Screen Shot 2559-03-25 at 15.14.54

หลังจากอาทิตย์ที่แล้วเรามีเรื่องราวของกองทุนมาฝากกันไปแล้ว อาทิตย์เลยมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกกองทุน และเรื่องของตราสารหนี้เราจะเอามาตอบกันให้หายสงสัย ณ.บัดนี้

1.จะเลือกกองทุนตราสารหนี้ ไหนดีครับ

ขอสอบถามหน่อยครับ

ตอนนี้ผมอยากซื้อกองทุนตราสารหนี้ เพื่อเก็บเงินค่าเทอมให้ลูก ตั้งใจไว้ว่าจะฝากครั้งแรก 15000 บาท และเดือนต่อไปจะฝากเพิ่มทุกเดือน 500-1000 บาท รวมทั้งหมด2-3 ปี แล้วกะจะขายคืนหมดเพื่อนำเงินมาใช้

ซึ่งตอนนี้กำลังลังเลว่าจะซื้อกองทุนตราสารหนี้ของที่ไหนดีที่ค่าธรรมเนียมไม่แพง สภาพคล่องดี และผลตอบแทนสูง

1.กองทุน K-fixed ของกสิกร ที่ได้รับผลตอบแทนเยอะและได้รับ 4 ดาวจาก morningstar

2.กองทุน ktfix1y3y ของกรุงไทย ซึ่งไม่ได้รับดาวจาก morningstar แต่ข้อกำหนดน้อยกว่า

3.กองทุน K-CBond

ขอคำแนะนำหน่อยครับ

จากโปรแกรม NTER ของเราทำให้ทราบว่าการวางแผนเก็บเงินเลี้ยงแบบประหยัดควรเก็บอย่างน้อยเดือนละ 4000 บาท แนะนำให้ลองอ่านบทความวางแผนเลี้ยงลูกตั้งแต่เกิดจนจบปริญญาโทต้องใช้เงินเท่าไหร่ครับ ขอวิเคราะห์กองทุนที่ถามต่อเลยนะครับ

 K-Fixed ของกสิกร เวลาจะเลือกซื้อกองทุน เราแนะนำให้ดู fund fact sheet ของกองทุน K-fixed ล่าสุดอายุเฉลี่ย 1.8 ปีลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก มีอาคารสงเคระห์ และ ทรูมูฟนิดหน่อย

ส่วนกอง K-CBond ลงทุนในหุ้นกู้เอกชนเป็นหลัก อายุ 1.8 ปีเช่นกัน

โดยทั่วๆไปกองทุนตราสารหนี้มีไม่กี่อย่างที่จะไปลงทุนได้ ถ้าเสี่ยงน้อยๆมักจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ถ้าเสี่ยงหน่อยได้ yield สูงขึ้นมาหน่อยจะเริ่มมีสัดส่วนของหุ้นกู้เอกชนเข้ามาเพื่อดึงให้ yield สูงขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของแต่ละกองว่าจะใช้หุ้นกู้มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง K-CBond นี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าน่าจะมีการไปลงทุนใน Corporate Bond ด้วย แต่ก็ควรดูให้ดีว่า  Corporate Bondนั้นไม่ควรต่ำกว่า non- investment grade

ส่วนถ้าให้เลือก กูรูเราเลือก K-fixed เพราะได้รับผลตอบแทนเยอะและได้รับ 4 ดาวจาก morningstar และการที่เราเห็น duration ยืดๆหดๆ แปลว่า fund manager active

2.กองทุน K-SET 50 กสิกรไทย ลงทุนสั้นหรือยาวดี

แล้วแต่วัตถุประสงค์ถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากตลาดไทยยัง inefficient อยู่ เราจึงเห็นกองทุน active fund ผลการดำเนินงานดีกว่าเมื่อมองย้อนหลังไป 3-10 ปี แนะนำให้เลืออกองที่ fund manager เลือกหุ้นเก่งๆดีกว่า แต่ถ้าลงทุนระยะสั้น อย่างเช่นตั้งแต่ช่วงกลางกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา fund flow ไหลเข้ามาที่หุ้นตัวใหญ่ไม่กี่ตัว จึงไม่จำเป็นต้องเลือก active fund ก็ได้ เพราะระยะสั้นตลาดขึ้นเพราะ fund flow คิดว่ากอง passive fund น่าจะเหมาะกว่า หรือ ซื้อ TDEX ดีกว่าไม่ต้องรอราคาปิดแต่ละวันและมีค่าธรรมเนียมถูกกว่า มีแค่พอร์ทหุ้นก็สามารถซื้อขายได้

3.Duration ยาว/สั้น เป็นยังไงและควรเลือกแบบไหนคะ

 คืออายุเฉลี่ยของกองทุนตราสารหนี้ว่ามีอายุเฉลี่ยกี่ปี ถ้าดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นแรงๆ กองทุนที่มี duration ยาวๆหลายปีจะมีโอกาสขาดทุนได้ เหมือนที่เวลาเราลงทุนกองทุนตราสารหนี้แล้วขาดทุนแล้วเราก็ไม่เข้าใจ เพราะว่าส่วนประกอบของผลตอบแทนตราสารหนี้นอกจากดอกเบี้ยที่ค่อยๆรับรู้เป็นรายวันจะมีความผันผวนของราคาจากการประเมินราคาตามมูลค่าตลาด เพราะฉะนั้นถ้าดอกเบี้ยขึ้นและ duration ยาว เราจะเจ็บตัวเหมือนกับว่าเราไปล็อคดอกเบี้ยล่วงหน้าไว้ยาวเกินไป พอดอกเบี้ยขึ้นสินทรัพย์ที่มีเลยด้อยค่าลงไปเพราะดอกเบี้ยต่ำกว่า

4.ค่า Premium และ Discount ใน property fund คืออะไร

แนะให้ดู com คือกอง prop ทุกกองจะมีผู้ประเมินราคาหลายเจ้าเป็นค่าเฉลี่ย แล้วตีออกมาเป็น NAV ของกองทุนแต่ราคาอาจจะไม่ตรงกับในตลาดก็ได้ เช่น ที่ราคา 19 บาทสูงกว่า NAV 46% แสดงว่ามีพรีเมี่ยมจาก value คอนข้างเยอะ แต่ทั้งนี้ควรดูเงินปันผลประกอบด้วย หากเงินปันผลสูง แม้ราคาจะสูงกว่า NAV แต่ที่ราคานี้ยังปันผล5% แสดงว่าผู้จัดการกองทุนเก่ง มีความสามารถในการจ่ายปันผลดี สรุปpremiumคือ ราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่ไม่ใช่นัยยะสำคัญ แนะให้ดูที่ dividend yield

แต่ถ้าจะดูราคาpremium/discount จริงๆ แนะให้สังเกตว่าปกติpremiumเท่าไหร่ถ้าpremiumเกินกว่าปกติแปลว่าแพงไป ถ้าจะดู dividend yield ให้เปรียบเทียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ย gap ควรสูงกว่า 4-5% เป็นอย่างน้อย

ฟังก์ชั่น Ask Guru เป็นอีกหนึ่งการใข้งานที่แอดมึนเชื่อว่าตอบโจทย์นักลงทุนได้โดยตรงเลย (ก็แน่ละให้ตั้งคำถามเองเลยนี่นา จะไม่ตรงได้ไง) ส่วนใครมีคำถามสามารถทิ้งไว้ได้ตามลิงค์ http://www.finnomena.com/ask-guru นี้หรืออยากพูดคุยกันแบบสดๆก็จัดมาใน live ได้เลย หรือไม่สะใจรอดูรีรันนะจ๊ะ