แจ้งเตือน

FINNOMENA REVIEW

ซื้อหน้ากากกันฝุ่นยังไงดี

ให้คุ้มค่าเงินในกระเป๋า?

Created by:

Soranop PHOTHAROS (Wealthness)

Key Highlights

  • หน้ากากที่เราพบเห็นกันบ่อย ๆ จะมีอยู่ 3 ชนิด คือ 1. หน้ากากที่ใช้สวมในขณะผ่าตัด (Surgical mask) 2. หน้ากากที่ใช้ครั้งเดียว (Disposable Particulate Respirators) และ 3. หน้ากากชนิดเปลี่ยนไส้กรอง ซึ่งมีทั้งแบบครึ่งหน้า (half) กับเต็มหน้า (full)

  • ทุกวันนี้ปริมาณหน้ากากทั้งธรรมดาและ N95+ มีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากผิดปกติ ส่วนใหญ่ที่ถูกสื่อแนะนำและให้ความรู้เป็นแบบ single use ใช้แล้วทิ้งซึ่งสร้างปริมาณขยะที่ต้องถูกทำลายมาก คล้ายกรณีถุงผ้า vs ถุงพลาสติก
  • ข้อดีของหน้ากากประเภท half mask คือใช้ซ้ำได้ ยิ่งใช้นานราคายิ่งถูกกว่าแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แถมลดการสร้างขยะด้วย

Introduction

หน้ากาก 

หน้ากากนักร้อง?
ไม่ใช่

หน้ากาก

เป็นโรคหรอ?

ยัง

ยังไม่หยุดเล่นอีก

เข้าเรื่องครับ คงไม่ต้องอารัมภบทแล้วเนอะว่าทำไมเราต้องคุยเรื่องหน้ากากกัน

หน้ากากที่เราพบเห็นกันบ่อย ๆ จะมีอยู่ 3 ชนิดนะครับ ขอนำข้อมูลจาก http://www.thai-safetywiki.com/respirator/81-n95-mask มาแบ่งปันกัน

1. หน้ากากที่ใช้สวมในขณะผ่าตัด (Surgical mask)

Source: https://www.3m.com/

เป็นหน้ากากที่สวมขณะผ่าตัดเพื่อป้องกันเลือด หรือเสมหะของผู้ป่วยที่จะกระเด็นเข้าปากและจมูกของหมอผ่าตัด และป้องกันเสมหะหรือน้ำลายของแพทย์ที่จะไปปนเปื้อนบริเวณที่จะผ่าตัด  สามารถกรองอนุภาคได้ 5 ไมครอน จึงสามารถกันเชื้อโรคได้บางชนิดเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วหน้ากากชนิดนี้จะใช้สำหรับกันการไอจามของผู้ป่วยออกสู่ภายนอก แต่ไม่สามารถใช้หายใจในสถานที่ที่มีเชื้อโรคหรือไวรัสที่มีขนาดเล็กได้

2. หน้ากากที่ใช้ครั้งเดียว (Disposable Particulate Respirators)

Source: https://www.3m.com/

ตามมาตรฐานของ NIOSH จะมีชนิด N,R,P และมาตรฐานยุโรป EN –P1,P2,P3 ซึ่งจะมีหรือไม่มีช่องสำหรับหายใจออก (exhalation valve) ก็ได้ โดยหน้ากากอนามัยที่เหมาะจะใช้สำหรับการป้องกันเชื้อไวรัส ได้แก่ หน้ากากอนามัยชนิด N95 (Niosh) หรือ P2 (EN) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคได้ถึง 0.3 ไมครอน และประสิทธิภาพในการกรอง 95%

อย่างไรก็ตาม อาจพบปัญหาจากการใช้หน้ากากอนามัยชนิด N95 ได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอดและทางเดินหายใจ และหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากลมหายใจจะผ่านเข้าออกได้ยากขึ้นเนื่องจากแรงต้านภายใน นอกจากนี้ หน้ากากอนามัยชนิด N95 ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ หากนำมาให้เด็กใช้ ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

ข้อดีของหน้ากากชนิดนี้

  • ใช้แล้วทิ้ง ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด
  • น้ำหนักเบาและสวมใส่ง่าย

ข้อเสียของหน้ากากชนิดนี้

  • เนื่องจากการหายใจเข้าจะทำให้เกิดความดันในหน้ากากต่ำกว่าภายนอก อากาศอาจจะเล็ดรอดทางรูรั่วได้

3. หน้ากากชนิดเปลี่ยนไส้กรอง

เป็นหน้ากากที่สามารถเปลี่ยนไส้กรองอากาศได้ สามารถนำมาใช้ใหม่ แต่ต้องหมั่นทำความสะอาด แบ่งเป็นสองชนิด คือ

3.A หน้ากากครอบครึ่งหน้า (Half-Mask Replaceable Particulate Filter Respirator)

Source: https://www.3m.com/

อาจจะมีที่กรอง 1-2 ช่อง อาจจะต้องใช้ร่วมกับแว่นกันใบหน้า

ข้อดีของหน้ากากชนิดนี้

  • น้ำหนักเบา ใช้ได้สะดวก
  • หน้ากากนี้ทำด้วยยางใช้ได้นาน สามารถเปลี่ยนไส้กรองก็นำมาใช้ใหม่

ข้อเสียของหน้ากากชนิดนี้

  • ต้องหมั่นตรวจสอบรอยรั่ว การเสื่อมของหน้ากาก การทำความสะอาด
  • เนื่องจากการหายใจเข้าอาจจะทำให้การรั่วของอากาศโดยไม่ผ่าไส้กรอง
  • สื่อสารกับคนอื่นลำบาก

3.B หน้ากากครอบเต็มหน้า (Full Facepiece Replaceable Particulate Filter Respirator)

Source: https://www.3m.com/

เหมือนกับชนิดข้างบนแต่มีที่สำหรับกันใบหน้า

ข้อดีของหน้ากากชนิดนี้

  • การรั่วของอากาศน้อยกว่าชนิดครึ่งหน้า
  • สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยการเปลี่ยนไส้กรอง
  • ป้องกันตาจากฝุ่นได้

ข้อเสียของหน้ากากชนิดนี้

  • ต้องมีการทำความสะอาด ตรวจสอบรอยรั่ว
  • อาจจะมีการรั่วของอากาศ
  • การสื่อสารทำได้ลำบาก
  • ต้องใช้แว่นตาชนิดพิเศษ

จากประสบการณ์จริงของผม ข้อดีของหน้ากากประเภท half mask คือใช้ซ้ำได้

ลองคิดดูว่าทุกวันนี้ปริมาณหน้ากากทั้งธรรมดาและ N95+ มีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากผิดปกติ ส่วนใหญ่ที่ถูกสื่อแนะนำและให้ความรู้เป็นแบบ single use ใช้แล้วทิ้งซึ่งสร้างปริมาณขยะที่ต้องถูกทำลายมาก คล้ายกรณีถุงผ้า vs ถุงพลาสติก

หน้ากากแบบ half mask พร้อมไส้กรอง 1 คู่ (จริง ๆ ใช้แบบกรองเดี่ยวก็ได้ ลดปริมาณขยะลงอีกครึ่งและลดราคาไปอีก) ตัวหน้ากากสามารถถอดชิ้นส่วนมาทำความสะอาดได้ในระยะสัปดาห์ หรือระหว่างการใช้งานสามารถทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสใบหน้าได้ เช่นทิชชู่เปียกหรือ ผ้าชุบน้ำ ซึ่งทั้งย่อยสลายได้ หรือ ใช้ซ้ำได้เช่นกัน

จากการใช้งานใน กทม. ย่านเยาวราช ที่มีคนสูบบุหรี่ในที่สาธารณะจำนวนมากร่วมกับการบูชาเทพเจ้าด้วยธูปเต็มอัตรากำลัง สามารถใช้งานไส้กรอง 2078 คู่หนึ่งได้เกือบ 2 สัปดาห์ (2 คู่ต่อเดือน) คิดเป็นขยะ 28 กรัม 

  • เทียบกับหน้ากากทั่วไปแบบ N95 (มีวาล์ว) 20 กรัม 
  • ไม่มีวาล์ว 13 กรัม 
  • ที่ต้องใช้ 42 ชิ้นต่อเดือน (2-3 วัน/ชิ้น) ถึงจะได้ระยะเวลาเท่ากัน 

คำนวณกับปริมาณประชากร 1 แสนคน ในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ (หรือ 90 วัน) หน้ากากแบบ reuseable สร้างขยะประมาณ 16.8 ตัน

  • ในขณะที่หน้ากากแบบใช้ครั้งเดียวสร้างขยะ  80 ตัน (มีวาล์ว)
  • และ 54.6 ตัน (ไม่มีวาล์ว)

ซึ่งไม่รู้ว่าขยะประเภทนี้จะถูกฝังกลบหรือเผาทำลาย ถ้าเผาทำลายก็แย่หน่อยตรงที่มันก็วนลูป Particulate matter ในอากาศขึ้นไปอีก ไม่ต้องพูดถึงกระบวนการผลิต ขนส่ง ตาม user flow ที่ก็ปล่อยสารพิษทั้งวงจร

ด้านราคา หน้ากากแบบใช้ซ้ำได้ มีต้นทุนคงที่ 789 บาท (3M 6200 respirator at JAN 2019)

  • ฟิลเตอร์ 2078 คู่ละ 259 บาท
  • ในระยะ 12 สัปดาห์ (90 วัน) ใช้ 6 คู่ รวมใช้เงิน ประมาณ 1,825 บาท
  • เฉลี่ยวันละ 26.03 บาท

***วิธีคิด 789 + (259×6) / 90 ยิ่งใช้นานราคายิ่งถูกกว่าแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งแบบไม่มีวาล์ว (ใช้แบบตามคำแนะนำ ใช้ครั้งเดียว) ชิ้นละ 40 บาท (Officemate online)

  • 12 สัปดาห์ใช้ 90 ชิ้น รวมเป็นเงิน 3,600 บาท
  • เฉลี่ยวันละ 40 บาท

ยังไม่นับเรื่องความพอดีบนใบหน้าที่แนบสนิทกว่า การสะสมเชื้อโรคที่น้อยกว่าหากทำความสะอาดอย่างเหมาะสม การหายใจที่ง่ายกว่าจาก space ภายในที่มีพื้นที่ให้อากาศเดินทางได้สะดวก เป็นทิศทางชัดเจน สามารถปรับเปลี่ยนฟิลเตอร์ที่ดีขึ้นหรือประหยัดกว่านี้ (2071 กรองฝุ่นไม่กรองไอระเหย) ได้

ข้อเสียจากการใช้งาน Half-Mask มีแค่ 2 ประการสำหรับผม คือ

1. เวลาใส่หน้ากากพูดแล้วคนอื่นฟังยาก

2. พกพายาก เพราะพับเก็บไม่ได้

ก็ไม่รู้ว่าจะใช้แบบธรรมดาไปทำไม แถมการได้ราคา 26 บาทต่อชิ้นก็ดูเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะต้องซื้อยกกล่อง หาก็ไม่ง่าย แถมขนาดแบบใช้แล้วทิ้งมีวาล์วของ 3M (9913V) ที่ชั่งน้ำหนักได้ 20 กรัมนั่น ขายปลีกก็อันละ 150 บาทเข้าไปแล้ว

 Cr: เพื่อนผู้น่ารัก

ผมเชื่อว่าเราสามารถมีสุขภาพการเงินที่ดีควบคู่กับสุขภาพกายที่ดีได้ครับ

เพิ่มเติม

  • N95 คือ มาตรฐานในการกรองฝุ่นละอองที่ได้รับการรับรองว่า สามารถกรองฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 ไมครอนหรือใหญ่กว่า ได้มากกว่า 95%
  • PM ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วน 2.5 นั้นมาจากหน่วย 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตร (เส้นผมมีขนาด 100 ไมครอน)
  • NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health) เป็นหน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ของอเมริกา

ข้อมูลอ้างอิง:

http://www.thai-safetywiki.com/respirator/81-n95-mask