ย้อนกลับ
ขาย
MEVT
หุ้น EM ex-China
8 ก.ค. 69
สรุปความเห็น

อัปเดตล่าสุด 8 ก.ค. 69

แนะนำ “ขาย” หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) หลังตลาด DRAM และ NAND เริ่มชะลอการเติบโต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อหุ้นชิปในเอเชีย

MEVT Call แนะนำ Take Profit กองทุน TEMxCH ที่ลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) โดยตัั้งแต่ออกคำแนะนำ NAV ของกองทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 33%

Executive Summary

  • ภาพรวมอุตสาหกรรมหน่วยความจำได้มีบริษัทจากจีนอย่าง CXMT ที่สร้างความได้เปรียบด้วยยุทธศาสตร์ "Hefei Model" จนพลิกกลับมาทำกำไรและชิงส่วนแบ่งตลาดชิปมาตรฐานระดับล่างได้ รวมทั้งภาพรวมราคาตามสัญญา (Contract Price) ทั้งฝั่ง DRAM และ NAND เริ่มส่งสัญญาณทรงตัวนิ่งต่อเนื่องกันมาแล้ว 2 เดือน โดยสัญญาณการชะลอตัวของวัฏจักรชิปนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้เนื่องจากตลาดทุนได้ซึมซับรับรู้ข่าวดี (Price-in) เรื่องยอดส่งออกชิปที่เติบโตระดับสามหลัก (Triple-digit) ติดต่อกันมานานถึง 5 เดือน ประกอบกับทิศทางการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI EPS Revision) เริ่มมีความชันที่ลดลงตั้งแต่ต้นเดือนนี้สอดคล้องกับราคา DRAM และ NAND ที่เริ่มนิ่ง ส่งผลให้หุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 26% ของกองทุนหลัก เริ่มขาดปัจจัยหนุนใหม่ในการขับเคลื่อนราคาในระยะถัดไป
  • คำแนะนำ: Take Profit กองทุน TEMxCH


finnomena-opportunity-hub

ส่วนแบ่งตลาดของ DRAM และ NAND

Source: Finnomena Funds, Counterpoint as of 07/07/2026


ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำโลก สองผู้เล่นหน้าใหม่สัญชาติจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังเข้ามาสั่นคลอนเสถียรภาพเดิม โดย CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ณ เมืองเหอเฟย์ มณฑลอานฮุย เน้นผลิต DRAM มาตรฐาน (DDR4, DDR5, LPDDR) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เคลื่อนที่ และคอมพิวเตอร์ ล่าสุดขีดความสามารถของ CXMT ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 3% ขึ้นมาอยู่ที่ 8% และเริ่มลดทอนสถานะการผูกขาดของกลุ่มยักษ์ใหญ่เดิมลงอย่างเห็นได้ชัด


ความสำเร็จหลังจากเผชิญภาวะขาดทุนมาอย่างยาวนานของ CXMT นั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ "Hefei Model" ภายใต้แนวคิด "Scale-over-innovation" หรือการมุ่งสร้างความได้เปรียบด้วยขนาดการผลิตและความเร็วแทนการพึ่งพานวัตกรรมขั้นสูง โดยเกิดจากการที่รัฐบาลท้องถิ่นเมืองเหอเฟย์เข้ามาแบกรับความเสี่ยงแทนภาคเอกชน โดยเข้าถือหุ้นสูงถึงร้อยละ 80 ในช่วงเริ่มต้นของโครงการโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว มูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านหยวนพร้อมทั้งสร้าง "คลัสเตอร์ห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่" ด้วยการดึงดูดบริษัทบรรจุภัณฑ์ ทดสอบชิป และผู้ผลิตวัตถุดิบรายสำคัญมาตั้งสถานประกอบการติดกับโรงงาน ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์มหาศาล พร้อมทั้งยังมีทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเหอเฟย์ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านกรอบเวลาคืนทุนเหมือนกองทุนเอกชนทั่วไป ส่งผลให้ CXMT สามารถแบกรับผลขาดทุนสะสมตลอดทศวรรษก่อนจะพลิกกลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปี 2025


ขณะเดียวกัน ในตลาดหน่วยความจำประเภท NAND มี YMTC (Yangtze Memory Technologies) เป็นแกนหลักสำคัญของจีน โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ปัจจุบัน YMTC ประสบความสำเร็จในการผลิตเชิงพาณิชย์สำหรับชิปหน่วยความจำ 3D NAND ขนาด 294 ชั้น ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนจากการผลิต (Yield Rate) สูงกว่าร้อยละ 90 ผ่านการใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง "Xtacking" ในการเชื่อมต่อแผ่นเวเฟอร์ ส่งผลให้ YMTC สามารถผลักดันส่วนแบ่งการตลาดโลกจาก 8% ขึ้นมาแตะระดับ 13% ได้สำเร็จ สัญญาณเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ทั้งสองบริษัทกำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำระดับโลกในปัจจุบัน


finnomena-opportunity-hub

ตารางเปรียบเทียบผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ

Source: Finnomena Funds, SemiAnalysis, Trendforce, Indoneo, SCMP as of 07/07/2026


เมื่อพิจารณาในมิติด้านเทคโนโลยีและการแข่งขัน พบว่า CXMT ยังคงมีช่องว่างตามหลังผู้นำตลาดโลกอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron อยู่ราว 3 ปี โดยปัจจุบันเทคโนโลยีล่าสุดของ CXMT อยู่ที่ระดับ 16 นาโนเมตร (G4) และยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเครื่องจักรขั้นสูงอย่าง EUV ได้ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์หลักยังคงจำกัดอยู่เพียงกลุ่ม DRAM ที่เป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น DDR5 และ LPDDR5X เท่านั้น ในขณะที่กลุ่มผู้นำตลาดก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นาโนเมตร และสามารถผลิตหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM4 ได้แล้ว โดยเฉพาะ SK Hynix ที่สามารถคว้าคำสั่งซื้อ HBM4 สำหรับแพลตฟอร์ม Rubin ของ Nvidia ไปได้ถึง 2 ใน 3 ส่วนทางด้านแผนพัฒนา HBM ของ CXMT นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในระดับ HBM2 และตั้งเป้าหมายที่จะก้าวเข้าสู่ HBM3 ภายในปี 2026 นี้


finnomena-opportunity-hub

คาดการณ์การจัดส่ง Smartphone, Desktop และ Notebook

Source: Finnomena Funds, Counterpoint, Omida as of 07/07/2026


สำหรับสถานการณ์ด้านอุปสงค์ (Demand) ในกลุ่ม Low-end DRAM พบว่าปริมาณการจัดส่ง (Shipment) ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เริ่มมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY Growth) ที่ปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนค่าวัตถุดิบและชิ้นส่วน (BOM Cost) ที่สูงขึ้น จนส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากประมาณการยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ (Desktop และ Notebook) ทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี ในฝั่งของอุปทาน (Supply) กลุ่มผู้ผลิตพีซีและสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่จัดเป็นบริษัทนอกสหรัฐอเมริกา (Non-US Company) ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ตามมาตรา Section 1260H ที่สั่งห้ามนำเข้าชิป DRAM จากจีน ปัจจัยดังกล่าวจึงกลายเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ผู้ผลิตจีนสามารถขยายตลาดในกลุ่มสินค้าทั่วไปได้อย่างต่อเนื่องโดยปราศจากแรงกดดันด้านข้อจำกัดทางการค้าในส่วนนี้


finnomena-opportunity-hub

DRAM and NAND Contract Price

Source: Finnomena Funds, Bloomberg Intelligence as of 07/07/2026


ทางด้านแนวโน้มราคา พบว่าราคาตามสัญญา (Contract Price) ซึ่งเป็นราคาส่งมอบหลักของบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ทั้งฝั่ง DRAM และ NAND Flash เริ่มส่งสัญญาณทรงตัว โดยระดับราคาในเกือบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์อยู่ในภาวะทรงตัวและไม่ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว สัญญาณนี้สะท้อนว่าวัฏจักรราคาขาขึ้นของตลาดหน่วยความจำเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวลงแล้วในปัจจุบัน


finnomena-opportunity-hub

ตัวเลขส่งออก Semiconductor

Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 07/07/2026


ในฝั่งของตลาดทุนนั้นได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวก (Price-in) เกี่ยวกับการเติบโตในระดับสามหลัก (Triple-digit) ของยอดส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้ติดต่อกันมานานถึง 5 เดือนแล้ว สังเกตได้จากกรณีที่ Samsung รายงานผลประกอบการเบื้องต้นออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวดีดังกล่าวไปทั้งหมดแล้ว ประกอบกับทิศทางราคาสินค้าในปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง


finnomena-opportunity-hub

การปรับประมาณการกำไรของ KOSPI

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 07/07/2026


นอกจากนี้ ทิศทางการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI EPS Revision) เริ่มมีความชันที่ลดลงตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับแนวโน้มราคาสินค้าในตลาดและยอดส่งออกชิปที่เริ่มอิ่มตัว


MEVT Call ได้แนะนำเข้าลงทุนกองทุน TEMXCH เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 และคงคำแนะนำให้ "ถือ" เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งนับตั้งแต่วันที่แนะนำจนถึงปัจจุบัน กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 33.03% (ข้อมูล NAV ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2026) อย่างไรก็ดี ในภาพรวมอุตสาหกรรมหน่วยความจำ ได้มีบริษัทจากจีนอย่าง CXMT ที่สร้างความได้เปรียบด้วยยุทธศาสตร์ "Hefei Model" จนพลิกกลับมาทำกำไรและชิงส่วนแบ่งตลาดชิปมาตรฐานระดับล่างได้ รวมทั้งภาพรวมราคาตามสัญญา (Contract Price) ทั้งฝั่ง DRAM และ NAND ในตลาดโลกเริ่มส่งสัญญาณทรงตัวนิ่งต่อเนื่องกันมาแล้ว 2 เดือน


สัญญาณการชะลอตัวของวัฏจักรชิปนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้เนื่องจากตลาดทุนได้ซึมซับรับรู้ข่าวดี (Price-in) เรื่องยอดส่งออกชิปที่เติบโตระดับสามหลัก (Triple-digit) ติดต่อกันมานานถึง 5 เดือน ประกอบกับทิศทางการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นของดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI EPS Revision) เริ่มมีความชันที่ลดลงตั้งแต่ต้นเดือนนี้สอดคล้องกับราคาชิปโลกที่เริ่มนิ่ง ส่งผลให้หุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 26% ของกองทุน เริ่มขาดปัจจัยหนุนใหม่ในการขับเคลื่อนราคาในระยะถัดไป


Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ


จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)




คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299