News Update: กองทุน ‘Passive’ ทำพลาดมาตลอด 20 ปี Elon Musk และ Cathie Wood เตือน กองทุนมีอิทธิพลต่อบริษัทมากเกินไป ทำนักลงทุนสูญกำไรมหาศาล

Elon Musk และ Cathie Wood เห็นด้วยกับ Marc Andreessen ที่มองกองทุน ‘Passive’ ว่าทำให้นักลงทุนพลาดกำไรมหาศาล และเอื้อประโยชน์ให้เฮดจ์ฟัด์มีอำนาจออกเสียงมากเกินไป

ผู้จุดประเด็นดังกล่าวขึ้นมาบนทวิตเตอร์คือ Marc Andreessen ผู้ก่อตั้ง Netscape และนักลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพ

Andreessen มองว่า เหล่าบริษัทจัดการสินทรัพย์ขนาดใหญ่อย่างเช่น Blackrock มีอำนาจออกเสียงและมีสิทธิในการโหวตมากเกินไป เพราะกองทุน Passive ของพวกเขาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

“กองทุน Passive นั้นข้ามเส้น และไปไกลเกินกว่าที่จะยอมรับได้” Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ตอบกลับทวิตดังกล่าว

Cathie Wood ผู้ก่อตั้ง Ark Invest ก็เข้าร่วมวงสนทนานี้ด้วย โดย Wood มองว่า การลงทุนแบบ Passive ทำให้นักลงทุนพลาดกำไรมหาศาล โดยยกตัวอย่าง Tesla ที่ราคาหุ้นขึ้นมาถึง 400 เท่า ในเวลาเพียง 10 ปี ก่อนที่หุ้นจะถูกรวมในดัชนีหลัก

“ประวัติศาสตร์จะชี้ให้เห็นเองว่าการลงทุนในกองทุน Passive ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เป็นการจัดสรรเงินทุนที่ผิดพลาดครั้งมหาศาล” Cathie Wood ย้ำ

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา การลงทุนแบบ Passive ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนแบบ Active อยู่มาก

ข้อมูลโดย Savita Subramanian จาก BofA Securities ระบุว่า ในช่วง 12 เดือนจนถึง มี.ค. มีเพียง 19% ของผู้จัดการกองทุนแบบ Active ที่สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีมาตรฐาน (Outperform Benchmark)

อย่างที่รู้กันว่า Cathie Wood เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนแบบ Active ที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี 2020 แต่ตอนนี้กองทุนเรือธง ARKK ของเธอกำลังเจองานยาก โดยร่วงลงแล้วเกือบ 45% ในปีนี้

ตอนนี้ Tesla อยู่ในดัชนีมาตรฐานมากมาย นั่นหมายความว่า เฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกกองทุน Passive อย่าง Vanguard และ BlackRock กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 2 และ 3 รองจาก Elon Musk

ข้อมูลจาก JPMorgan ระบุว่า การลงทุนแบบ Passive เช่น ETFs นั้นครอบครองสัดส่วนประมาณ 60% ในสินทรัพย์ประเภทหุ้น จากค่าธรรมเนียมที่ต่ำและความผันผวนที่น้อยกว่า โดยตลาด ETF พุ่งสูงขึ้นถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่การก่อตั้ง SPDR S&P 500 ในปี 1993

มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับกองทุน Passive มาหลายปีแล้ว เพราะกองทุนเหล่านี้แย่งส่วนแบ่งตลาดมาจากคู่แข่งที่เป็น Active อย่างไม่ลดละ นี่ยังไม่รวมถึงต้นทุนที่ต่ำกว่า และอำนาจในการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาด

Jack Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard และผู้คิดค้นกองทุนดัชนีในปี 1975 เพราะต้องการให้นักลงทุนรายย่อยสามารถแข่งขันกับผู้เชี่ยวชาญได้ เคยเตือนไว้ไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 2018 ว่า

“หากแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ยังคงดำเนินต่อไป สักวันหนึ่งนักลงทุนสถาบันจะเป็นผู้ควบคุมการโหวตในบริษัทสหรัฐฯ แทบทุกแห่ง ดังนั้น นโยบายสาธารณะไม่ควรเพิกเฉยต่อการครอบงำนี้ และต้องพิจารณาผลกระทบที่มีต่อตลาดการเงิน การกำกับดูแลกิจการ และระเบียบข้อบังคับ”

อ้างอิง: 

https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-05-05/elon-musk-and-cathie-wood-say-passive-investing-has-gone-too-far?sref=e4t2werz 

https://www.cnbc.com/2022/05/05/elon-musk-and-cathie-wood-knock-passive-index-investing-saying-its-gone-too-far.html

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน