GURUPORT: ประชันพอร์ต นายแว่นลงทุน VS InvestIdea - พอร์ตสำหรับคนชอบหุ้นเติบโต

*บทความนี้คือส่วนหนึ่งจากบทความ รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

หากจะให้สรุปแนวคิดของ GURUPORT ด้วยคำสั้นๆ คงหนีไม่พ้นคำว่า Crowdsourcing

Crowdsourcing คือการที่มนุษย์ตัดสินใจโดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้ที่มีความสนใจคล้ายๆ ตน ยิ่งสมัยนี้เรามีเครื่องมืออย่างโซเชียลมีเดียมาเป็นสื่อกลางในการแบ่งปันข้อมูลด้วยแล้ว กระบวนการนี้ก็ยิ่งสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม และทำให้มนุษย์ได้รับข้อมูลมากมายเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ เรียกได้ว่า ถ้าเราไม่เกิดอาการลำเอียง Crowdsourcing ก็จะช่วยให้เรามีมุมมองที่หลากหลายขึ้นต่อประเด็นนั้นๆ

ในแง่ของการลงทุน ก่อนหน้านี้เราอาจจะได้รับข้อมูลแค่จากฝั่ง Sell Side หรือผู้ขายเท่านั้น แต่ปัจจุบันเรามีข้อมูล Buy Side จากแหล่งที่หลากหลาย เราจะได้รับข้อมูลจากผู้ลงทุนด้วยกันเองในฐานะผู้ซื้อว่าเขาคิดเห็นอย่างไร เรารับฟังมุมมองจากบุคคลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนรอบตัว คนแปลกหน้าในชุมชนออนไลน์ หรือกูรูด้านการลงทุนที่มีชื่อเสียง ต่างล้วนมีพลังโน้มน้าวการตัดสินใจของบุคคลทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ฟินโนมีนาจึงเกิดไอเดียการสร้างพอร์ตแบบใหม่ โดยร่วมมือกับเหล่ากูรูด้านการลงทุนทั้ง 6 ท่าน ซึ่งต่างก็มีความเชี่ยวชาญหลากหลายกันไป แต่ทุกคนล้วนได้รับการพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ ผ่านผลงานของพวกเขาและผู้ติดตามอย่างน้อยหลักหมื่น

แน่นอนว่าพอร์ตที่ทำร่วมกับฟินโนมีนานั้นต้องมีความเป็นเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง GURUPORT เองก็ใช้ระบบ Robo-Advisor เพื่อช่วยแนะนำกองทุนที่ควรลงทุนเช่นกัน รวมถึงช่วยติดตามผลการดำเนินงานและคอยแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ นี่จึงเป็นการผสมผสานระหว่างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคล กับ เทคโนโลยีที่แม่นยำ ก่อกำเนิดพอร์ตการลงทุนที่มีความโดดเด่นน่าตื่นตาตื่นใจ

สายบู๊อย่างพอร์ตการลงทุนแบบ Thematic ได้กูรูหุ้นไทยทั้ง 2 อย่าง “คุณเคน (นายแว่น) แห่งนายแว่นลงทุน” เจ้าของพอร์ต RUNNING For Growth ที่เน้นการ “วิ่ง” หาการเติบโต 10 เท่าในระยะเวลา 10 ปี และ อาจารย์ภัทร แห่ง Invesitidea เจ้าของพอร์ตการลงทุน ASEAN Growth ที่เน้นการออกแบบพอร์ตให้สมดุลคู่การเติบโตของกลุ่มอาเซียนในระยะยาว โดยพอร์ตแนว Thematic เหมาะกับผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าอยากลงทุนในอะไร พอร์ตนี้จะเน้นลงทุนเจาะกลุ่มไปยังสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งไปเลย ซึ่งทางกูรูเล็งเห็นแล้วว่าเป็นประเภทสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยเฉพาะสองพอร์ตนี้ที่มุ่งเน้นการเติบโตเป็นพิเศษ

รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

รูปที่ 1: เปรียบเทียบ GURUPORT ประเภท Thematic Style

RUNNING for Growth โดย นายแว่นลงทุน

เติบโตไปกับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยพอร์ต RUNNING for Growth

รูปที่ 2: Running for Growth by นายแว่นลงทุน

พอร์ตนี้เป็นของคุณเคน คณิต นิมมาลัยรัตน์ เจ้าของนามปากกา นายแว่นลงทุน ที่มีเพจเพื่อแชร์ความรู้เรื่องหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโต นอกจากนี้คุณเคนยังมีเว็บไซต์ www.topofliving.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์แชร์ความรู้เรื่องอสังหาฯ รวมถึงยังเป็นอาจารย์พิเศษและนักเขียนหนังสือหลายปกอีกด้วย

จากที่เรารู้จักนายแว่นลงทุนผ่านบทความต่างๆ เราก็เห็นแนวทางชัดมากว่านายแว่นลงทุนต้องมาพร้อมพอร์ตหุ้นแน่ๆ แล้วก็ไม่ผิดจริงๆ เพราะพอร์ต RUNNING for Growth คือพอร์ตเดียวของแคมเปญนี้ที่ลงทุนในหุ้นไทย 100% เรียกได้ว่าทุ่มเต็มที่เลยทีเดียวแม้ว่าช่วงเวลาเปิดตัวพอร์ตจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยดูไม่ค่อยดีก็ตาม

“ข้อดีของการลงทุนในพอร์ตที่ลงทุนหุ้น ก็คือ การลงทุนในหุ้นแม้จะมีความเสี่ยง แต่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ หรือ money market”–นายแว่นลงทุน

RUNNING for Growth ชื่อก็บอกอยู่ว่าพอร์ตนี้วิ่งไล่ล่าตามหาการเติบโต ดังนั้นสินทรัพย์ของพอร์ตจึงประกอบไปด้วยกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเติบโต มูลค่ากิจการขนาด 5,000-200,000 ล้านบาท ต้องไม่จ่ายปันผลเพื่อให้เกิดการทบต้นของเงิน และต้องอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังมาแรง หรือเกาะกระแส Megatrend ไปได้ เช่น การแพทย์ ระบบราง โทรคมนาคม เป็นต้น

รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

รูปที่ 3: หน้าพอร์ต Running for Growth (ข้อมูลวันที่ 30/06/2019)

การคัดเลือกกองทุนเข้าพอร์ตนั้นจะอ้างอิงกับหุ้นที่คุณเคนเลือก โดยกองทุนนั้นต้องมีน้ำหนักหุ้นที่เลือกมามากที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามแผน ต่อจากนั้นก็เลือกกองทุนที่ติด Best-in-Class และมีค่าธรรมเนียมที่ถูก ผลก็คือพอร์ตนี้จะมีทั้งหมด 3 กองทุนที่ลงทุนเน้นๆ ในหุ้นที่นายแว่นลงทุนชื่นชอบ

RUNNING for Growth จะมีการปรับพอร์ตประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี ซึ่งจะปรับก็ต่อเมื่อราคาหุ้นในกองทุนพุ่งสูงเกินไป ก็จะขายออกแล้วไปหาหุ้นที่มีราคาน่าสนใจกว่า นอกจากนั้นก็จะปรับพอร์ตหากกองทุนมีสัดส่วนหุ้นที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะ

ที่ผ่านมาพอร์ต RUNNING for Growth “วิ่ง” ได้สมชื่อจริงๆ ด้วยการปรับตัวขึ้นถึง 10.02% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนถ้วนๆ เท่านั้น (Inception Date 1/4/2019) สอดรับภาวะเงินทุนไหลเข้าในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนถึงปลายมิถุนายนได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกลงทุนในกองทุนที่มีหุ้นที่นายแว่น เลือกไว้เป็นอย่างดี ทั้งในธุรกิจการแพทย์ ค้าปลีก โทรคมนาคม ที่ได้รับอานิสงส์ดีๆ ปรับตัวขึ้นในช่วงนี้อย่างมาก

รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

รูปที่ 4: Running For Growth Portfolio Performance Vs Set Total Return Index As of 30/06/2019

* ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต *

เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยกับครึ่งปีแห่งความวุ่นวาย ล่าสุดนายแว่นนั้น ได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า เร็วๆ นี้ จะมีเสริมทัพ เลือกกองทุนที่มีหุ้นขนส่งระบบรางเข้ามาในพอร์ต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ให้พอร์ต RUNNING for Growth “วิ่งต่อเป็นมาราธอน ไม่ใช่แค่วิ่งสปรินท์ 100 เมตรสั้นๆ แล้วหมดแรงไป สอดคล้องกับมุมมองของ FINNOMENA ที่ว่า ณ เวลานี้นั้น ตลาดหุ้นไทยเองยังมีปัจจัยด้าน Momentum ที่ดีจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยผลักดันทั้งตลาดหุ้นไทย และพอร์ต Running for Growth ให้วิ่งฉลุยไปต่อได้ แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความที่พอร์ตดังกล่าวเป็นพอร์ตการลงทุนแบบ Thematic ที่เน้นการลงทุนในหุ้นไทย 100% ซึ่งอาจมีความผันผวนได้บ้าง แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นแล้วจึงเป็นอีกพอร์ตที่นักลงทุนที่ต้องการเร่งสร้างผลตอบแทนไม่น่าพลาดในช่วงนี้

สนใจลงทุนในพอร์ตนี้ คลิก ที่นี่ หรือแบนเนอร์ข้างล่าง

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

ASEAN Growth โดย InvestIdea

รูปที่ 5: ASEAN Growth by InvestIdea

ASEAN Growth มีแนวคิดโดดเด่นจากอาจารย์ภัทร ภัทรธร ช่อวิชิต เจ้าของนามปากกา InvestIdea ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์หุ้นพื้นฐาน มีคอร์สเรียนให้ผู้ที่สนใจลองไปเรียนกันที่ efinschool พอร์ตของอาจารย์ภัทรมีธีมที่ค่อนข้างชัด คือการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน นำทีมโดยหุ้นเวียดนาม เสริมด้วยหุ้นไทย และอสังหาฯ

เป็นที่รู้กันดีว่าหุ้นเวียดนามนั้นขึ้นแรงลงแรง แน่นอนว่าผลตอบแทนมีโอกาสพุ่งสูง แต่ความเสี่ยงก็มีเยอะเช่นกัน และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมอาจารย์ภัทรถึงไม่ได้ลงทุนในหุ้นเวียดนามล้วนๆ แต่มีกองกลางและกองหลังอย่างหุ้นไทยและอสังหาฯ มาช่วยประคองพอร์ตด้วย

“ถ้าเกิดสมมติเราโฟกัสประเทศเล็กๆ ไปเลยอย่างเวียดนาม มันก็อาจจะมีความเสี่ยงเยอะหน่อย ก็เลยต้องแบ่งพอร์ตเป็นกองหน้า เวียดนามเป็นหัวหอกไป มีกองกลางเป็นประเทศไทยที่โตแบบไปเรื่อยๆ แล้วก็จะมีกองหลังเป็นกอง REIT เอาไว้ช่วงไหนเวลาตลาดไม่ดี จะเพิ่มน้ำหนักของกอง REIT เข้ามาให้พอร์ตไม่ลดลงไปเยอะ แต่ถ้าช่วงไหนตลาดมาเป็น bull market ก็จะลดน้ำหนัก REIT ลงแล้วเลือกกองหุ้นมากขึ้น เชื่อว่าน่าจะทำให้ได้รับผลตอบแทนในระยะยาวที่ค่อนข้างโอเคในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมครับ”– InvestIdea

นี่จึงถือว่าเป็นพอร์ตสำหรับใครก็ตามที่สนใจอยากลงทุนในหุ้นเวียดนาม แต่ก็ไม่อยากกังวลกับความผันผวนที่สูงเกินไป เรียกได้ว่าเป็นพอร์ตหุ้นเวียดนามที่ทำให้นอนหลับได้สบายไม่ต้องคอยพะวง เพราะตัวพอร์ตมีหุ้นไทยกับอสังหาฯ คอยช่วยพยุงไม่ให้ผันผวนเกินไป

ถามว่าแล้วทำไมต้องเป็นเวียดนาม? นั่นก็เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ยังมีโอกาสเติบโตสูงอีกมาก ด้วยจำนวนประชากรที่ยังอายุน้อย ถือเป็นกำลังสำคัญสำหรับภาคส่วนแรงงาน ซึ่งจุดนี้แหละจะเป็นสิ่งดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในเวียดนาม นอกจากนี้เวียดนามก็ยังน่าสนใจในเชิงการท่องเที่ยวด้วย

ส่วนตัวแทนตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทยนั้น อาจารย์ภัทรเลือกเพราะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว และหนี้ภาครัฐที่ไม่สูง สามารถทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนได้ ส่วนสินทรัพย์อย่างอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐานนั้นก็มีข้อดีตรงผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตได้ หากช่วงไหนสถานการณ์ตลาดมีความน่าเป็นห่วง ก็จะมีการเพิ่มน้ำหนักให้กับการลงทุนในกองทุนอสังหาฯ โดยจะมีการพิจารณาปรับพอร์ตตามสถานการณ์กันไป โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนครั้ง

แน่นอนว่าผู้ลงทุนในพอร์ตนี้ควรที่จะสามารถรับความเสี่ยงได้สูง เพราะถึงแม้จะมีการกระจายการลงทุนใน 3 ประเภทสินทรัพย์ แต่ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ดี พอร์ต ASEAN Growth มุ่งเน้นให้ลงทุนกันยาวๆ แบบ 5-10 ปี จึงคาดว่าน่าจะสามารถลดทอนความผันผวนระยะสั้นได้

รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

รูปที่ 6: หน้าพอร์ต ASEAN Growth (ข้อมูลวันที่ 30/06/2019)

นี่คืออีก 1 พอร์ตการลงทุนที่ได้รับผลดีจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เท่านั้น เมื่อพอร์ตการลงทุนนี้ กำลังจะได้รับผลดีในระยะยาวจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อีกต่อ ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังประเทศเวียดนามที่ล่าสุดนั้นมีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากไหลเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในฐานะประเทศทดแทน Supply Chain จากฟากฝั่งจีนที่กำลังมีปัญหากับสหรัฐฯอยู่ขณะนี้ ซึ่งแน่นอนว่าพอร์ตการลงทุนที่ลงทุนในประเทศเวียดนามนั้น ก็น่าจะมีความผันผวนเป็นพิเศษจากสถานะการเป็นตลาดการลงทุนแบบ Frontier หรือ ตลาดชายขอบที่สามารถมีความผันผวนได้มากกว่าตลาดเกิดใหม่อย่างไทยเสียอีก แต่ก็ต้องบอกว่าทางอาจารย์ภัทรนั้น ได้คำนึงถึงจุดนี้เอาไว้แล้ว จึงมีการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพทางรายได้และการจ่ายกระแสเงินสดสูงอย่าง REITs ไทยเข้าไป ช่วยปรับลดความผันผวนได้อย่างดีส่งผลให้เปิดตัวพอร์ตเพียง 41 วัน (Inception Date 21/05/19) สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 4.87% ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนาม (VNI) ปรับตัวลงถึง 4.00% ในช่วงที่ผ่านมา

รีวิว GURUPORT: ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 กับพอร์ตการลงทุนหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก ครอบคลุมทั่วโลก และเจาะการเติบโต

รูปที่ 7: ASEAN Growth Portfolio Performance Vs VN Index As of 30/06/2019

* ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต *

เมื่อมองไปข้างหน้า ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก ที่จะต้อง หนีจากสหรัฐฯ เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนลง ซึ่งแน่นอนว่า การที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงนั้น ย่อมหนีไปที่ไหนไม่ได้ ก็ต้องหาที่ลงในแถบตลาดเกิดใหม่ หรือ ตลาด Frontier ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตสูง และก็แน่นอนอีกเช่นกันว่า “เวียดนาม” และ ไทยคงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ครั้งจะบอกว่าทุกอย่างจะดูสวยหรู ราบรื่นก็คงไม่ใช่ เพราะท้ายที่สุดแล้วหากการลดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิดขึ้นจริง ตลาด Frontier และ ตลาดเกิดใหม่ย่อมมีสิทธิ์รับแรงช็อคไปเต็มๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด Frontier ที่มักจะช็อคแรงกว่าเสมอ จึงอาจพิจารณาการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปด้วย

สนใจลงทุนในพอร์ตนี้ คลิก ที่นี่ หรือแบนเนอร์ข้างล่าง


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ