FINNOMENA The Opportunity Morning Brief 03/09/2021

จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้ ปัจจัยชี้นำ Fed ทำ QE Tapering

ภาพความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดหุ้นทั่วโลก 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones +131.29 จุด (+0.37%) S&P500 +12.86 จุด (+0.28%) Nasdaq +21.80 จุด (+0.14%) Small Cap 2000 +14.50 จุด (+0.63%) VIX index อยู่ที่ 16.41 (+1.86%) S&P500 และ Nasdaq ทำ All time high

ตลาดหุ้นยุโรป Euro Stoxx 50 +4.83 จุด (+0.11%) Dax เยอรมัน +16.30 จุด (+0.10%) CAC 40 ฝรั่งเศส +4.39 จุด (+0.07%)

ตลาดหุ้นเอเชียล่าสุด (เช้าวันที่ 3 ก.ย. 2564) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเคลื่อนไหวในแดนบวกมากกว่า 1% ตลาดหุ้นจีน CSI 300 และตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลดลงเล็กน้อย และ SET Index เคลื่อนไหวผันผวน

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เช้าวันที่ 3 ก.ย. 2564) ราคาทองคำ 1,816.40 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Silver ราคา 23.98 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบ WTI 69.86 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Brent 73.07 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคา Cryptocurrency (เช้าวันที่ 3 ก.ย. 2564) Bitcoin 48,898 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Ethereum 3,768.91 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Dogecoin 0.293015 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Binance Coin 482.19 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายวัปดาห์ประกาศออกมาที่ 3.4 แสนราย ต่ำที่สุดตั้งแต่มีนาคม 2020

ตลาดคาการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคม 7.2 แสนตำแหน่ง (ต่ำกว่าเดือนกรกฎาคม) ตัวเลขการว่างงานอยู่ที่ 5.2% หากตัวเลขดีกว่าคาดการณ์ อาจจะส่งผลให้ FED เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด งบดุลของ FED ล่าสุดอยู่ที่ 8.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จากพายุเฮอริเคนไอดาที่ยังไม่อ่อนตัวลง ทำให้เกิดน้ำท่วมในนิวยอร์คและฟิลลาเดลเฟีย แหล่งผลิตน้ำมันตอนใต้ของสหรัฐฯ ชะงัก 90%

จีนจัดระเบียบวงการบันเทิง คุมเนื้อหาที่เป็นพิษเป็นภัยต่อเยาวชนและสังคม คาดการณ์การเติบโตของ GDP จีน ปีนี้อยู่ที่ประมาณ 8% ปีหน้าชะลอลงมาเติบโตที่ระดับ 6 – 7% ค่า P/E ของ MSCI China เปรียบเทียบกับ S&P500 ยังมีมูลค่าถูกกว่า แต่เริ่มมีความถูกน้อยลง จากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนค่า P/E ของ CSI300 เปรียบเทียบกับ S&P500 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย

นักวิเคราะห์จาก TS Lombard มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมต่อไปที่ทางการจีนจะเข้ามาควบคุมอาจจะเป็นอุตสาหกรรม Health Care

ห่วงโซ่ซัพพลายโลกค่อนข้างวิกฤติ COVID-19 ส่งผลกระทบทางเรือ ทำให้มีการขนส่งสินค้าเกิดความล่าช้ากว่า 6 เดือน ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาสั้น

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในรายใหม่ไทยอยู่ที่ 14,653 ราย (ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,397 ราย จากในเรือนจำ 256 ราย) เสียชีวิตเพิ่ม 271 ราย หายป่วยกลับบ้าน 18,262 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,249,140 ราย หายป่วยสะสม 1,077,185 ราย

 

The Opportunity

ปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรม Healthcare – การเพิ่มค่าใช้จ่ายการวิจัยในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสต่างๆ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่ซัพพลาย การเพิ่มขึ้นของการรักษาจากทางไกล และการพัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมยา นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังสนับสนุนประกันสุขภาพ การรักษาทางไกล และการเข้าถึงยาในต้นทุนที่ต่ำลง

ผลตอบแทนของกลุ่ม Healthcare ตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 3 ทำได้ดีกว่ากลุ่มเทคโลยี

กลุ่ม Defensive จะเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เมื่อกำไรต่อหุ้นผ่านจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว กำไรของกลุ่ม Healthcare ค่อนข้างนิ่ง แต่ตลาดเริ่มให้มูลค่าเพิ่มขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนโดยดู Macro Factor ในอนาคต ซึ่งพิจารณาจากการเติบโตของ GDP นโยบายการเงิน และคาดการณ์เงินเฟ้อ กลุ่ม Healthcare และกลุ่มที่มีกำไรทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาน่าสนใจ

กองทุน KFHHCARE เป็น Feeder Fund กองทุนหลัก คือ JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund ซึ่งใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom-up ผู้จัดการกองทุนมีประสบการณ์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Healthcare ถือหลักทรัพย์ประมาณ 50 – 90 ตัว ได้ Morningstar Rating 5 ดาว

JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund โฟกัสใน 5 ธีมการลงทุน คือ โอกาสที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 เน้นบริษัทที่เกี่ยวกับยาซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต การเจาะตลาดใหม่ การเลือกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง และการโฟกัสที่นวัตกรรม กองทุนหลักมีการปรับพอร์ตยืดหยุ่นตามสถานการณ์

หุ้น 5 อันดับแรก – UnitedHealth GRP 6.5%, Thermo Fisher 4.4%, Roche HLDG-Genus 4.1%, Eli Lilly & Co 3.6% และ J&J และ Bristol Mayer 3.4% หุ้น 10 อันดับแรก มี upside เฉลี่ยประมาณ 8.63%

แบ่งตามภูมิภาค – อเมริกาเหนือ 78.8%, ยุโรปและตะวันออกกลาง 18.3%, ตลาดเกิดใหม่ 1.9%, ญี่ปุ่น 0.8% และเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น 0.2%

แบ่งตามอุตสาหกรรม – Biotech 29.2%, Pharma 28%, Medtech 23.6% และ Healthcare Services 19.2%

กอง KFHHCARE-A เป็นกองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม