News Update: เส้นทางชีวิต “วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ” จากเด็กขายไอติมตามงานวัด สู่ผู้ทำสถิติขายเบนซ์มากสุดในโลก ยอดขายเกือบ 7 พันคัน ในสัปดาห์เดียว

รำลึกถึง “วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ” เจ้าของวลี “ผมอยู่ทุกวันล่ะครับ” เริ่มต้นจากการเป็นเด็กขายไอติมตามงานวัด เจอมรสุมวิกฤติต้มยำกุ้ง สู่ผู้สร้างตำนาน ‘ตลาดนัดคนเคยรวย’ ทำสถิติขายรถเบนซ์มากสุดของโลกในหนึ่งสัปดาห์

เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) นายวสันต์ โพธิพิมพานนท์ ประธานเบนซ์ทองหล่อ กรุ๊ป หนึ่งในดีลเลอร์เบนซ์รายใหญ่ของค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จนโด่งดังไปทั่วโลกในยุคต้มยำกุ้ง ได้เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 76 ปีด้วยโรคมะเร็ง

ประวัติความสำเร็จของ “วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ” ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เขาใช้ทั้งความขยัน ความมุ่งมั่น และที่สำคัญคือ “ความอดทน” ทุ่มเทชีวิตและจิตใจ เพื่อสร้างอาณาจักรทองหล่อกรุ๊ปขึ้นมา

เส้นทางสู่วงการธุรกิจของวสันต์เริ่มต้นมาตั้งแต่เด็ก วสันต์เริ่มทำงานค้าขายเล็กๆ น้อยๆ คือรับไอศกรีมไปขายตามงานวัดที่มีหนังกลางแปลง ได้เงินมาก็นำไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสินทีละเล็กทีละน้อย

เมื่อเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เขาเลือกไปเสี่ยงดวงที่อเมริกา ไปเป็นกรรมกรที่แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลแถวนิวออร์ลีนส์ และเคยลำบากถึงขนาดไม่มีเงินติดตัวสักบาท

จนกระทั่ง เก็บเงินจากการทำงานที่อเมริกาได้ก้อนหนึ่ง วสันต์ส่งตัวเองเรียน MBA จนจบ เพราะนึกถึงคำสอนของแม่ว่าให้เรียนเก่งๆ และเรียนสูงๆ ขณะที่กำลังเรียนต่อปริญญาเอก ก็ต้องกลับเมืองไทยมาช่วยกิจการของพี่ชาย

การมาช่วยกิจการขายรถเก่าของพี่ชายถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวสันต์ ที่ได้เรียนรู้และทำงานจนชำนาญในทุกๆ ด้าน เขามองเห็นโอกาสของธุรกิจซื้อขายรถยนต์ จึงไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายรถกระบะ และรถบรรทุก แม้ว่าจะมีแค่เพิงหมาแหงนเล็กๆ เท่านั้น แต่วสันต์สามารถขายรถได้เดือนละ 20 คัน แบบที่โชว์รูมบางที่ยังทำไม่ได้

หลังจากเข้าสู่วงการขายรถอย่างเต็มตัว ก้าวต่อมา คือการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถหรู วสันต์จึงรวบรวมความกล้าไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่าย “เบนซ์” รถในฝันของเขา แม้ว่าจะยังไม่มีโชว์รูม ไม่มีเงินมาซื้อไปขายต่อ และไม่มีวงเงินธนาคาร

แต่เขายึดเทคนิคว่า “ขายให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาซื้อ” วสันต์ได้แคตตาล็อกรถเบนซ์มาเสนอขายลูกค้าปากเปล่า เมื่อลูกค้าตกลงซื้อ วสันต์ก็จะไปหาเงินซื้อรถ มาขายให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง ทำเช่นนี้อยู่ 3 ปี จึงมีโชว์รูมเป็นของตัวเอง

มรสุมเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540 จากที่เคยค้าขายคล่องตัว กลับมีรถสปอร์ตที่ขายไม่ออก จนเป็นหนี้สินอยู่ถึงสองพันล้านบาท แต่วสันต์มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ว่าต้องประคับประคองลูกน้อง อีกเกือบ 500 ชีวิตให้ยังพออยู่ได้ โดยมีหลักธรรมเป็นเครื่องนำทาง

วสันต์ จึงตัดสินใจจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ มาเสนอแผนประนอมหนี้กับธนาคาร เปลี่ยนร้านอาหารหรูย่านทองหล่อ มาขายข้าวเหนียวส้มตำ และยังเปิด “ตลาดนัดคนเคยรวย” ให้คนภายนอกนำของเคยรักเคยหวงมาขาย ได้เงินมาต่อลมหายใจธุรกิจของตัวเองได้อีก เรียกว่าไม่ละทิ้งทั้งลูกน้องและผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน

วสันต์สร้างตำนานให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยสไตล์การทำตลาดที่กล้าคิดกล้าทำ บวกสโลแกน “นึกถึงเมอร์เซเดส-เบนซ์ นึกถึงเบนซ์ทองหล่อ ผมอยู่ทุกวันล่ะครับ” ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ และเคยทำโปรโมชั่น เบนซ์ 190E ด้วยราคาต่ำสุด ๆ มียอดจองสัปดาห์เดียวเกือบ 7,000 คัน และถูกบันทึกเป็นดีลเลอร์ที่ขายรถเบนซ์ได้มากที่สุดของโลก

กว่าธุรกิจจะฟื้นตัว และพ้นจากหนี้สิน ต้องใช้เวลาถึง 15 ปี แต่ใจที่สู้อย่างไม่ท้อถอยในวันนั้น ก็ทำให้ อาณาจักรเบนซ์ทองหล่อของวสันต์ ยังคงยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้

อ้างอิง:

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ