02_INVESTOR_OASIS_30 Wealth Me Up-01

ข้อมูลจาก Investory (พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ระบุว่า “มีคนไทยเพียงแค่ 5% เท่านั้น!! ที่มีเงินพอใช้ยามเกษียณ”

คำถามก็คือเราอยากเป็นคน 5% นั้น…หรือเป็นอีก 95% ที่เหลือ??

คำตอบคือ “ทุกคน” อยากมีเงินพอใช้ยามเกษียณทั้งนั้น!

ว่าแต่จะเริ่มต้นยังไงดีล่ะ?

สิ่งแรกที่ต้องรู้ก็คือ “มีเท่าไหร่? ถึงพอใช้ยามเกษียณ”

ต่างคน ต่างเพศ ต่างวัย ต่างไลฟ์สไตล์ ต่างพฤติกรรมการใช้เงิน…

หากให้แจกแจงโดยละเอียดคงไม่สามารถอธิบายได้หมดในไม่กี่หน้ากระดาษ

วันนี้เฟิร์นจึงขอยกตัวอย่างคนวัยใกล้เคียงกับตัวเอง บรรดามนุษย์เลข 3 ทั้งหลายให้ได้เห็นภาพกัน

วิธีการแสนง่าย…

เริ่มต้นจากการดาวน์โหลด Application: Start to Invest (ของ กลต)

แล้วเลือก “เงินลงทุนเพื่อวัยเกษียณ” และ “คำนวนเงินที่ต้องการ ณ วันเกษียณ”

อายุ : 30 ปี

อายุเกษียณ : 60 ปี

ระยะเวลาใช้เงินหลังเกษียณ : 20 ปี (อายุขัยเฉลี่ยหญิงไทย 78.2 ปี ชายไทย 71.3 ปี)

จำนวนเงินที่ใช้ต่อเดือนหลังเกษียณ : 20,000 บาท (ยังไม่รวมเงินเฟ้อ)

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

จำนวนเงินที่ใช้ต่อเดือนหลังเกษียณ : 48,545 บาท (รวมเงินเฟ้อ 3%/ปี…มากขึ้นกว่าเท่าตัว)

รู้หรือไม่ว่าถ้าเกษียณปุ๊บ เอาเงินมาใช้ปั๊บ (โดยไม่ลงทุนต่อ) ต้องมีเงิน ณ วันที่แซยิดรวม 11,650,800 บาท (11.6 ล้านบาท) กรี๊ดดดดสลบ กันยังคะพี่น้อง!

แต่เดี๋ยวก่อน “มิตรรักการเงิน” ทั้งหลาย เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่งท้อ แล้วขอไปเป็นคนส่วนใหญ่ (95%) ซะดื้อๆ น้า…

จริงๆ แล้วในวัย 30 กำลังแจ๋วเนี่ย ก็มีข้อดีอยู่หลายข้อเหมือนกัน

  • ทำงานมาสักระยะ (เกือบ 10 ปี) ก็น่าจะมีเงินเก็บบ้างล่ะน่า (ประมาณ 100,000 บาท)
  • หน้าที่การงานเริ่มมั่นคง รายได้มากขึ้น เพียงพอที่จะมีเงินเหลือเก็บ (ขอสักเดือนละ 7,000-8,000 บาท)
  • ถึงแม้จะเข้าสู่เลข 3 แต่ก็ยังมีเวลาอีกตั้ง 30 ปีในการเก็บเงิน

เห็นมั้ยว่าโอกาสของคนเลข 3 อย่างเรา…ที่จะมีเงินพอใช้หลังเกษียณไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด!

มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง…

  1. ขอได้มั้ยลงทุนเดือนละ 7,800 บาท (ต่อเนื่อง 30 ปี)
  2. ลงทุนหุ้นสักหน่อยไม่ต้องมากแค่ 25% ของพอร์ตการลงทุน (สำหรับมือเก๋า รับความเสี่ยงได้เยอะ ก็ลงหุ้นเยอะหน่อยได้นะจ๊ะ)
  1. อีก 75% ไปหาผลตอบแทนจากหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล ไม่ใช่เอาไปฝากธนาคารเพียงอย่างเดียว
  2. เริ่มต้นวันนี้…ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งอีก!

จากข้อมูลในอดีต (ย้ำ! ในอดีต) หากลงทุนใน ตลาดหุ้นไทย 25% และ ตราสารหนี้ 75% จะได้ ผลตอบแทนเฉลี่ย 8.3% ต่อปี และหากลงทุนต่อเนื่อง 7,800 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 30 ปีพอดิบพอดี ในผลตอบแทน 8%/ปี (และนำเงินก้อนเก่าที่มีอยู่ 100,000 บาท มาลงทุนด้วย) จะทำให้เราบรรลุเป้าหมาย 11.6 ล้านบาท!! ในวันแซยิด

แต่ในปัจจุบัน โลกของการลงทุนมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป

  • สินทรัพย์ทางการเงินมีให้เลือกมากกว่าแค่ “หุ้นไทย” กับ “ตราสารหนี้” ดังนั้น นักลงทุนจึงมีโอกาสใน ตลาดหุ้นต่างประเทศ หรือ อสังหาริมทรัพย์ ด้วย
  • การลงทุนทั้งดัชนี อาจไม่ตอบโจทย์ในภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน และเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ จึงต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพื่อวิเคราะห์ และเลือกหุ้นรายตัว

สุดท้าย…แม้ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่ตัวการันตีอนาคต แต่อยากให้ “มิตรรักการเงิน” ทุกคน ลองคิดตามผ่านคำพูดของคน 2 คนนี้ว่า

คน 95% : อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเรา “ลงทุนแล้ว” ไม่ได้ผลตอบแทนตามที่หวัง สุดท้ายก็ “อาจจะ” มีเงินไม่พอใช้ยามเกษียณ

คน 5% : แล้ว…อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเรา “ไม่ลงทุนเลย” และรู้แน่ว่า “ไม่มีทาง” มีเงินพอใช้ยามเกษียณ

หากได้ลงทุนแล้ว มีโอกาสเพียง 50% ก็ยังดีกว่าไม่ลงทุนเลย เพื่อให้โอกาสเป็น 0%

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ