Tactical Call 2 ก.ค. 65

กองทุนแนะนำจาก FINNOMENA ที่มีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในระยะสั้น - กลางจากมุมมอง FINNOMENA Investment Team บอกจังหวะเข้าออกให้กับคุณอย่างทันท่วงที

Tactical Call คืออะไร และทำไมต้องเชื่อเรา ?

Tactical Call เหมาะกับใคร ?

  • นักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน
  • นักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้สูง
  • นักลงทุนที่สามารถยอมรับการตัดขาดทุนได้ทันที

ถือ

ดอลลาร์อ่อน Bond Yield ลด หนุนทองคำทะลุค่าเฉลี่ย 200 วัน

  • TMBGOLDS

    กองทุนทองคำ

    Feeder Fund

  • WE-GOLD

    กองทุนทองคำและเงินแบบ Active

    Feeder Fund

เปรียบเทียบกองทุน

ความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา จากท่าทีของ Fed ที่ Hawkish มากขึ้น กดดันให้อัตราผลตอบแทนพัรธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง เมื่อประกอบกับการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ที่เป็นต้่นทุนการถือครองทองคำในตลาดโลกจากการแข็งค่าขึ้นของสกุลเงินยูโร หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (MA 200) ในช่วงวันพุธ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อน Momentum เชิงบวกจากการเข้าซื้อหลังอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ลดลงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และต้นทุนทางการเงินในการลงทุนทองคำในตลาดโลกอย่างดอลลาร์ปรับตัวลงมา และทรงตัวในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนหน้านี้


FINNOMENA Investment Team มองว่าการปรับตัวขึ้นและสามารถยืนเหนือเส้นแนวต้านได้ในรอบนี้มีนัยสำคัญท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุน จึงแนะนำลงทุนในรูปแบบเก็งกำไรภายใต้คำแนะนำ Tactical Call


โดยมีคำแนะนำดังนี้

1. แนะนำเข้าลงทุนที่ระดับราคาไม่เกิน 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เราแนะนำให้พิจารณาชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Tactical Call เนื่องจากทำให้ Risk/Reward ratio เข้าใกล้ระดับ 1:1 หรือระหว่างวันที่ 23 - 27 พฤษภาคม 2022 ขึ้นอยู่กับว่าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจะเกิดขึ้นก่อน 


ตัวอย่างเช่น 


  • ราคาทองคำยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2022 เราก็แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อภายใต้คำแนะนำ Tactical Call


  • หรือราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปเหนือระดับ 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2022 เราก็แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อภายใต้คำแนะนำ Tactical Call


และเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถึงแม้ราคาทองคำจะกลับลงมาต่ำกว่า 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง FINNOMENA Investment Team ก็ยังคงแนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Tactical Call เนื่องจากปัจจัยทางเทคนิคอาจเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่ให้คำแนะนำครั้งแรก


2. แนะนำแบ่งขายบางส่วนตามดุลยพินิจของนักลงทุนที่ช่วงราคา 1,880-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (upside 1.97% - 8.15%) และจุด Take Profit ทั้งหมดที่ระดับ 2,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (upside +12.20%)


3. แนะนำ Limit Loss หรือตัดขาดทุนทันที เมื่อราคาต่ำกว่า 1,770 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (downside -3.84%)


นักลงทุนที่เหมาะกับ Tactical Call ระยะสั้นนี้ควร…

1. เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง

2. ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

3. สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนทองคำหรือทองคำอยู่แล้วมากกว่า 10% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด FINNOMENA Investment Team ไม่แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนหรือลงทุนในรูปแบบเก็งกำไรภายใต้คำแนะนำ Tactical Call ครั้งนี้

4. นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที

อ่านมุมมองจาก FINNOMENA Investment Team

ขาย

ทำกำไรหุ้นพลังงานสะอาดจีน

  • P-CGREEN

    กองทุนรวมหุ้นพลังงานสะอาดจีน

    Fund of Funds

จากคำแนะนำ FINNOMENA Tactical Call: หุ้นพลังงานสะอาดจีน ยืนเหนือเส้น 100 วัน หลังกลับมาเปิดเมือง ซี่งมีคำแนะนำ Take Profit ทั้งหมดเมื่อ KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF ปรับตัวขึ้นมาที่ 42.67 จุด


เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF ปิดตลาดที่ระดับ 42.30 จุด ใกล้เคียงกับระดับ 42.67 จุด FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำให้นักลงทุนปรับลดสัดส่วนทำกำไร โดยเราแนะนำให้ปรับเข้าลงทุนในกองทุนตลาดเงินเพื่อรอจังหวะการลงทุนในอนาคตต่อไปผ่านกองทุน KFSPLUS


สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือครองต่อเพื่อเก็งกำไร FINNOMENA Investment Team ประเมินจุดรักษากำไร (Trailing Stop) ซึ่งเป็นระดับดัชนีสุดท้ายที่ควรขายเพื่อทำกำไร หาก KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 39 จุด


FINNOMENA Investment Team

อ่านมุมมองจาก FINNOMENA Investment Team