Mr.Messenger Call โอกาสสะสมรอบใหม่กองทุน A-RING ที่ลงทุนแบบ Pure Play ในหุ้นเหมืองทอง (Gold Miners) โดยมองเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวที่ $4,900 จากแรงซื้อสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก
มุมมองล่าสุด (18 มิถุนายน 2026)

เป็นจังหวะทองสำหรับการสะสมทองคำ หลังการปรับฐานลงมากว่า 26% ซึ่งปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ 1. ดอลลาร์แข็งค่า (DXY) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสินทรัพย์คู่ตรงข้ามที่กดดันราคาทองคำโดยตรง 2. เงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-On) ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นถึง 10% ดึงดูดเงินเก็งกำไรให้ไหลออกจากตลาดทองคำเข้าสู่ตลาดหุ้นแทน 3. การล้างพอร์ตสถาบัน (Unwinding) 4. ธนาคารกลางบางแห่งเทขาย โดยเฉพาะรัสเซียและตุรกีที่จำเป็นต้องขายทองคำ เพื่อนำเงินไปพยุงค่าเงินที่อ่อนค่าอย่างหนักจากภาวะสงคราม
นอกจากนี้ ตลาดเริ่มประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจไม่ลดดอกเบี้ยในปี 2026 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rates) และต้นทุนทางการเงินคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ที่ไม่มีปันผลอย่างทองคำในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวของทองคำยังคงแข็งแกร่ง โดย Barclays ให้เป้าราคาทองปี 2027 ที่ $4,900 โดยมีแรงหนุนหลักคือ
- เงินเฟ้อฝังลึก: ตามสูตรคำนวณของ Barclays ทุก ๆ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น 1% จะช่วยหนุนราคาทองคำให้พุ่งได้ถึง 5% โดยมีวิกฤตพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- เทรนด์ De-dollarization: ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าลดการพึ่งพาดอลลาร์ และหันมาสะสมทองคำแทน
- ข้อมูลจาก World Gold Council (WGC): ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนสำรองจากธนาคารกลาง 74 แห่งทั่วโลก พบว่า 45% ตั้งใจจะเพิ่มการซื้อทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้า และมีเทรนด์ดึงทองคำกลับไปเก็บในประเทศตัวเอง (Repatriation) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตร (Sanction)

Mr.Messenger แนะนำแบ่งเงินลงทุนในกองทุนหุ้นเหมืองทอง A-RING เพื่อหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มในจังหวะขาขึ้น เพราะเมื่อทองคำเป็นขาขึ้น "หุ้นเหมืองทอง" จะมีลักษณะเป็น Leverage (วิ่งแรงกว่าราคาทองคำกายภาพ)
คำแนะนำการลงทุนก่อนหน้านี้
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ $4,685 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ขานรับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ เตรียมถอนตัวจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า หลังบรรลุเป้าหมายทางการทหารเป็นส่วนใหญ่ โดยจะส่งไม้ต่อให้ประเทศอื่นดูแลความเรียบร้อยในช่องแคบฮอร์มุซแทน ขณะที่ฝั่งอิหร่าน โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน มีท่าทีเปิดกว้างต่อการเจรจายุติสงคราม หากได้รับความชัดเจนด้านการรับประกันเงื่อนไขตามที่ร้องขอ
ราคาหุ้นเหมืองทองคำอย่าง iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) ปรับตัวขึ้น 6.67% และสามารถยืนเหนือ Fibonacci Retracement ที่ 23.6% ได้ ขณะที่ MACD กำลังเกิด Buy Signal บ่งชี้ถึงพัฒนาการเชิงบวกของโมเมนตัมราคา
Mr.Messenger จึงแนะนำลงทุนในกองทุน A-RING ซึ่งลงทุนในกองทุน iShares MSCI Global Gold Miners ETF (กองทุนหลัก) โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI ACWI Select Gold Miners Investable Market Index (IMI) (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยดัชนีดังกล่าวมีเป้าหมายในการคัดเลือกบริษัทอย่างน้อย 30 บริษัททั่วโลก ซึ่งประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ทองคำ ครอบคลุมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จากประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่ โดยมีคำแนะนำดังนี้
- แนะนำ Take Profit เมื่อราคา RING ETF (ซึ่งใช้อ้างอิงคำแนะนำ) ถึง $88.6 (upside 12.46%) ซึ่งเป็นระดับ Fibonacci retracement ที่ 61.8%
- แนะนำ Limit Loss หรือ ตัดขาดทุน เมื่อราคา RING ETF ปรับตัวลดลงต่ำกว่า $68.5 (downside 13%) ซึ่งจุดต่ำสุดเดิม ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026 เราอาจพิจารณาแนะนำ Trailing Stop โดยจะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
กราฟราคา iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING)
_large_20260401093656.jpg)
Source: TradingView as of 31/3/2026
สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก A-RING


Source: VanEck as of 30/3/2026
นักลงทุนที่เหมาะกับคำแนะนำนี้
- เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง
- ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
- นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการที่ผู้ลงทุนได้รับผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- บริษัทได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) ในรูปแบบส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการจัดการ (Trailer Fee) ซึ่งรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมกองทุนรวมแล้ว โดยบริษัทไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ลงทุนโดยตรง ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่านผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC) ผู้แนะนำฯ จะแสดงตนและแจ้งสังกัดที่ให้บริการอย่างชัดเจน หากผู้แนะนำฯ มีสังกัดหลายแห่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้แนะนำฯ ได้รับอัตรา ค่าตอบแทนแตกต่างกัน ผู้แนะนำฯ จะเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการตัดสินใจของท่าน
- ผู้ลงทุนที่ลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena จะสามารถลงทุนกองทุนรวมจากหลากหลายบริษัทจัดการกองทุนในที่เดียว พร้อมได้รับข้อมูลและคำแนะนำประกอบการตัดสินใจ เครื่องมือช่วยวางแผนและจัดพอร์ต การลงทุนตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยง รวมถึงการอัปเดตข้อมูลกองทุน ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอและเป็นปัจจุบัน



