News Update: จีนยุติล็อกดาวน์ ‘เฉิงตู’ วันนี้ ประชาชน 21 ล้านคน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ตลาดคาด GDP โตเหลือ 3.5% ปีนี้

จีนประกาศยุติการล็อกดาวน์เมืองเฉิงตู และอนุญาตให้ชาวเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงมาในระดับที่น่าพอใจ ด้านตลาดคาดเศรษฐกิจโตเหลือ 3.5%

ก่อนหน้านี้ (1 ก.ย.) รัฐบาลจีนสั่งล็อกดาวน์เมืองเฉิงตูเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดตามแนวทาง ‘โควิดเป็นศูนย์’ นโยบายหลักของประเทศ โดยเริ่มต้นจากการสั่งล็อกดาวน์เป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนประกาศในวันที่ 8 ก.ย. ว่า ขยายล็อกดาวน์อย่างไม่มีกำหนด จนกลายเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนในระยะหนึ่ง

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (19 ก.ย.) ชาวเมืองเฉิงตู 21 ล้านคน จะกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามปกติอีกครั้ง ทั้งในโรงเรียน บริษัทเอกชน และสถานที่สาธารณะ แต่ยังต้องตรวจโควิดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องแสดงผลตรวจภายใน 72 ชั่วโมง หากต้องการเข้าไปทำกิจกรรมในสถานที่สาธารณะ

เจ้าหน้าที่ในเฉิงตูควบคุมการระบาดได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ในเซี่ยงไฮ้ และดูเหมือนว่าจะหลีกเลี่ยงปัญหาอาหารและยาขาดแคลนได้ค่อนข้างดี ก่อนหน้านี้การหยุดชะงักในการผลิตและปัญหาซัพพลายเชนกระตุ้นการประท้วงและความไม่สงบสุขในเซี่ยงไฮ้ จนส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีน

แม้จะยุติล็อกดาวน์ในเฉิงตูแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนของนโยบายโควิดเป็นศูนย์ทำให้การเงินของรัฐบาลท้องถิ่นจีนนั้นตึงเครียดทั่วประเทศ ตอนนี้เกือบในทุกมณฑลของจีนรายงานการขาดดุลใน 7 เดือนแรก จากทั้งนโยบายโควิดเป็นศูนย์ การลดลงของการขายที่ดิน และการลดภาษี

ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างพากันปรับลดประมาณการการเติบโตของจีนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่รัฐบาลจีนเผยเป้าหมายการเติบโตของ GDP อย่างแข็งแกร่งที่ 5.5%

โดยการรวบรวมข้อมูลของ Bloomberg ระบุว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเพียง 3.5% ในปีนี้ แย่กว่าปี 2020 และถือเป็นตัวเลขที่อ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ

ตอนนี้ไม่ใช่แค่นโยบายโควิดเป็นศูนย์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ จีนกำลังเผชิญความท้าทายจากรอบด้าน ทั้งการล่มสลายของตลาดที่อยู่อาศัย ภัยแล้ง และอุปสงค์ที่อ่อนแอทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อ้างอิง:

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ