เงินเฟ้อพุ่งแรงสุดในรอบ 3 ปี

Citadel Securities บริษัทผู้ดูแลสภาพคล่องยักษ์ใหญ่ระดับโลก ออกโรงเตือนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนนโยบายการเงิน โดยควรขยับเข้าใกล้แนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น หลังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งขึ้นจนกลายเป็นภัยคุกคามหลักต่อเศรษฐกิจ สอดคล้องกับความเห็นของหัวหน้าฝ่ายขายตราสารหนี้ประจำภูมิภาค EMEA ของ Citadel ที่เน้นย้ำว่า “เงินเฟ้อ ไม่ใช่ตลาดแรงงาน คือความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าในเวลานี้” และหาก Fed ไม่รีบปรับท่าทีก็อาจตกเป็นฝ่ายตามหลังสถานการณ์ (Behind the curve)

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายนพุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้นหลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะทางการเงินของสหรัฐฯ ยังผ่อนคลายลงมากจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้น ซึ่งได้แรงขับเคลื่อนจากกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI (AI Transformation) ที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นเชื้อเพลิงเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แบบจำลองของ Citadel ชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ในปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลาง (Neutral Level) ซึ่งไม่ได้ช่วยกระตุ้นหรือฉุดรั้งเศรษฐกิจ ท่าทีนี้ขัดแย้งกับตัวเลขในตลาดที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน บิล ดัดลีย์ (Bill Dudley) อดีตประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ระบุว่า Fed กำลังเสี่ยงสูญเสียความน่าเชื่อถือในการควบคุมเงินเฟ้อ เนื่องจากดัชนีราคาผู้บริโภคยังคงทรงตัวอยู่เหนือระดับเป้าหมายที่ 2% มาตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอีกในระยะหลัง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ Fed เริ่มส่งสัญญาณสายเหยี่ยว (Hawkish) ชัดเจนขึ้น โดยรายงานการประชุม Fed ประจำเดือนเมษายนระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่เตือนว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงฝังตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมในตลาดพันธบัตรที่เริ่มตื่นตัวกับความจริงที่ว่าเศรษฐกิจกำลังร้อนแรงและเสี่ยงเกิดเงินเฟ้อจากแรงดึงของอุปสงค์ (Demand-induced inflation) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ขยับพุ่งสูงขึ้นรวดเร็วนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์

สถานการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งสูงรอบนี้ กำลังสร้างความยากลำบากให้กับ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed คนใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่งตั้งเข้ามา แม้ก่อนหน้านี้ทรัมป์จะวิพากษ์วิจารณ์ Fed อย่างต่อเนื่องที่ยอมไม่หั่นดอกเบี้ยให้ลึกกว่าเดิม แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า แรงกระแทกจากราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังพฤติกรรมการตั้งราคาสินค้าในวงกว้างแล้ว ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคก็แย่ลง ซึ่งบีบให้ประธาน Fed ขยับตัวตามธงการเมืองได้ยากขึ้น


อ้างอิง: Bloomberg

Mid Year Outlook 2026