Bitcoin ร่วงต่อเนื่อง หลุดระดับ $48,000 เผชิญแรงเทขายทำกำไรหลังยืนเหนือระดับ $50,000 สู่เดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ พ.ค. 2021

เมื่อคืนนี้ (28 พ.ย.) ราคา Bitcoin ร่วงไปกว่า 4% อยู่ที่ราคาประมาณ $48,700 ซึ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) 200 วัน ขณะที่ Ether ร่วงไปเกือบ 5% โดยเหรียญอื่นๆ อย่าง Solana, Cardano, Polkadot และ Dogecoin ก็ปรับตัวลงมาเช่นกัน

ข้อมูลจาก Coinglass แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ​ รายงานว่า การร่วงแรงดังกล่าวเกิดจากการที่นักลงทุนมากกว่า 165,000 ราย เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่าประมาณ 524 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักลงทุนเริ่มถอยห่างจากตลาดคริปโทฯ ในช่วงปลายปี เนื่องจากกังวลในท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารกลาง ขณะที่ Fed เตรียมดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ความน่าสนใจของ Bitcoin ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่มองว่า Bitcoin เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

Matt Maley จาก Miller Tabak + Co. กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่เกิดแรงเทขายดังกล่าวในช่วงปลายปี เนื่องจากหลายเหรียญดิจิทัลคือผู้ชนะแห่งปี 2021 แม้จะเผชิญความผันผวนล่าสุดก็ตาม ซึ่งนักลงทุนสถาบันอาจอยู่เบื้องหลังแรงเทขายในสัปดาห์นี้

Katie Stockton ผู้ก่อตั้ง Fairlead Strategies บริษัทวิจัยที่เน้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคกล่าวว่า แนวรับครั้งถัดไปของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ $44,200 อิงจาก Fibonacci Retracement โดยระดับ $50,000 นั้นไม่สำคัญเท่าแต่มีความสำคัญทางจิตวิทยา และตอนนี้ Bitcoin กำลังตอบสนองต่อสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ในระยะสั้น

Bitcoin มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นสหรัฐฯ​ แต่รูปแบบดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในเดือนนี้ โดยในเดือน ธ.ค. ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นประมาณ 5% ขณะที่ Bitcoin ร่วงไปกว่า 16% สู่เดือนที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

อ้างอิง: https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-12-28/bitcoin-s-volatility-is-on-display-again-in-slide-below-50-000?srnd=premium-asia&sref=e4t2werz

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน