ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ถูกคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 0.75% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี 

หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม และมีแนวโน้มผ่านมติเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ

ความคาดหวังของตลาดแข็งแรงขึ้นหลังผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อุเอดะ ส่งสัญญาณชัดเจนเมื่อต้นเดือน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจหนุนภาพดังกล่าว ทั้งแรงส่งจากค่าจ้างที่ยังพอไปได้ และผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่กังวล ทำให้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อุเอดะเข้ารับตำแหน่ง ที่นักวิเคราะห์ทุกคนในแบบสำรวจของ Bloomberg เห็นตรงกันว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่า “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” คือ “ขึ้นแล้วจะไปต่ออย่างไร” เพราะแม้ดอกเบี้ยจะขยับขึ้นสู่ 0.75% แหล่งข่าวใกล้ชิด BOJ ระบุว่ายังต่ำกว่าระดับดอกเบี้ยสมดุล (Neutral Rate) ที่ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ บางฝ่ายมองว่าแม้ระดับ 1% ก็ยังต่ำกว่า Neutral Rate โดย BOJ เคยประเมินกรอบไว้ราว 1–2.5%

จุดท้าทายของอุเอดะจึงอยู่ที่การสื่อสาร เขาต้องส่งสัญญาณเข้มงวดพอรักษาความน่าเชื่อถือด้านเงินเฟ้อ แต่ไม่ตึงเกินไปจนกดดันตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรที่เพิ่งเผชิญแรงขายแรงในช่วงที่ผ่านมา

ด้านค่าเงิน แม้การขึ้นดอกเบี้ยมักหนุนเงินเยน แต่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว หาก BOJ ส่งสัญญาณผ่อนคลายเกินไป เงินเยนอาจกลับมาอ่อนค่า และหากเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ อาจเพิ่มแรงกดดันให้ทางการพิจารณาแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หากส่งสัญญาณเข้มงวดเกินไป ก็อาจดันผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ไม่อยากเห็นในช่วงจัดทำงบประมาณปีถัดไป

หากมีการขึ้นดอกเบี้ยจริง อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นจะสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงต้นของภาวะถดถอยหลังฟองสบู่แตก แตกต่างจากบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างมาก นั่นทำให้อุเอดะต้องเดินนโยบายอย่างระมัดระวังและยืดหยุ่น

ตลาดสัญญาล่วงหน้า OIS สะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 95% โดยแถลงการณ์นโยบายคาดว่าจะออกช่วงเที่ยง ก่อนที่อุเอดะจะแถลงข่าวในช่วงบ่าย มุมมองของ Bloomberg Economics ชี้ว่า หลังตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยแล้ว น้ำหนักจะไปอยู่ที่ถ้อยคำชี้นำ ซึ่งคาดว่าจะยังระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณชัดเจนเรื่องจังหวะขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป


อ้างอิง: Bloomberg