Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) อัปเดตมุมมองเดือนเมษายน 2026: สงครานดันโลกผันผวน

ตลาดหุ้นโลกเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคม 2569 โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และทวีความรุนแรงต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน ดัชนี Fear & Greed Index ดิ่งลงจากระดับ 15 ในสัปดาห์แรกของเดือนจนแตะระดับ 10 ในสัปดาห์สุดท้าย เข้าสู่โซน Extreme Fear อย่างเต็มตัว ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 4.98% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ Nasdaq ร่วง 4.68% เข้าสู่โซน Correction อย่างเป็นทางการ ส่วนดัชนี VIX มีการพุ่งขึ้นแตะระดับ 35 จุดระหว่างวัน สะท้อนความผันผวนที่รุนแรง ด้านราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Brent ปิดที่ $118.35 ส่วน WTI ปิดที่ระดับ $101.38 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 4.31% เพิ่มขึ้น 16 bps จากต้นปี สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อที่เร่งตัว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีอยู่ที่ 3.79% เพิ่มขึ้น 32 bps จากต้นปี ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดตลอดทั้งเดือน ในช่วงต้นเดือน สงครามเข้าสู่วันที่หกโดยอิสราเอลเปิดฉากถล่มเมืองกอมของอิหร่าน เพื่อสกัดการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุ $90 ต่อบาร์เรล และ SET Index ร่วงหนัก -7.71% ในสัปดาห์เดียว เนื่องจากไทยพึ่งพาพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซค่อนข้างมาก ต่อมากลางเดือน ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามอาจสิ้นสุดเร็วๆ นี้ และพิจารณาใช้กองทัพเรือคุ้มกันเรือผ่านฮอร์มุซ ทำให้ตลาดดีดตัวชั่วคราว แต่กลับผันผวนอีกครั้งหลัง รมว.พลังงานสหรัฐฯ โพสต์แล้วลบข้อมูลเรื่องคุ้มกันเรือ สร้างความสับสนให้นักลงทุน ขณะที่ IEA ตัดสินใจระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล แต่ก็ไม่สามารถกดราคาน้ำมันลงได้ ปลายเดือน สถานการณ์ทวีความรุนแรงอีกครั้งเมื่อฮูตีเข้าร่วมสงครามโจมตีอิสราเอล อิหร่านปฏิเสธแผนสันติภาพ 15 ข้อของทรัมป์ และยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อของตนเอง รวมถึงอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซและค่าชดเชยสงคราม อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 2 แห่ง อิหร่านเริ่มเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเงินหยวน ซึ่งถือเป็นการท้าทายระเบียบการเงินโลกที่ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลหลัก นอกจากนี้ วิกฤตพลังงานยังลามไปทั่วโลก อียิปต์สั่งปิดร้านตั้งแต่ 3 ทุ่ม เอธิโอเปียขาดแคลนน้ำมัน ชาดและแอฟริกาขาดแคลนแก๊สหุงต้ม ฟิลิปปินส์และปากีสถานใช้ระบบทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ขณะที่ไทยแนะนำ WFH และตรึงราคา LPG ทรัมป์ยังขู่ถอนตัวจาก NATO หลังไม่พอใจที่พันธมิตรไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 92,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดที่ +55,000 ตำแหน่ง โดยมีสาเหตุหลักจากการสไตรค์ของพนักงาน Kaiser Permanente 31,000 คน พายุหนักต้นเดือน และการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น อัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.44% จาก 4.32% ค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ย +0.4% MoM สูงกว่าคาด ตัวเลข ISM Services PMI เดือนกุมภาพันธ์พุ่งแตะ 56.1 สูงสุดตั้งแต่กรกฎาคม 2022 สะท้อนภาคบริการยังแข็งแกร่ง ด้าน Core PCE เดือนมกราคมทรงตัวที่ +0.36% MoM รายปีเพิ่มเป็น 3.1% จาก 3.0% ซึ่งเกิดขึ้นก่อนสงครามอิหร่าน ทำให้เมื่อรวมกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น แรงกดดันเงินเฟ้อยิ่งรุนแรง ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค UMich Consumer Sentiment ปรับลงเป็น 53.3 จาก 55.5 ต่ำกว่าคาด 54.0 คาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีพุ่งเป็น 3.8% จาก 3.4% แต่ระยะยาวคงที่ 3.2% สะท้อนว่าผู้บริโภคมองว่าแรงกดดันราคาเป็นชั่วคราว ทิศทางเหล่านี้ทำให้ Fed คงดอกเบี้ย 3.5%-3.75% ในการประชุมเดือนมีนาคม และ Dot Plot คาดลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2569 พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น 2.7% โดยตลาดเริ่มมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยปลายปีถึงเกือบ 50%

ด้านตลาดจีน กำไรอุตสาหกรรมจีนเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พุ่ง 15.2% YoY เร่งจาก 5.3% ในเดือนธันวาคม สูงกว่า Bloomberg คาดที่ 10.6% โดยรัฐบาลจีนเร่งอัดฉีดงบสูงสุดตั้งแต่ปี 2022 เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ 6% ทำให้ขาดดุลงบประมาณพุ่งกว่า 1 ล้านล้านหยวน ขณะที่ทางด้าน PBOC คงดอกเบี้ย LPR 1 ปีที่ 3.0% และ 5 ปีที่ 3.5% ไม่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง 10 เดือนติด โดยตลาดคาดว่า PBOC จะลดดอกเบี้ย 20 bps ในปี 2569 แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งจากสงครามอิหร่านจะไม่ดันเงินเฟ้อจีนมากนัก แต่จะจำกัดโอกาสที่ PBOC ในการลดดอกเบี้ยมากขึ้น ด้านตลาดยุโรป ดัชนี DAX ปรับตัวลง 10.3% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ STOXX600 ปรับตัวลงน้อยกว่าที่ 7.54% ด้านตลาดเอเชียเกิดใหม่ ดัชนี Jakarta Composite ร่วงหนัก 13.9% ขณะที่ Sensex ของอินเดียลดลง -11.48% ส่วน SET Index ของไทยกลับยืนได้ดีกว่าโดยปิดลบ 4.28% หลังได้แรงหนุนจากการโหวตนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยและเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า ด้านตลาดญี่ปุ่น Nikkei 225 ปรับตัวลง 12.68%

ภาพรวมการลงทุนประจำเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าสงครามตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดทั่วโลก โดยความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ขณะที่แม้ศาลสหรัฐฯ จะตัดสินให้ยกเลิกภาษี IEEPA แล้ว แต่ทรัมป์ยังสามารถใช้กฎหมายชั่วคราวอย่างมาตรา 122 และกฎหมายอื่นๆ เพื่อเก็บภาษีคู่ค้าในระยะยาว ซึ่งอาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติม เราคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในครึ่งแรกของปี และอาจเริ่มลดดอกเบี้ยได้ปลายไตรมาส 3/26 เป็นต้นไป จากการเปลี่ยนแปลงกรรมการ FOMC อย่างไรก็ตาม หากสงครามยืดเยื้อ แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจทำให้ Fed ต้องเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป หรืออาจถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ย เราจึงแนะนำเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ Defensive เข้าพอร์ตเพื่อลดความผันผวน อาทิ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (ES-GINFRA ระดับความเสี่ยง 6) พร้อมกระจายการลงทุนมายังพอร์ต Multi-Asset ที่เน้นกระแสเงินสด (ES-GAINCOME ระดับความเสี่ยง 5) ขณะเดียวกัน มองเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีจากการย่อตัว (ES-GTECH ระดับความเสี่ยง 7) เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีจาก AI จะยังแข็งแกร่งตลอดทั้งปี และแนะนำเพิ่มสัดส่วนทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามที่อาจยืดเยื้อ

ที่มา: บลจ. อีสท์สปริง วันที่ 7 เม.ย. 2026

สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้
ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena ผ่านคอมพิวเตอร์ >>  เว็บไซต์ Finnomena สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) คลิกที่นี่เพื่อสร้างแผนการลงทุน

โปรดทราบ สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน Finnomena Port และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notificationในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน อาจเกิดจาก

1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น

2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ

หมายเหตุ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @FINNOMENAPORT


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

TOP11NVM