
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง หลังรัฐบาลอิหร่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
โดยนาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจนถึง 3 ข้อ โดยเฉพาะการที่ปล่อยให้อิสราเอลเดินหน้าถล่มเลบานอนอย่างหนัก รวมถึงการส่งโดรนรุกล้ำน่านฟ้าอิหร่านและการปฏิเสธสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งอิหร่านมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้การเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นขาดความสมเหตุสมผล
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ออกเตือนผ่านสื่อของรัฐว่า พร้อมจะมอบ “คำตอบที่น่าเสียใจ” ให้แก่ผู้รุกรานหากการโจมตีเลบานอนไม่ยุติลงทันที โดยเน้นย้ำว่าการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ถือเป็นการโจมตีอิหร่านด้วยเช่นกัน ขณะที่สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) รายงานว่าอิหร่านได้สั่งระงับการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านทำเนียบขาว โดยโฆษกหญิง คาโรไลน์ ลีวิตต์ ออกมายืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้ “ไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน” ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ที่ระบุว่ากองทัพอิสราเอลเพิ่งประสบความสำเร็จในการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดิน โดยเป้าหมายกว่า 100 จุดถูกทำลายภายในเวลาเพียง 10 นาที ทั้งนี้อิสราเอลยืนยันว่านิ้วของพวกเขายังคงอยู่ที่ไกรืน และพร้อมจะกลับมาเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อหากจำเป็น
ขณะที่ความขัดแย้งในพื้นที่ยังดำเนินไป สหรัฐฯ ได้ประกาศแต่งตั้งรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) เป็นผู้นำคณะผู้แทนเจรจาเพื่อสันติภาพที่จะจัดขึ้น ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันเสาร์นี้ โดยจะมีทีมงานสำคัญอย่าง สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) เข้าร่วมด้วย
แม้ว่า เจ.ดี. แวนซ์ จะแสดงความกังขาต่อท่าทีของอิหร่าน โดยตั้งคำถามถึงความเข้าใจในข้อตกลงของฝ่ายอิหร่าน แต่เขาก็ระบุว่าอิสราเอลยอมที่จะ “เพลาใจ” ในเลบานอนลงบ้างเพื่อให้การเจรจามีโอกาสประสบความสำเร็จ
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดเปราะบางที่สุด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบนี้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่มีการเก็บค่าผ่านทางใดๆ เพื่อแลกกับการระงับการโจมตีและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านับตั้งแต่ประกาศหยุดยิง ยังคงมีการโจมตีเกิดขึ้นประปรายในพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และโรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางของความสงบในครั้งนี้
อ้างอิง: Bloomberg