“รายการที่จะพาทุกคนไปเจาะลึก กับปรัชญา แนวคิดของนักลงทุนระดับ World Class”

หัวข้อ

0:00 Start

1:15 ประวัติคร่าว ๆ เกี่ยวกับ Benjamin Graham

2:50 แนวคิดและกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจของ Benjamin Graham

8:40 สูตรการคิดมูลค่าหุ้นอันเลื่องชื่อของ Benjamin Graham

11:47 ผลตอบแทนการลงทุนย้อนหลังของ Benjamin Graham


วิลเลียม โอนีล คือใคร?

วิลเลียม โอนีลเป็นนักลงทุนหุ้นลูกผสมกึ่งกลางระหว่างสายพื้นฐานและเทคนิคอล เป็นคนแรก ๆ ที่บุกเบิกการลงทุนผสานผ่านระบบคอมพิวเตอร์ในการวิจัยและใช้ในการตัดสินใจ และเริ่มต้นเส้นทางชีวิตผ่านการเป็นโบรคเกอร์หุ้น

อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มการทำกราฟราคารายวันให้กับนักลงทุน โดย William O’Neil มีสไตล์การลงทุนที่เป็นแรงบันดาลใจมาจาก Gerald Loeb ผู้ที่เชื่อว่าตลาดหุ้นนั้นมีความเสี่ยงเกินไป เกินกว่าที่จะลงทุนไปในระยะยาว ซึ่งเป็นมุมมองตรงข้ามกับสไตล์การลงทุนแบบนักลงทุน VI

Bernard Baruch นักลงทุนผู้เติบโตมากับตลาดขาขึ้นในยุคหลังสงคราม และทำการขายหุ้นก่อนที่จะเกิดการสิ้นสุดของตลาดขาขึ้นในรอบดังกล่าว

รวมถึง Jesse Livermore นักลงทุนผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสังเกตพฤติกรรมราคา ทำการ short จน JPMorgan จนถึงกับต้องรอขอชีวิตให้ Jesse Livermore ช่วยปิดสถานะดังกล่าวลง

กลยุทธ์การลงทุนของ วิลเลียม โอนีล

สุดยอดโมเดลการลงทุนลูกผสม ‘CANSLIM’

หากพูดถึง วิลเลียม โอนีล ถ้าไม่พูดถึงกลยุทธ์อันเลื่องชื่อของเขาก็คงจะไม่ได้ 

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

วิลเลียม โอนีล เป็นเจ้าของผู้คิดค้นโมเดลการลงทุนอย่าง CANSLIM โมเดลการลงทุนอันโด่งดัง ที่ใช้เฟ้นหาหุ้นเติบโตที่ใช้ส่วนผสมระหว่างการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคอลเข้ามาช่วย

โดยโมเดล CANSLIM เป็นโมเดลกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการหาหุ้นให้เจอ ก่อนที่นักลงทุนสถาบันจะเข้าไปลงทุนอย่างเต็มสูบซึ่งส่งผลหาราคาถูกผลักดันขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

รายละเอียดของโมเดลการลงทุน CANSLIM

CANSLIM นั้นจะถูกแยกออกมาเป็นรายละเอียดยิบย่อยตามตัวอักษรที่มีเป็น 7 ตัวอักษร ซึ่งจะใช้เลือกหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งตัวอักษรแต่ละตัวจะมีรายละเอียดดังนี้

  1. C: Current quarterly EPS (กำไรต่อหุ้นไตรมาสล่าสุด) กำไรต่อหุ้นในไตรมาสล่าสุดต้องปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วในระดับที่สูง โดยอาจจะต้องสูงกว่าในระดับที่มากกว่า 20% และยิ่งปรับตัวสูงขึ้นมากเท่าไรยิ่งดี
  2. A: Annual earnings (5-years) กำไรต่อหุ้นแบบรายปีในช่วง 5 ปีย้อนหลัง ต้องมีการเติบโตต่อเนื่อง และต้องเติบโตมากกว่า 20% ในช่วง 3 ปีย้อนหลังยิ่งสูงยิ่งดี โดยการที่กำไรเติบโตได้สูงถึงระดับ 20% หรือมากกว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากในหุ้นปกติ ดังนั้นหากหุ้นตัวไหนเติบโตได้ในระดับนี้ต่อเนื่องจึงอาจหมายถึงโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งของบริษัทก็ว่าได้
  3. N: New product, management, or new high คล้าย ๆ กับเวลาที่นักวิเคราะห์วิเคราะห์หุ้น เวลาเราจะดูหุ้นตัวใดสักตัวหนึ่งเราอาจจะต้องดูการพัฒนาของบริษัท เช่น มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ช่วยับเคลื่อนรายได้ต่อไปไหม หรือ ผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยผลักดันบริษัทไปสู่วัฎจักรใหม่ของ s-curve ซึ่งเป็นช่วงที่จะช่วยผลักดันรายได้และกำไรให้หรูหราฟู่ฟ่า นอกจากนั้นปัจจัยที่เป็นตัวเร่งสนับสนุนหรือ catalysts ก็จะมีผู้บริหาร ในโลกความเป็นจริง เราอาจจะเห็นในเคสบางเคสที่บริษัท เปลี่ยนผู้บริหารเป็นผู้ที่มีความสามารถหรือแพสชั่นในการขับเคลื่อนบริษัท และทำให้บริษัทประสบความสำเร็จแบบระดับสูงในอนาคต อีกปัจจัยหนึ่งก็คือข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่จะช่วยสร้างสตอรี่ ให้ราคาไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
  4. S Supply and demand: หรือภาวะที่จำนวนหุ้นขาดแคลนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนราคาหุ้นได้ โดยใช้แนวคิดง่าย ๆ ตามหลักเศรษฐศาสตร์จากการที่ supply ลดลง demand คงตัว ก็จะช่วยให้สินค้านั้น ๆ ราคาเพิ่มขึ้นได้ ยกตัวอย่างก็เช่น การซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่จะทำให้ปริมาณหุ้นลดลง และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้คนในบริษัทที่กล้าถือหุ้นของตัวเองเพิ่มเติม
  5. L Leaders and laggards: เลือกหุ้นที่เป็นผู้นำและมีแนวโน้มเติบโต และใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่างเครื่องมือ rsi เป็นตัวชี้วัด ในฐานะเครื่องชี้วัดโมเมนตัมของหุ้น
  6. I: Institutional ownership: เลือกหุ้นที่มีนักลงทุนสถาบันลงทุนไม่มาก และมีผลงานที่ดีเหนือกว่าระดับค่าเฉลี่ย โดยอาจจะเป็นบริษัทที่เพิ่งทำการ ipo และมีแรงหนุนมาจากกองทุนส่วนบุคคลที่มีชื่อเสียง ดังนั้นในข้อนี้วิลเลียม โอนีล แนะนำว่าให้เราหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเข้าไปลงทุน ซึ่งมีเงินทุนจำนวนมากเข้าไปลงทุนเป็ฯที่เรียบร้อยแล้ว
  7. M – Market direction: วิเคราะห์ทิศทางแนวโน้มของตลาดก่อนเข้าลงทุน โดยศึกษาและวิเคราะห์ผ่านราคารายวันโดยเฉลี่ยในดัชนี ว่าเป็นไปในทิศทางใดและใช้โมเดล CANSLIM ในการหาหุ้นที่มีแนวโน้มโดดเด่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีนั้น ๆ

ข้อดีและข้อเสียของโมเดล CANSLIM

ข้อดี

  • สามารถใช้สำหรับหาหุ้นเติบโตได้ก่อนที่นักลงทุนสภาบันจะเข้าไปลงทุน

ข้อเสีย

  • ต้องใช้เวลาในการรอให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาลงทุน และผลักดันราคาหุ้น
  • ราคาอาจมีความผันผวน เนื่องมาจากการที่เราลงทุนในหุ้นเติบโตที่ราคารวดเร็ว
  • ราคาหุ้นเหล่านี้อาจให้ราคาในอนาคตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง

กฎการลงทุนที่น่าสนใจของ วิลเลียม โอนีล

  1. อย่าซื้อหุ้นถูก แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีอนาคต เช่น nasdaq และมีราคาสูง อย่าเลือกหุ้นไร้ราคา
  2. ซื้อหุ้นที่มี roe มากกว่า 17% หรือมากกว่านั้น โดยบริษัทที่มีคูณภาพเยี่ยมจะมี roe สูงในระดับระหว่าง 25% – 50%
  3. ทำให้แน่ใจว่าอัตรากำไรหลังหักภาษีมีการเติบโตพัฒนา
  4. เลือกหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น 5-6 อันดับแรก
  5. อย่าซื้อหุ้นเพราะปันผลหรือค่า PE ที่ถูก ซื้อหุ้นที่มีกำไร ยอดขาย ROE อัตรากำไรขั้นต้น มีผลิตภัณฑ์ที่สุดยอด
  6. กำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับขายหุ้นหากเกิดผิดทาง ซึ่งใช้สำหรับขายทำกำไร
  7. 37% ของการเคลื่อนที่ในราคามาจากศักยภาพของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ในขณะที่อีก 12% มาจากความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ ดังนั้นปัจจัยขับเคลื่อนราคาครึ่งหนึ่งนั้นมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง
  8. ถ้ามีข่าวร้ายเกิดขึ้นแต่ตลาดยังเดินหน้าต่อไป มันอาจบ่งบอกว่าตลาดนั้นแข็งแกร่งกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด และหากมีข่าวดีแต่ตลาดเคลื่อนที่ไม่มาก เราอาจสรุปได้ว่าตลาดนั้นอ่อนแอกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด
  9. อย่าซื้อหุ้นที่จุดต่ำสุดหรือมีแนวโน้มราคาลดลง และอย่าคิดถัวเฉลี่ย
  10. ทิ้งอีโก้และตัวตนของคุณ เพราะ ตลาดไม่เคยสนใจว่าคุณจะคิดอย่างไร และไม่ว่าคุณจะฉลาดแค่ไหน ตลาดจะฉลาดกว่าคุณเสมอ IQ ระดับสูง วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท จะไม่การันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จในตลาดนี้ อีโก้ของคุณจะทำให้คุณเสียเงินจำนวนมาก อย่าเถียงกับตลาด และอย่าพยายามพิสูจน์ว่าคุณนั้นเป็นคนถูกแต่ตลาดนั้นเป็นคนผิด

ผลตอบแทนย้อนหลังของวิลเลียม โอนีล

วิลเลียม โอนีล เคยสร้างผลตอบแทนสูงถึง 5,000% ในระยะเวลาเพียง 25 ปี หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 200% ต่อปี


ติดตาม FINNOMENA Podcast ได้ทุกช่องทางที่คุณมี

App Spotify
https://finno.me/spotify

App Google podcasts
https://finno.me/googlepodcast

Apple podcast
https://finno.me/applepodcast

App Soundcloud
https://finno.me/soundcloud

Podbean
https://finno.me/podbean

Youtube
https://finno.me/youtubepodcast

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน