News Update: เจาะกลยุทธ์ค่ายรถเบอร์หนึ่งของโลก Toyotaโต้เสียงวิจารณ์เข้าตลาด EV ช้า 5 เหตุผล ทำไมยังไม่ลงสนาม EV?

Toyota ในฐานะเบอร์หนึ่งค่ายรถยนต์โลก ยืนหยัดใช้ ‘รถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิง’ ขับเคลื่อนบริษัท ไม่สนเสียงวิจารณ์ที่บอกว่าบริษัทเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าช้าเกินไป พร้อมมองว่า การปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบนั้นอาจใช้เวลานานกว่าคาด

โดย Toyota ตั้งเป้าลงทุน 70,000 ล้านดอลลาร์ ในรถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่าจะลงทุนครึ่งนึงหรือ 35,000 ล้านดอลลาร์ในรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในระยะเวลา 9 ปี

เปิด 5 เหตุผลที่ Toyota ยังไม่ลงสนามผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในตอนนี้

🚗ผู้บริหาร Toyota มองว่า การปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคอาจใช้เวลานานกว่าคาด

‘อาคิโอะ โตโยดะ’ ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 3 ของ Toyota ระบุว่า การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบนั้นใช้เวลามากกว่าที่สื่อประโคมให้ผู้บริโภคเชื่อ และเป็นเรื่องยากที่จะแบนรถยนต์แบบดั้งเดิมทั้งหมดภายในปี 2035 โดยกลยุทธ์ที่บริษัทยึดมั่นมาตลอดคือ การส่งมอบรถยนต์ที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้าทุกคน

นอกจากนี้ จากบทความ “ทำไม “Toyota” ถึงยอมตกขบวน ไม่ผลิต EV ทั้งคันออกมาขาย?” โดยสุรินทร์​ เจน​พิทยา ที่เผยแพร่ในกรุงเทพธุรกิจยังระบุอีก 4 เหตุผลเพิ่มเติมดังนี้ (อ้างอิง: https://www.bangkokbiznews.com/auto/1028706)

🚗Toyota เปิดโปงว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้รักษ์โลกจริง

สวนทางกับกระแสที่บอกว่าถ้าอยากรักษ์โลกต้องใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ประธานอาคิโอะนั้นมองว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยโลกจริง เพราะยิ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมามากขึ้นเท่าไหน เราก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็มาจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปล่อยมีเทน และคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นตัวเร่งภาวะโลกร้อนอยู่ดี

🚗โครงสร้างพื้นฐานของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นนั้นลงทุนสูง และเสี่ยงภัยพิบัติ

Toyota ระบุว่า ถ้าต้องวางโครงสร้างในญี่ปุ่นให้ผลิตไฟฟ้าเพียงพอสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 14-37 ล้านล้านเยน นอกจากนี้หากเข้าสู่ฤดูร้อนที่ใช้ไฟมาก หรือเกิดภัยพิบัติต่อโรงไฟฟ้าก็จะกระทบต่อการจ่ายไฟโดยรวมได้ ทำให้ Toyota เลือกผลิตรถยนต์แบบไฮบริดแทนเพื่อกระจายความเสี่ยง

🚗การขาดแคลนวัตถุดิบในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

วัตถุดิบผลิตแบตเตอรี่ที่สำคัญมีอยู่ 3 อย่าง คือ ลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล ซึ่งเป็นแร่ที่มีจำกัดและหมดไปได้ โดยทั้ง 3 แร่ธาตุมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนภายในปี 2025-2040 โดยยิ่งมีผู้เล่นในตลาดนี้มาก การแย่งชิงวัตถุดิบก็สูงขึ้นตาม และ Toyota ไม่ต้องการเจอความเสี่ยงนี้ในระยะยาว

🚗Toyota ไม่ต้องการแข่งขันในตลาด Red Ocean ที่ดุเดือดเกินไป

Toyota ไม่ต้องการแข่งขันในตลาด Red Ocean และมีเจ้าดังอย่าง Tesla ครองตลาดอยู่แล้วด้วย ดังนั้นบริษัทจึงหันมาลงตลาด Blue Ocean ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักกันอย่าง ‘รถไฮโดรเจน’ แทน ที่มีเพียง 2 เจ้าหลักคือ Toyota Mirai และ Hyundai Nexo

อ้างอิง:

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ