Mr.Messenger Call แนะนำซื้อกองทุน TOP11JPN ที่ลงทุนใน 11 หุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่และมูลค่าสูง ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไร ประกอบกับปัจจัยทางเทคนิคที่มีแนวโน้ม Sideways Up
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการปรับประมาณการกำไรขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีน้ำหนักรวมกันกว่า 41% ของดัชนี
โดยกลุ่มธนาคารได้รับปัจจัยบวกจากท่าทีเชิง Hawkish ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยตามอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างร้อนแรงจากกระแส AI และยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวอย่างมาก ประกอบกับรัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้เงินสนับสนุนอุตสาหกรรมชิปและ Physical AI เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จนส่งผลให้การลงทุนภาคธุรกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ในระยะยาวตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปฏิรูปโครงสร้างธรรมาภิบาล (Corporate Governance) ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านการกดดันจากนักลงทุนเชิงรุกและการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ที่แข็งแกร่งเพื่อยกระดับผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงดึงดูดหลักที่ช่วยหนุนให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
ในทางเทคนิค ดัชนี TOPIX Core 30 กำลังอยู่ในแนวโน้ม Sideways Up โดยดัชนีสามารถเคลื่อนไหวและยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) 50 วัน 100 วัน และ 200 วันได้ ขณะที่สัญญาณ MACD อยู่เหนือแกน 0 บ่งชี้และสะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกที่มีทิศทางแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
Mr.Messenger จึงแนะนำลงทุนในกองทุน TOP11JPN ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นขนาดใหญ่ (Japan Large Cap) โดยมีคำแนะนำดังนี้
- แนะนำ Take Profit เมื่อดัชนี TOPIX Core 30 (ใช้อ้างอิงคำแนะนำ) ถึง 2,380 จุด (Upside 11%) ซึ่งเป็นระดับ fibonacci projection ที่ 161.8%
- แนะนำ Limit Loss หรือตัดขาดทุน เมื่อดัชนี TOPIX Core 30 ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 2,000 จุด (Downside 6%) ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่ระดับ Fibonacci Projection 61.8% เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- เราอาจพิจารณาแนะนำ Trailing Stop โดยจะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
กองทุน TOP11JPN มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นคัดเลือกหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่องสูงจำนวน 11 หลักทรัพย์ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ในตราสารทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุน และลงทุนในสกุลเงินเยน (JPY) โดยผู้จัดการกองทุนมีกระบวนการคัดเลือกหุ้นชั้นนำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนโดดเด่นจากหุ้นบิ๊กแคปของญี่ปุ่น
กราฟดัชนี TOPIX Core 30

Source: TradingView as of 04/09/2026
ยอดการประกาศ Buyback ของหุ้นญี่ปุ่นในดัชนี TOPIX 500

Source: Bloomberg as of 01/09/2026
Earnings Trend & Valuation ของดัชนี TOPIX core 30

Source: Bloomberg as of 4/9/2026
-04-(2)_large_20261001110546.jpg)
นักลงทุนที่เหมาะกับคำแนะนำนี้
- เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง
- ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
- นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299



