MongoDB ผู้นำ Database as a Service (DaaS) กุญแจสำคัญยุค Big Data และ 5G

หากคุณกำลังมองหาหุ้น Big Data สักตัว ที่เติบโตไปตาม Big Data Boom … MongoDB (MDB) คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตรงไปตรงมา และต้นน้ำที่สุด

เคยคิดไหมว่า Big Data … มัน Big ขนาดไหน?? และมันมีอะไรที่ต่าง จนเราเรียกว่า Data เฉย ๆ ไม่ได้

คำตอบทางทฤษฎี ช่างมันเถอะ คำตอบในชีวิตจริงคือ มันไม่ใช่แค่ปริมาณข้อมูลเยอะ แต่รวมถึงรูปแบบ ลักษณะข้อมูล ส่งผลให้การจัดเก็บ วุ่นวายมากขึ้น

ลองนึกถึงโกดังเก็บของที่มีคุณภาพ หรืออย่างเช่น Supermarket จะระบุชัดเจน หรือแยกกันชัดเจน ว่า แถวไหน มีอะไรบ้าง อยู่ตรงไหน

การเก็บ Data ก็เช่นเดียวกัน จะต้องระบุให้ครบ ยกตัวอย่างแบบง่ายที่สุดก็พวกตาราง !!! โดยหากเราเอาแบบแผนการจัดเก็บของมากรอกในตาราง (จะใช้ Excel ก็ได้เนอะ) ก็จะระบุได้หมด แบบนี้เรียก Relational Database หรือ SQL Database คือจะต้องกำหนด Schema ก่อน

แต่หาก Supermarket นั้นมีคนจัดชั้นสินค้าลวก ๆ หรือมีของไม่เข้าพวกมา เขาจะทำอย่างไร? หรือหากนำของใหญ่ขนาดชั้นวางมา?? ทำได้เพียง กอง ๆ มันไว้ก่อนที่พื้น รอคอยเพิ่มช่องในการจัดเก็บ

ในโลกดิจิทัล ก็เช่นเดียวกัน การเก็บข้อมูลอย่างละเอียด และเปลี่ยนไว เรียกกันว่าเก็บเป็นเหตุการณ์เลย เรากดคลิกปุ่มในเว็บทีนึง เก็บทีนึง และหากมันมีอะไรไม่เข้าพวก จะทำอย่างไร

หรือข้อมูลจำพวก วิดิโอ รูป มันคงเก็บเป็นตารางไม่ได้ ก็ต้องให้ทีมนักพัฒนา แบบ Samsan Tech ในเรื่อง Startup จัดการเพิ่มตาราง !!

เมื่อโลกดิจิทัล ไม่ได้มีสินค้าวางกอง ๆ กันจริง ๆ จึงมีการพัฒนาการเก็บข้อมูล แบบกอง ๆ ไว้ก่อน ที่เรียกว่า Non Relational Database หรือ NoSQL ไม่ต้องกำหนด Schema มีทั้ง Document Based, Graph Based, Key Balue Pair, Wide Column

ซึ่งนี่แหละตอบโจทย์ยุค Big Data เก็บ Event Action ต่าง ๆ ก่อนนำไปให้ AI ประมวลผล

MDB เป็นผู้นำเทคโนโลยี ในการจัดเก็บข้อมูล แบบ NoSQL แถมยัง Open Source คือโหลดไปใช้ได้ฟรี และทุกคนร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาได้ แบบนี้ผู้ถือหุ้นยิ้มเลยครับ เพราะมี Service หลายอย่าง ที่เหมาะสำหรับองค์กรนำไปใช้งาน (หากไม่ใช้บริการของ MongoDB ก็ต้องจ่ายเองอยู่ดีครับให้กับเจ้าอื่น ๆ แถมยุ่งยากกว่า) ตรงนี้ลึกไปนิด ขอเว้นไว้

MDB มียอด Download ไปแล้วกว่า 100 ล้านครั้ง และมีบริการ Atlas ช่วยจัดการ Deploy & Manage Mongodb บน Big 3 Cloud ทั้ง AWS, Azure, GCP ซึ่งเหล่า Dev บอกว่ายังไล่ตามไม่ทัน

รายได้โดยประมาณ (FY เค้าตัดจบเดือนมกราฯ นะจ๊ะ)

ปี FY2020 รายได้ 12,600 ล้านบาท

ปี FY2019 รายได้ 7,900 ล้านบาท

ปี FY2018 รายได้ 5,000 ล้านบาท

กำไรไม่มี ขาดทุนตามสไตล์

โมเดลรายได้คือ ได้เพิ่มตามปริมาณ Data !! ซึ่งเราทราบกันดีว่า Data เติบโตเป็น Exponential ดังนั้นรายได้ก็จึงโตเป็น Exponential ไปโดยปริยาย โดยเฉพาะข้อมูลจำพวกวิดิโอ พุ่งกระหน่ำมาก ๆ ครับ รถยนต์ไร้คนขับที่เรากรี๊ดกร๊าดกันอยู่ บ้างว่ากันว่า 1 คัน สร้าง Data 5-20 Terabyte ต่อวัน !! (ยิ่งกว่าดูหนังซีรีย์ 1 เรื่องแบบ 4k อีกนะเธอออ)

คู่แข่ง ก็เห็นจะเป็น Big 3 Cloud ด้วยกัน ส่วน พวก Snowflake, Alteryx นั้นไม่เรียกว่าคู่แข่งเพราะมันคนละลักษณะการใช้งาน เรียกว่ามาต่อกับอันนี้อีกทีก็ได้ครับ

5G IoT Edge Computing และโลกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ทั้ง Autonomous Car และสิ่งต่าง ๆ จะเชื่อมต่อ Internet จำต้องยกระดับ Infrastructure และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างก้าวกระโดด เพราะเกิด Data ขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ MDB จะเป็นกุญแจสำคัญของยุค Big Data และ 5G

BottomLiner – บทสรุปการลงทุน

ที่มาบทความ: https://bottomliner.co/stock/mongodb-database-as-a-service-daas/

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม