวครอบคลุมทุกชั้นของโครงสร้างพื้นฐาน AI และปัจจุบันปรับฐานลงมาแล้ว -34% จากจุดสูงสุด ซึ่ง FundTalk มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน


พอร์ตของกองทุนมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มหน่วยความจำ (Memory) สูงที่สุดที่ประมาณ 25% ประกอบด้วย SK Hynix, Micron, Samsung, SanDisk และ WDC


กองทุนยังมี Exposure ต่อกลุ่มระบบไฟฟ้าและระบายความร้อน (Power และ Cooling) อาทิ Vertiv, GE Vernova, Vicor และ Navitas ซึ่งประเมินว่าเป็นกลุ่มที่อุปสงค์เร่งตัวขึ้นมากที่สุด และไม่มีอยู่ในดัชนีอ้างอิงทั่วไปอย่าง SMH


การปรับฐาน -34% จากจุดสูงสุด ประกอบกับปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่สูง เป็นปัจจัยสนับสนุนมุมมองว่าแรงขายได้หมดลงแล้ว และผลประกอบการของ Amazon ได้แสดงให้เห็นถึง CAPEX ที่แข็งแกร่งตามคาด FundTalk มีมุมมองว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดเข้าลงทุนที่เหมาะสม


ดู Fund Fact Sheet


จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)




คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena


1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ