แจ้งเตือน

FINNOMENA REVIEW

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?

หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน

TMBUSB

Created by:

PortRomeo

Key Highlights

  • TMBUSB เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นของ TMBAM Eastspring ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ถือกองทุนตราสารหนี้ จุดประสงค์หลักคือมีเพื่อไว้พักเงินหรือเก็บเงิน อาจเรียกได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งนอกเหนือไปจากการฝากธนาคารปกติทั่วไป
  • การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เป็นทางเลือกการเก็บเงินที่เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนเพราะไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุน สำหรับนักลงทุนที่จัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ก็มักจะถือกองทุนตราสารหนี้ไว้บางส่วนเพื่อพักเงินหรือกระจายความเสี่ยง ไม่ให้พอร์ตผันผวนเกินไป
  • กองทุน TMBUSB นั้นมีจุดเด่นตรงที่ผู้จัดการกองทุนมีประสบการณ์มากในตราสารหนี้ นโยบายการลงทุนเองก็เปิดกว้างยืดหยุ่น สามารถลงทุนได้ทั้งในและนอกประเทศ ถึงอย่างนั้นก็มีกรอบเครดิตเรตติ้งที่กำหนดกันภายในอย่างเข้มงวด เพื่อคัดเลือกตราสารที่มีคุณภาพเหมาะสมกับกองทุนจริงๆ

Introduction

เมื่อถามคนรอบตัวที่เป็นเพื่อนร่วมชะตาชีวิตมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน หลายๆ คนที่ลงทุนในกองทุนนั้นอ้างอิงถึง TMBUSB หรือ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน ในฐานะกองทุนในดวงใจที่ถือครองกัน ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่หลายคน นั่นจึงเป็นที่มาของข้อสงสัยว่า TMBUSB คือกองทุนอะไร ทำไมหลายๆ คนถึงชื่นชอบนัก

หากใครได้ลองไปศึกษา ก็พอจะเห็นภาพแล้วว่า TMBUSB เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นของ TMBAM Eastspring ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ถือกองทุนตราสารหนี้เนี่ย จุดประสงค์หลักคือมีเพื่อไว้พักเงินหรือเก็บเงิน อาจเรียกได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งนอกเหนือไปจากการฝากธนาคารปกติทั่วไป ซึ่งให้ผลตอบแทนต่อปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5% สำหรับออมทรัพย์ และ 1.5% สำหรับฝากประจำ

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 1: อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย)

การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เป็นทางเลือกการเก็บเงินที่เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนเพราะไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุน สำหรับนักลงทุนที่จัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ก็มักจะถือกองทุนตราสารหนี้ไว้บางส่วนเพื่อพักเงินหรือกระจายความเสี่ยง ไม่ให้พอร์ตผันผวนเกินไป

ไหนๆ ก็พูดถึงกองทุนตราสารหนี้แล้ว เราเชื่อว่าหลายคนยังไม่คุ้นเคยกับสินทรัพย์ประเภทนี้มากนัก คนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับหุ้นหรืออสังหาฯ มากกว่า วันนี้เลยขอพาไปย้อนทำความรู้จักตราสารหนี้กันก่อนว่ามันคืออะไร จากนั้นเราก็จะพามาทำความรู้จักกองทุน TMBUSB ให้มากขึ้น ซึ่งเราได้รับเกียรติจากคุณไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ – ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน ของ บลจ.ทหารไทย มาให้รายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนกัน

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 2: สรุปไฮไลต์ของบทความ

ตราสารหนี้ คืออะไร?

เราจะขออธิบายง่ายๆ ว่าตราสารหนี้นั้นเปรียบเสมือนเอกสารแสดงหลักฐานการกู้ยืมเงิน ที่ผู้ขอยืมเงินออกให้กับผู้ที่ให้ยืมเงิน เปรียบง่ายๆ ว่าเราต้องการจะยืมเงินเพื่อน 100 บาท เมื่อเพื่อนให้เรายืมเงิน เราก็จะออกเอกสารตราสารหนี้นี้ให้เพื่อนถือไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าเรายืมเงินเขา โดยสัญญานี้ก็จะกำหนดระยะเวลาว่าเราต้องคืนเงินเพื่อนภายในระยะเวลาเท่าไร และระหว่างนั้นเราต้องจ่ายดอกเบี้ยเพื่อนเท่าไร

ตราสารหนี้สามารถแบ่งออกมาเป็นหลายประเภทเลยละ แต่เบื้องต้น หลักๆ ก็จะแบ่งตามสามปัจจัยนี้

1. ตามผู้ออกซึ่งเป็น “เจ้าหนี้” เช่น ถ้าเป็นบริษัทเอกชน ก็จะเรียกว่าหุ้นกู้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ก็จะเรียกว่าพันธบัตร

2. ตามระยะเวลา เช่น ถ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปีเรียกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น ถ้ามากกว่า 1 ปีเรียกว่าตราสารหนี้กลาง-ระยะยาว

3. ตามเกรด เช่น หากเป็นผู้ออกที่มีความน่าเชื่อถือสูงมาก มีความเสี่ยงต่ำสุดในการผิดชำระหนี้ ก็จะถูกจัดเกรดเป็น AAA ส่วนเกรดที่ต่ำที่สุดคือ D

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 3: การจัดอันดับเกรดของตราสารหนี้ โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตในไทย (ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

การถือครองตราสารหนี้ไม่ได้หยุดแค่ผู้กู้ยืมกับผู้ยืมเงิน แต่ตราสารหนี้สามารถนำไปซื้อขายกันในตลาดรองได้อีก กล่าวคือ เพื่อนของเราอาจจะเอาตราสารหนี้ที่เราออกให้ ไปขายให้กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนอีกคนหนึ่งพอเห็นว่าเราจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารก็อยากจะถือครองตราสารหนี้ ทีนี้เจ้าหนี้ของเราก็จะไม่ใช่เพื่อนคนแรกแล้วละแต่กลายเป็นคนที่สองแทน เราจะต้องคืนเงิน 100 บาทให้เพื่อนคนที่สอง รวมถึงจ่ายดอกเบี้ยที่เหลือให้เพื่อนคนที่สองด้วย ซึ่งพอดูเผินๆ แล้วก็เหมือนเพื่อนคนที่สองมาฝากเงินไว้กับเราอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งถ้าหากเราเป็นคนดี ไม่เบี้ยวหนี้ เราก็จะถือว่าเป็นผู้ออกตราสารที่เกรดสูง คนที่ถือตราสารของเราก็วางใจได้เพราะมีความมั่นคง เสี่ยงน้อย

เราในฐานะคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการซื้อตราสารหนี้ตรงๆ จากผู้ออก ส่วนใหญ่จะซื้อผ่านกองทุนเพราะสะดวกกว่า

ว่าแต่ว่าความแตกต่างระหว่างการซื้อตราสารหนี้โดยตรง กับซื้อกองทุนตราสารหนี้นั้นเป็นอย่างไร?

ข้อดีของกองทุนคือได้กระจายลงทุนในหลายๆ ตราสาร เพียงซื้อแค่กองทุนเดียว เงินของเราก็จะกระจายไปยังหลายๆ ตราสารแล้ว ซึ่งถ้าแยกซื้อเดี่ยวๆ ทีละอันละก็ใช้เงินมหาศาลแน่ๆ การซื้อกองทุนจึงช่วยให้เราได้ลงทุนในตราสารหนี้โดยใช้เงินไม่เยอะ แถมมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้ เราไม่ต้องจัดการเรื่องที่ว่าจะถือตราสารหนี้อันไหนดี ต้องซื้อหรือขายเมื่อไร เรียกได้ว่า เหมือนมีเพื่อนคนหนึ่งที่ซื้อตราสารหนี้มาไว้เยอะมากๆ และเชี่ยวชาญถึงขั้นรู้ว่าควรซื้อตัวไหน ขายตัวไหน ในเมื่อเราไม่อยากลำบากไปตามล่าซื้อตราสารหนี้มาไว้เอง เราก็แค่เอาเงินไปสมทบทุนให้เขาซื้อตราสารหนี้มาเก็บไว้ แลกกับส่วนของความเป็นเจ้าของในกลุ่มก้อนตราสารหนี้ที่เขาถือ โดยเราก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี ถือเป็นค่าตอบแทนที่เขาช่วยบริหารสินทรัพย์ให้เรา

แล้วตราสารหนี้ระยะสั้น ต่างจากตราสารหนี้ระยะยาวอย่างไร?

อย่างกองทุน TMBUSB ที่เรากำลังจะพูดถึงหลังจากนี้นั้นถือครองตราสารหนี้ระยะสั้น เนื่องจากตราสารหนี้ระยะสั้นมีระยะเวลาถือครองที่สั้นกว่า ข้อดีคือการมีสภาพคล่องที่เยอะกว่า ซื้อขายได้รวดเร็วกว่า แม้ว่าจะไม่ได้ถอนเงินได้ลื่นไหลเหมือนการฝากธนาคารที่ถอนปุ๊บได้ปั๊บ แต่ตราสารหนี้ระยะสั้นก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงรองๆ ลงมาจากเงินฝากเลยละ หากเราขายวันนี้ พรุ่งนี้ก็ได้รับเงินแล้ว ในขณะที่ตราสารหนี้ระยะยาวนั้นจะต้องรอนานกว่านี้หน่อยนึง แต่ถ้าถามว่าอัตราผลตอบแทนของอันไหนสูงกว่ากัน โดยเฉลี่ยแล้วตราสารหนี้ระยะยาวจะสูงกว่า ซึ่งก็ถือเป็นสิ่งที่หักล้างกันไปกับสภาพคล่องที่น้อยกว่านั่นเอง

รายละเอียดกองทุน TMBUSB

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 3: ข้อมูลกองทุน TMBUSB โดยคร่าว (ที่มา: FINNOMENA, TMBAM Eastspring)

*ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต*

ดูข้อมูลผลการดำเนินงานปัจจุบันได้ ที่นี่

ดูหนังสือชี้ชวนต้นฉบับและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ที่นี่

TMBUSB เป็นกองตราสารหนี้ระยะสั้นแบบ Active ซึ่งก็หมายความว่ากองทุนมุ่งมั่นที่จะเอาชนะดัชนีชี้วัด ตัวกองทุนมีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% โดยกองทุนสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่เกรดต่ำลงมาอย่างพวก Non-Investment Grade หรือ Unrated ด้วย ทั้งนี้จึงแปลได้ว่าอาจมีผลตอบแทนสูงขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้จนทำให้ไม่ได้รับเงินคืนก็สูงขึ้นเช่นกัน

เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกลัวไป จากข้อมูลล่าสุดในหนังสือชี้ชวน เราจะเห็นได้ว่าความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ไม่ได้สูงจนน่ากลัว เพราะ International Credit Rating ตราสารหนี้ของกองทุนนั้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ AA,A ซึ่งแปลได้ว่าความเสี่ยงนั้นโน้มเอียงไปทางต่ำ และเมื่อพิจารณาไปถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในผู้ออกรายใดรายหนึ่ง (High Issuer Concentration Risk) ก็จะเห็นว่าต่ำมาก น้อยกว่า 10% นั่นหมายความว่ากองทุนกระจายความเสี่ยงไว้เยอะทีเดียวด้วยการถือครองตราสารหนี้จากหลายๆ ผู้ออก ความเสี่ยงที่จะโดนผลกระทบรุนแรงจากการผิดนัดชำระหนี้โดยผู้ออกรายใดรายหนึ่งจึงน้อยตามไปด้วย

และเนื่องจากกองทุน TMBUSB มีส่วนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้น อีกเรื่องหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงคือการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดตอนนี้คือกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงเกือบทั้งหมด

ทีนี้ ลองมาดูกันดีกว่าว่าประเภทสินทรัพย์ที่ TMBUSB ลงทุนนั้นมีอะไรบ้าง

รูปที่ 4: สัดส่วนทรัพย์สินที่ลงทุน (ที่มา: TMBAM Eastspring)

หลักๆ แล้วจะเป็นหุ้นกู้ (ตราสารหนี้ภาคเอกชน) 59.17% รองลงมาคือพันธบัตร (ตราสารหนี้ภาครัฐ) 21.85% เงินฝากประจำ 18.10%  และนอกเหนือจากนั้นก็จะยิบย่อยลงไป โดยตราสารหนี้ที่กองทุนเข้าไปถือมากสุดคือกลุ่มตราสารหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย/กระทรวงการคลัง (เกรด  AAA) ที่เหลือก็เป็นเงินฝากในธนาคารทั้งไทย/ต่างชาติ และตราสารหนี้ภาคเอกชนอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเกรดที่สูง เมื่อเจาะลงไปดูพอร์ตการลงทุนแบบเต็มๆ ก็จะเห็นได้ว่ามีการกระจายการลงทุนไปเยอะจริงๆ ตามที่หนังสือชี้ชวนระบุไว้ข้างต้น โดยเฉพาะในส่วนของเงินฝากที่กระจายไปหลายธนาคารจากหลายประเทศมากๆ ด้วยเหตุผลหลักๆ ก็คือเพื่อกระจายความเสี่ยง

“จริงๆ การลงทุนควรจะมีการกระจายการลงทุน กองทุนก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเราไปฝากเงินที่ธนาคารใดธนาคารเดียวจำนวนมากๆ ก็จะมีความเสี่ยงเรื่องการกระจุกตัว เกิดธนาคารเหล่านั้นในอนาคตมี credit แย่ลง เราอาจจะกังวลได้ แต่ถ้าเราระมัดระวังโดยกระจายการลงทุนเพียงพอ เวลาเกิดปัญหา ผลกระทับก็จะน้อยลง สำหรับหลักการการกระจาย เราดูเรื่องภูมิภาคด้วย บางประเทศกองทุนก็จะไม่ลงทุน ถ้ามีความเสี่ยงของประเทศ เช่น ด้านผิดนัดชำระหนี้หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกพลิกผัน จะทำให้หลายๆ ประเทศที่มีเงินกู้เยอะๆ อาจประสบปัญหาชำระหนี้คืน”

คุณไพศาล ครุฑดำรงชัย

ส่วนวิธีการคัดเลือกตราสารหนี้เข้าพอร์ตนั้น ทาง บลจ.ทหารไทยก็มีเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวด โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณาเลยก็คือ “การผิดนัดชำระหนี้” หรือ Default Rate ของผู้ออกตราสาร ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญอย่างหนึ่งที่ทาง บลจ. ให้ความสำคัญมาก ถ้าเป็นที่อื่นๆ อาจจะดูเครดิตจากบริษัทจัดอันดับข้างนอก เช่น Fitch หรือ Tris แต่ บลจ.ทหารไทยจัดตั้งทีมเพื่อดูแลเรื่องการให้เครดิตตราสารหนี้โดยเฉพาะ

“เรามีทีมงานที่ทำเรื่องความเสี่ยงเครดิตโดยเฉพาะ เวลาเราจะเลือกลงทุน เราจะดู external credit ก็คือทาง Tris, Fitch, Moody’s หรือ S&P เป็นมาตรฐาน แล้วเราก็จะมาทำภายในว่าสิ่งที่ external credit หรือ เรตติ้งที่เอเจนซี่ให้เนี่ย มันควรจะเป็นอย่างนี้ไหม ถ้าเรามองว่าเครดิตเรตติ้งเอเจนซี่ให้สูงเกินไป ภายในเราอาจจะให้ต่ำกว่านี้ หรือไม่อนุญาตให้ผู้จัดการกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้เหล่านั้นเลย นั่นก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่อาจจะทำให้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา บลจ.ทหารไทยไม่เคยประสบปัญหาด้านการไปลงทุนแล้วเกิดการผิดนัดชำระหนี้ ต้องเรียนว่าทีมงานบริหารเรื่องเครดิตค่อนข้างเข้มงวดมากๆ”

คุณไพศาล ครุฑดำรงชัย

นอกเหนือไปจาก Default Rate แล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ อย่างอายุของตราสารหนี้ (Duration) และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งควรจะสูงมากพอเพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนอันน่าพอใจได้

อย่างที่พอจะรู้กันว่า TMBAM Eastspring มีกองทุนตราสารหนี้ 5 กอง

แบ่งเป็นระยะสั้น 2 กอง และระยะกลาง-ยาว 3 กอง

ทีนี้เราลองเปรียบเทียบกองทุนที่ถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเหมือนกันดีกว่า เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะยังสงสัยว่า TMBUSB กับ TMBTHANAPLUS ต่างกันอย่างไร?

“ธนพลัสเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหมือนกัน แต่ credit quality ของผู้ออกตราสารในพอร์ตจะดีกว่า เพราะว่านโยบายกำหนดไว้ชัดเจนว่ากองทุนจะต้องลงทุนในเครดิตเรตติ้งที่ไม่ต่ำกว่า A- เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วเครดิตจะดีกว่า TMBUSB อีกอย่างหนึ่งที่ธนพลัสกำหนดเป็นการภายในก็คือว่าลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินกว่า 40% ฉะนั้นความยืดหยุ่นในการลงทุนต่างประเทศจึงน้อยกว่า TMBUSB อย่างไรก็ตาม ธนพลัสก็มีเกณฑ์ภายในอีก ซึ่งค่อนข้างเข้มงวดมากๆ เพื่อไม่ให้ตัว NAV ของกองทุนมีความผันผวน เพราะฉะนั้นเขาก็จะมีการกระจายการลงทุนที่ค่อนข้างมาก ทำให้โดยรวมผลตอบแทนก็เลยต่ำกว่า TMBUSB”

คุณไพศาล ครุฑดำรงชัย

หากดูจากหนังสือชี้ชวนอย่างเดียว เราก็จะเห็นว่า TMBUSB มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศสูงกว่า อยู่ที่ไม่เกิน 79% ส่วน TMBTHANAPLUS ไม่เกิน 40% นั่นหมายความว่า TMBUSB มีความยืดหยุ่นในการไปลงทุนต่างประเทศมากกว่า ทางด้าน Credit Quality ทาง TMBTHANAPLUS นั้นจะสูงกว่านิดหน่อย โดยขั้นต่ำเครดิตตราสารหนี้จะอยู่ที่ A- โดยรวมเครดิตของธนพลัสจึงดีกว่า

ทางด้าน Portfolio Duration หรือค่าเฉลี่ยของระยะเวลาตราสารหนี้ที่กองทุนถืออยู่ ของ TMBUSB ตอนนี้สั้นกว่านิดหน่อย อยู่ที่ 0.67 ในขณะที่ TMBTHANAPLUS อยู่ที่ 0.77

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 5-6: Portfollio Duration ของ TMBUSB (บน) และ TMBTHANAPLUS (ล่าง) (ที่มา: TMBAM Eastspring)

ว่าแต่ผลตอบแทนล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 7: ผลการดำเนินงานย้อนหลังตามปีปฏิทิน เทียบกับดัชนีชี้วัด (ที่มา: TMBAM Eastspring)

*ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต*

จะเห็นได้ว่าปีที่แล้ว (2561) ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.51% ซึ่งสูงกว่าการฝากออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 0.5% หากดูย้อนหลังก็จะพบว่าผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอไม่ผันผวน โดยรวมถือว่าไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีชี้วัด แต่ผลตอบแทนยังน้อยกว่าดัชนีนิดหน่อย เพราะดัชนีซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของกองทุนนั้นใช้ตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1 ปี ในขณะที่อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ต TMBUSB นั้นอยู่เพียงประมาณ 0.5 ปีเท่านั้น

“นึกง่ายๆ ว่ากองทุนนี้ฝากเงินที่อายุ 6 เดือน ในขณะที่เกณฑ์อ้างอิงคือ 1 ปี เพราะฉะนั้น ผลตอบแทนโดยรวมแล้ว การฝากเงิน 6 เดือน ก็มักจะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าการฝากเงิน 1 ปี”

คุณไพศาล ครุฑดำรงชัย

เหตุผลที่สอง คือตัวดัชนีชี้วัดนั้นเครดิตเรตติ้งอยู่ที่ BBB ในขณะที่ตัวกองทุนนั้นจะมีเครดิตที่สูงกว่า ตราสารหนี้ที่มีเกรด BBB ใน TMBUSB นั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ของพอร์ตเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การที่มีเครดิตเรตติ้งอยู่ที่ BBB จึงทำให้ผลตอบแทนของดัชนีจึงสูงกว่า เข้าคอนเซ็ปต์ยิ่งเสี่ยงยิ่งผลตอบแทนสูง

ถึงอย่างนั้น ในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นด้วยกันเอง TMBUSB ถือว่าทำได้ดี มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ และติดอันดับต้นๆ ของประเภทนี้

“ปัจจุบัน TMBUSB ลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 79% มีความยืดหยุ่นสูงมากๆ ปัจจุบันลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ สูงถึง 60% เลยทีเดียว ถามว่าสูงขนาดนี้ทำไมถึงไปลงทุน? ต้องบอกว่าบางช่วงบางขณะ การลงทุนในต่างประเทศแล้วมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 100% ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในประเทศด้วยอายุของตราสารที่เท่ากัน คุ้มกว่า แล้วความมั่นคงของบริษัทหรือตัวผู้ออกตราสารก็ดีกว่าประเทศไทย เนื่องจากตัวกองทุนมีความยืดหยุ่นสูงมากๆ ทางผู้จัดการกองทุนจะคอยสังเกตทุกขณะว่าควรลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศดี ถ้าเขาเห็นว่าการลงทุนในต่างประเทศได้ผลตอบแทนหลังจากหักค่าใช้จ่ายเรื่องของการทำ Swap เปลี่ยนค่าเงินป้องกันความเสี่ยงจากสกุลต่างประเทศมาเป็นบาทแล้วให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าการลงทุนในประเทศ เขาก็จะลงทุนในประเทศก่อน ช่วงใดที่ตลาดต่างประเทศเปิดกว้าง มีโอกาสในการลงทุนแล้วสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนเป็นเงินบาทในประเทศไทย เขาก็จะเริ่มลงทุนในต่างประเทศ ก็เลยทำให้โดยเฉลี่ยแล้วผลตอบแทนของ TMBUSB ดีกว่ากองตราสารหนี้ประเภทเดียวกันที่ลงทุนในประเทศค่อนข้างเยอะ สูงกว่าประมาณ 0.2-0.3% โดยรวม”

คุณไพศาล ครุฑดำรงชัย

ทางด้านความเสี่ยง จุดขาดทุนสูงสุด (Max Drawdown) ย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง อยู่ที่ -0.06% ส่วน Standard Deviation อยู่ที่ 0.13% ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างต่ำตามมาตรฐานกองทุนตราสารหนี้ ยิ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นก็ยิ่งต่ำ เห็นได้จากกองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลาง-ยาวกองอื่นๆ ของ TMBAM Eastspring ซึ่งจะมี Max Drawdown อยู่ที่ -0.3%-0.4%

ฝั่งค่าธรรมเนียม ข้อดีคือไม่มีค่าเข้าออก ส่วนค่าใช้จ่ายรายปีอยู่ที่ 0.4334% ถือว่าใกล้เคียงกับ TMBTHANAPLUS ซึ่งอยู่ที่ 0.4518%

เก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? หาคำตอบด้วยการพักเงินผ่านกองทุน TMBUSB
รูปที่ 8: เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม (ที่มา: FINNOMENA Fund)

Conclusion

กองทุน TMBUSB นั้นมีจุดเด่นตรงที่ผู้จัดการกองทุนมีประสบการณ์มากในตราสารหนี้ นโยบายการลงทุนเองก็เปิดกว้างยืดหยุ่น สามารถลงทุนได้ทั้งในและนอกประเทศ ถึงอย่างนั้นก็มีกรอบเครดิตเรตติ้งที่กำหนดกันภายในอย่างเข้มงวด เพื่อคัดเลือกตราสารที่มีคุณภาพเหมาะสมกับกองทุนจริงๆ ดังนั้น ถ้าตราสารแห่งใดได้เรตติ้งต่ำ ทางผู้จัดการกองทุนก็สามารถเปลี่ยนไปลงทุนในตราสารอีกแห่งแทนได้ เพื่อให้ผลตอบแทนกลับคืนมาสูงดังเดิม ที่ผ่านมา TMBUSB จึงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นประเภทเดียวกันอยู่ประมาณ 0.2%-0.3% ต่อปี แล้วมีสภาพคล่องค่อนข้างสูง สามารถขายคืนได้เงินภายในวันทำการถัดไป

TMBUSB จึงเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความผันผวนน้อย มีความมั่นคง มีผลดำเนินงานย้อนหลังที่สม่ำเสมอ จึงเหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการพักเงินระยะสั้น หรือเก็บเงินเพื่อเป้าหมายบางอย่าง โดยมีระยะเวลาการลงทุนสักหนึ่งเดือนขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินในธนาคารตามปกติ แต่ก็เข้าใจและสามารถรับได้กับความเสี่ยงที่มาพร้อมผลตอบแทนที่มากกว่าด้วยเช่นกัน

เพิ่มเติม

  • อันดับความน่าเชื่อถือ ถ้าเป็นในประเทศไทย หุ้นกู้ (ตราสารหนี้ภาคเอกชน) จะได้รับการจัดอันดับตามความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ โดยสถาบันจัดอันดับในไทยอย่าง Tris และ Fitch (ประเทศไทย) แต่ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาล จะได้รับเกรด AAA คือดีที่สุด น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศ เพราะสามารถเก็บภาษีเพื่อมาคืนหนี้ได้ แต่ถ้ารัฐบาลจะนำพันธบัตรไปขายต่างประเทศ ก็จะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเช่นกัน

ท่านสามารถลงทุนในกองทุน TMBUSB ผ่าน FINNOMENA ด้วยพอร์ตพักเงิน PLUS ได้เพียงสร้างแผนและเปิดบัญชีลงทุน (ไม่ต้องใช้เอกสาร เสร็จภายใน 1 วัน ผ่าน Application FINNOMENA) หรือต้องการลงทุนตามคำแนะนำของฟินโนมีนาในพอร์ตอื่น ๆ เป็นเพียงบางกองทุน หากสนใจ คลิกที่นี่ https://www.finnomena.com/plus/ หรือ แบนเนอร์ข้างล่างได้เลย นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างแผน PLUS ผ่านแอปฯ LINE ผ่านมือถือได้ด้วย คลิก >> https://www.finnomena.com/line/intro

ดูข้อมูล TMBUSB เพิ่มเติมได้ที่

TMBAM Eastspring – TMBUSB
FINNOMENA Fund – TMBUSB

ดูข้อมูล TMBTHANAPLUS เพิ่มเติมได้ที่
TMBAM Eastspring – TMBTHANAPLUS
FINNOMENA Fund – TMBTHANAPLUS

ข้อมูลอ้างอิงอื่นๆ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Jessada Sookdhis

Investment Analyst (IA)

ตรวจทานบทความ

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุน โดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90)