อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ของจีนกำลังก้าวจากผู้ตามเทคโนโลยีสู่ผู้ท้าชิงระดับโลก หลัง LimX Dynamics สตาร์ทอัพจากเซินเจิ้น มีแผนเริ่มส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปยังสหรัฐฯ และตะวันออกกลางภายในปีนี้ ซึ่งเป็นสมรภูมิเดียวกับ Optimus ของ Tesla

LimX Dynamics คือ บริษัทสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ที่โฟกัสการพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์อัจฉริยะสำหรับการใช้งานจริง มีหุ่นยนต์ที่โดดเด่นคือรุ่น CL-1 (Full-sized Humanoid) และ P1 (หุ่นยนต์ 2 ขาที่เดินบนพื้นที่วิบากได้ดี) กำลังเตรียมปิดรอบระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติรายแรกจากตะวันออกกลาง และมีแผนเริ่มส่งมอบหุ่นยนต์ให้ภูมิภาคดังกล่าวภายในปีนี้ 

Humanoid Robot

หุ่นยนต์รุ่น CL-1 (ขวา) และ P1 (ซ้าย) | Source: LimX Dynamics

ขณะเดียวกัน Will Zhang ผู้ก่อตั้ง เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรในสหรัฐฯ หลังนำหุ่นยนต์ไปจัดแสดงในงาน CES (Consumer Electronics Show) ที่ลาสเวกัส

ด้านฐานะทางการเงิน LimX ระดมไปทุนแล้วกว่า 69 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) ณ กลางปี 2025 โดยมีผู้สนับสนุนระดับยักษ์อย่าง Alibaba, JD.com และ Lenovo สะท้อนว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทดลอง แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ทุนจีนพร้อมหนุนเต็มกำลัง

คู่แข่งหน้าใหม่ของ Elon Musk

ในเชิงการแข่งขันระดับโลก จีนกำลังทิ้งห่างคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ ปีที่ผ่านมา โลกส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ราว 13,000 ตัว โดยบริษัทจีนอย่าง Agibot ครอง 5 อันดับแรกของตลาด ขณะที่ Tesla อยู่อันดับ 9 เท่านั้น 

Morgan Stanley ยังปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายหุ่นยนต์จีนปีนี้เป็น 28,000 ตัว เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากประมาณการเดิม สวนทางกับไทม์ไลน์ของ Elon Musk ที่ระบุว่า Optimus จะยังไม่เริ่มขายสู่สาธารณชนจนกว่าจะถึงปลายปี 2027

ความได้เปรียบอีกด้านคือราคา LimX ตั้งราคาหุ่นยนต์รุ่น Oli ที่ 158,000 หยวน หรือราว 700,000 บาทสำหรับรุ่นพื้นฐาน และ 290,000 หยวน หรือราว 1.3 ล้านบาทสำหรับรุ่นนักพัฒนา ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังจากผู้เล่นฝั่งตะวันตกอย่างชัดเจน

เบื้องหลังการแข่งขันด้านต้นทุนคือการเดิมพันเทคโนโลยีขั้นสูง LimX วางตำแหน่งตัวเองด้วย “Agentic AI” ระบบ AI ที่สามารถวางแผนและตัดสินใจเป็นลำดับขั้นเพื่อทำงานให้สำเร็จ ลดการพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์ ผสานกับระบบปฏิบัติการ COSA ที่ช่วยให้หุ่นยนต์ปรับการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ เช่น การหยิบหรือรับลูกเทนนิส เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้จริงในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า


อ้างอิง: CNBC