Analysis: 2 กรรมการเฟดสายเหยี่ยว ลาออกกะทันหัน ถูกวิจารณ์ไม่เหมาะสม หลังมีรายงานซื้อขายหุ้น ส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปีหน้า

ประธาน Fed สาขาดัลลัสและบอสตัน ประกาศลาออกจากตำแหน่งกะทันหัน หลังการเปิดเผยรายงานซื้อขายหุ้นในปี 2020 ทำให้ Fed สูญเสียเจ้าหน้าที่สายเหยี่ยวระดับสูง 2 คน ขณะหารือเกี่ยวกับ QE Tapering และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) Eric Rosengren ประธาน Fed สาขาบอสตัน และ Robert Kaplan ประธาน Fed สาขาดัลลัส ออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดย Eric Rosengren จะลาออกในปลายสัปดาห์นี้ ในขณะที่ Robert Kaplan จะลาออกในวันที่ 8 ต.ค.

🏦  การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจช้าลงกว่าเดิม

จุดยืนเรื่องนโยบายการเงินของกรรมการ Fed ทั้ง 2 คน เป็นสายเหยี่ยว ที่สนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้นโยบายการเงินเข้มงวด โดยตำแหน่งของ Robert Kaplan ประธาน Fed สาขาดัลลัส ปัจจุบันยังไม่มีสิทธิในการโหวตกำหนดนโยบายการเงินของ FOMC โดยตำแหน่งประธาน Fed สาขาดัลลัส จะมีสิทธิในการโหวตกำหนดนโยบายในปี 2023
ส่วนตำแหน่งของ Eric Rosengren ประธาน Fed สาขาบอสตัน จะมีสิทธิในการโหวตกำหนดนโยบายในปี 2022 ดังนั้น การที่กรรมการ Fed ทั้ง 2 คนลาออก จะส่งผลต่อจุดยืนการตัดสินใจนโยบายการงินของ Fed ในภาพรวม

การประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Fed ส่งสัญญานว่าจะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรในเร็วๆ นี้ และมี 9 จาก 18 เสียง ของเจ้าหน้าที่ Fed ที่ต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีในปี 2022

Krishna Guha หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ธนาคารกลางจาก Evercore ISI มองว่า การลาออกดังกล่าวจะทำให้เหลือเจ้าหน้าที่ Fed ระดับสูงเพียง 7 คน ที่ต้องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2565 และการลาออกของทั้งคู่ยังบรรเทาแรงกดดันต่อ Jerome Powell ในการดำรงตำแหน่งประธาน Fed สมัยถัดไป

วาระของ Jerome Powell จะสิ้นสุดลงในเดือน ก.พ. และคาดว่า ปธน.โจ ไบเดน จะตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งประธาน Fed ภายใน พ.ย. นี้

🏦  สาเหตุที่ทำให้ 2 กรรมการเฟดสายเหยี่ยวประกาศลาออก

Robert Kaplan กล่าวว่า เขาตัดสินใจเกษียณอายุก่อนกำหนด เพราะความสนใจของสังคมเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของเขา ได้เข้ามารบกวนการทำงานของคณะกรรมการ Fed ที่มีความสำคัญมาก

ในขณะที่ Eric Rosengren ให้เหตุผลการเกษียณอายุก่อนกำหนดด้วยปัญหาสุขภาพ และเผยว่าเขาได้เข้ารับการปลูกถ่ายไตได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2020

ทั้ง Robert Kaplan และ Eric Rosengren ถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของปี 2020 ที่ระบุว่ากรรมการ Fed ทั้งสองคนมีการถือครองและซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน ในช่วงเวลาที่ Fed กำลังกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

โดย Robert Kaplan ดำรงตำแหน่งประธาน Fed สาขาดัลลัสมาเป็นเวลา 6 ปี และเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Goldman Sachs ได้เปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

🏦  การจัดการของ Fed และผู้ดำรงตำแหน่งประธานชั่วคราว

โฆษกของ Fed ในวอชิงตัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ Fed ทั้งสอง สมัครใจลาออกเอง โดยไม่มีแรงกดดดันจากคณะกรรมการ

โดย Eric Rosengren และ Robert Kaplan จะขายการถือครองหุ้นทั้งหมดภายใน 30 ก.ย. แม้ว่าพวกเขาจะทำตามกฎของ Fed และแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม

การเปิดเผยดังกล่าวทำให้ Jerome Powell ประกาศว่าจะพิจารณากฏจริยธรรมเกี่ยวกับการถือครองทางการเงินและกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกครั้ง

Jerome Powell กล่าวว่า ไม่มีใครในคณะกรรมการ Fed ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น และ Fed ตั้งใจแน่วแน่ที่จะจัดการปัญหาดังกล่าว

Meredith Black รองประธาน Fed สาขาดัลลัส จะเลื่อนการเกษียณอายุออกไปและทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ในขณะที่ Kenneth Montgomery รองประธาน Fed สาขาบอสตัน จะดำรงตำแหน่งประธานชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกประธานคนใหม่

อ้างอิง: https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-09-27/kaplan-steps-down-as-dallas-fed-chief-hours-after-rosengren?sref=e4t2werz 

 ——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม