ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงนโยบายการเงินผ่อนคลายและอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นพิเศษตามคาด ตอกย้ำว่ารัฐบาลยังคงมุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ธนาคารกลางทั่วโลกจะใช้นโยบายเข้มงวดแล้วก็ตาม

คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงเป้าหมายผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่ประมาณ 0.25% ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่า 1.7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปี เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังคงขยายกว้างขึ้น

ท่ามกลางการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ ได้สร้างความกังวลให้แก่ตลาดทุน เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ขยายกว้างทำให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น

ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนว่า เงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และสร้างความลำบากต่อภาคธุรกิจ

ทำให้ในการซื้อขายช่วงเช้าของวันศุกร์ (17 มิ.ย.) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ที่ 0.268% สูงกว่าเพดานอัตราผลตอบแทนที่ BOJ ตั้งไว้ 0.25% ก่อนจะลงมาที่ 0.22% หลังจากการตัดสินใจด้านนโยบายของ BOJ

ขณะนี้ BOJ ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นตํ่ากว่าชาติตะวันตก ทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่นโยบายดังกล่าวได้ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง จึงกระทบต่อเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบอย่างมาก

ทั้งนี้ BOJ ยังคงจับตาดูผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจต่อไป และเพิ่มคำเตือนถึงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่ง BOJ ยังคงยืนยันความพร้อมในการแทรกแซงตลาดการเงินหากมีความจำเป็น

อ้างอิง:https://www.reuters.com/markets/currencies/boj-maintain-ultra-low-rates-sound-warning-over-weak-yen-2022-06-16/

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน